อักษรนำ
ความสับสนในการสอนหลักภาษาไทย
ผมสอนหลักภาษาไทยมานาน เกือบ ๓๐ ปี เคยเรียนภาษาไทยมาหลายสถาบัน เคยอ่านตำราหลักภาษาไทยมาหลายเล่ม เคยเข้าประชุม อบรม สัมมนา เสวนา อยู่บ่อยๆ
(ผมกำลังคุยโม้ว่ามีประสบการณ์นั่นแหละ) พอมาสอน มาวัดผลประเมินผล เรื่องอักษรนำ ทีไร
ผมอึดอัดมาก ท่านลองติดตามมานะครับ
อักษรนำ คืออย่างไร ผมจะลองหยิบหนังสือมา ๔ เล่มที่มีความแตกต่างกันเป็น ๓ ลักษณะ
ลักษณะแรกเป็นหนังสือหลักภาษาไทย ของท่านอาจารย์กำชัย ทองหล่อ(ผมให้หมายเลข๑) กับวารสารแม็ค ประถมปลาย ปีที่ ๒๒ ฉบับที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๔๙(หมายเลข๒)
ลักษณะที่ ๒เป็นหนังสือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ของคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ(หมายเลข๓)
ลักษณะที่ ๓ หนังสือเรียนภาษาไทย ป.๔ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ของสำนักพิมพ์ อจท.(หมายเลข๔)
หนังสือหมายเลข ๑ให้ความหมายของอักษรนำ ว่า อักษรนำคือ พยัญชนะ ๒ ตัวร่วมอยู่ในสระตัวเดียวกัน บางคำก็ออกเสียงร่วมกันสนิท เช่น หนู หมอ..อยู่ อย่า..บางคำก็เสียงคล้ายกับเป็น ๒ พยางค์ เนื่องจากต้องออกเสียงพยัญชนะตัวหน้าประสมกับพยัญชนะตัวหลัง แต่พยัญชนะทั้ง ๒ นั้น ประสมกันไม่สนิทกลมกลืนเหมือนอักษรควบแท้ จึงฟังดูคล้ายกับมีเสียงสระอะดังออกมาแผ่วๆ แต่อย่างไรก็ตาม เสียงของคำย่อมบ่งชัดว่าเป็นพยัญชนะประสมกัน เป็นตัวเดียวกัน และเป็นพยางค์เดียว เช่น กนก ขนม จรัส ฉมวก แถลง ผนวก ฝรั่ง ไสว
หนังสือหมายเลข ๒ ให้ความหมายของอักษรนำว่า อักษรนำคือคำที่มีพยัญชนะสองตัวประสมสระเดียวกัน ออกเสียงสองพยางค์ พยางค์หน้าหรืออักษรนำออกเสียงสระอะกึ่งมาตรา พยางค์หลังหรืออักษรตามออกเสียงสระที่ประสมอยู่
หนังสือหมายเลข ๓ บอกว่าคำอักษรนำ คือคำที่มีพยัญชนะ ๒ ตัวประสมสระเดียวกัน
หนังสือหมายเลข ๔ บอกว่า อักษรนำคือคำที่มีพยัญชนะสองตัวซ้อนกัน พยัญชนะตัวแรกเป็นอักษรสูงหรืออักษรกลาง พยัญชนะตัวที่สองเป็นอักษรต่ำเดี่ยว...เวลาออกเสียง พยัญชนะตัวแรกจะออกเสียงวรรณยุกต์สูง-ต่ำตามพยัญชนะตัวแรกเช่น ขนุน..เสมอ...ตลาด..อร่อย..(แล้วมาหยอดตรงท้ายว่า หากอักษรตัวหลัง ที่ตามอักษรสูงหรืออักษรกลาง ไม่ใช่อักษรต่ำเดี่ยว เวลาออกเสียง ไม่ต้องเปลี่ยนระดับเสียงวรรณยุกต์เหมือนอักษรสูงหรืออักษรกลางที่นำมาข้างหน้า เช่น ไผท เผชิญ
