สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
สันติ สังคมไทยสร้างได้ด้วยเราประชาชน(สมานฉันท์เพื่อสันติสุข)
สมานฉันท์
P สมานฉันท์
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 130
ทุกศาสนิกมีทัศนะต่อเอนเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ อย่างไร?
บ่อนการพนันเสรี หรือที่เรียกกันอย่างโก้หรูว่าเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์(Cacino) Clot Machine ส่งผลต่อความกังวลใจไปในทุกศาสนิก ทั้งนี้เพราะนี่เป็นการประกาศนโยบายซ้อนนโยบายเดิมที่ทักษิณ 1,2 เคยจะดำเนินการเมื่อ 9 ธค 2546 ในทัศนะของนักการศาสนาทุกศาสนิกมีความเห็นว่าบ่อนเสรีเป็นกิจกรรมบาป สร้างกิเลสและส่งผลกระทบให้เยาวชนมากมาย เราคิดถึงการหารายได้มากกว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องไม่ลืมว่าการสนับสนุนให้มีการเปิดบ่อนเสรีเป็นนโยบายที่สวนทางกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

         เมื่อครั้งสมัย นายกทักษิณฯ มีนโยบายช่วยเหลือเด