ทีนี้ผมจะมาอธิบายความแตกต่าง ส่วนอื่นๆหนังสือทั้ง ๔ เล่มอธิบายไว้คล้ายๆกัน แต่ส่วนที่น่าสังเกตมีดังนี้ หนังสือหมายเลข ๓ เขียนหมายเหตุไว้ดังนี้
“ มีหนังสือหลักภาษาไทยบางเล่ม ยกตัวอย่างคำอักษรนำที่มีเสียงพยางค์หน้าเน้นเสียงอะ เช่น คำว่า สบาย สบง ขบวน ทนาย ฯลฯ และระบุว่าเป็นอักษรนำ ซึ่งความจริงยังไม่ถูกต้อง เพราะคำอักษรนำจะต้องเป็นคำที่เป็นอักษรสูงหรืออักษรกลางนำอักษรต่ำเดี่ยว จึงจะจัดเป็นอักษรนำ เพราะคำเหล่านี้แม้จะออกเสียง ๒ พยางค์และพยางค์หน้าออกเสียงอะโดยไม่ประวิสรรชนีย์ก็จริง แต่เสียงพยางค์ของคำทั้ง ๒ เป็นอิสระแก่กัน เช่นคำว่าสบาย อ่านว่าสะ-บาย ตัว “บ” ไม่ต้องออกเสียงสูงตามตัว “ส” และตัว “บ” ไม่ใช่อักษรต่ำเดี่ยว จึงไม่จัดเป็นอักษรนำ คำว่า ทนาย อ่านว่า ทะ-นาย ตัว “ท” เป็นอักษรต่ำไม่ใช่อักษรสูงหรืออักษรกลาง อักษรนำจะต้องใช้พยัญชนะตัวแรกเป็นอักษรสูงหรืออักษรกลางเท่านั้น จึงใคร่ขอให้ครูทำความเข้าใจให้ชัดเจนในเรื่องนี้”
จากหมายเหตุนี้จึงน่าจะขัดแย้งกับหนังสือหมายเลข ๑ หมายเลข ๒ และหมายเลข ๓ ตรงท้ายๆ เพราะหนังสือหมายเลข ๑ มีตัวอย่างที่อักษรสูงนำอักษรสูงก็มี เช่น สถาน เสถียร อักษรต่ำนำอักษรต่ำเดี่ยวก็มีเช่น โพยม เชลย อักษรสูงนำอักษรกลางเช่น แสดง เผอิญ เผดียง หนังสือหมายเลข ๒ ยกตัวอย่างคล้ายๆหนังสือหมายเลข ๑ ตัวอย่างที่ยก ว่าเป็นอักษรนำ ก็เหมือนหนังสือหมายเลข ๑ (น่าจะใช้หนังสือหมายเลข ๑ เป็นแหล่งเรียนรู้) ตัวอย่างที่ยกเพิ่มมาคือ ทลาย มณี เป็นต้น
ส่วนหนังสือเล่มที่ ๔ นั้นตอนแรกก็ให้ความหมายสอดคล้องกับหนังสือหมายเลข ๓ แต่ตอนท้ายไปมีเงื่อนไขและตัวอย่างเพิ่มขึ้น ผมจึงจัดไว้เป็นลักษณะที่ ๓
เมื่อเป็นอย่างนี้ครูภาษาไทยเราจะทำอย่างไร ท่านลองทำข้อสอบของผมข้อนี้
๑. ข้อใด ไม่จัดเป็นอักษรนำ?
ก. หน้า
ข. อยาก
ค. สนาม
ง. ทลาย
ท่านว่าข้อสอบข้อนี้มีตัวเลือกที่ถูกต้องหรือไม่..............ท่านผู้รู้ช่วยอธิบาย และตัดสินที ครูภาษาไทยผู้ด้อยปัญญา แต่มากด้วยประสบการณ์อย่างผมกลุ้มกลัด อัดอั้นจริงๆ
ตูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดูซะดี...................
หนูก็อยากเข้าใจให้มากกว่านี้ แต่ที่พอศึกษามาในหนังสือบางเล่มก็ว่าพวกคำที่เป็นอักษรกลางนั้นก็เป็นอักษรนำหนูก็ไม่รู้เข้าใจถูกหรือเปล่า
ตอบ ทลายค่ะ
เพราะว่าข้อหนึ่ง หน้าเป็นแบบอักษรนำชนิดที่อ่านพยางค์เดี่ยว ส่วนข้อ 2 อยาก ก็ เข้า กฎ "อ" นำ 4 ย คือ อย่า อยู่ อย่าง อยาก ส่วนข้อ 3 สนาม หลักการอ่าน 2 พยางค์ ให้เขียนด้วยตัวอักษรสูงหรือกลางนำหน้าต่ำเดี่ยวพยางค์หน้าออกเสียง "อะ" พยางค์หลังเอา "ห" นำ ก็เข้าหลักอักษรนำ แต่ข้อ 4 ใช้ ทลาย ซึ่งถ้าอ่านก็เหมือนอักษรนำ แต่ ท เป็นอักษรต่ำคู่
หนูขออนุญาตเอาบทความของคุณครูมาทำเป็นรายงายส่งครูหน่อยน่ะค่ะ
บทความนี้ให้ความรู้และสาระดีดีแก่หนูมากค่ะ
หนูขอขอบคุณล่วงหน้าน่ะค่ะ
มั่งอ่า
ผมเป็นครูสอนภาษาไทยมา ๒๕ ปี เห็นว่า หลักภาษาไทยเหมือนกฎหมาย ย่อมมีบทเฉพาะกาล หรือ บทอะไรอีกนะ ใช้คำไม่ถูก เราเป็นครูภาษาไทย ไม่ใช่นักกฎหมายที่เขาว่า ต้องตีความ ไม่มีความถูกต้องอย่างนั้นอย่างนี้
ผมว่า เราครูภาษาไทยน่าจะมาร่วมอภิปราย (ไม่ถึงต้องลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง๗ ท่านนะครับ)เอาว่า หลักการใดที่แถลงไป(โดยท่านนักปราชญ์ภาษาไทย)ที่ขัดแย้งหรือใช้ไม่ได้ ให้บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล หรือข้อยกเว้นอะไร ก็ดำเนินไป แล้วออกเป็นหลักการใหม่ออกมา
คิดอย่างนี้ หากท่านราชบัณฑิตอ่านพบ ก็ขอประทานอภัยด้วยนะครับ
ครูสุเมธ
084-6059075
ง.ผิดค่ะ
ตอบข้อ ง. ทลาย
คุณครูค่ะ
ขออนุญาตใช้ข้อมูลนี้สอนเด็กที่บ้านนะค่ะ
ครูสอนดีมากเลยค่ะ
ดิฉันสอนนักเรียนโดยให้นักเรียนสังเกตลักษณะของคำที่เป็นอักษรนำว่า เป็นคำที่มีพยัญชนะต้น 2 ตัว พยัญชนะต้นตัวหน้าเป็นอักษรสูงหรืออักษรกลางและพยัญชนะต้นตัวหลังเป็นอักษรต่ำเดี่ยว การอ่านออกเสียง ถ้าเป็นคำ 2 พยางค์ พยางค์หน้าจะออกเสียง อะ กึ่งเสียง พยางค์หลังจะอ่านออกเสียงวรรณยุกต์ตามพยัญชนะต้นตัวหน้า (มีเสียง ห. นำ ) แต่ถ้าเป็นคำพยางค์เดียว ไม่ต้องออกเสียง อะ กึ่งเสียงที่พยัญชนะต้นตัวหน้า เช่น ห นำ ม ได้แก่ หมาย หมักหมม / อ นำ ย ได้แก่ อย่า อยู่ อย่าง อยาก (อ นำ ย ให้อ่านออกเสียงเหมือนมี ห. นำ อยู่ ด้วย)
เช่น อย่า อ่านว่า หย่า
ไม่ทราบว่าดิฉันสอนถูกต้องหรือไม่
เก่งมากค่ะอาจารย์
ขอบคุณ คุณเษม แวะมาเยี่ยม
ขอบคุณ ครูสุเมธ ความคิดเห็นน่าสนใจมากครับ
ขอบคุณ e ใจเดียวกับผมเลย
ขอบคุณ ครูกระติก ยินดีครับถ้าเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน คุณครูนำไปใช้ได้ทั้งหมดที่เป็นผลงานของผม ทุกบันทึกครับ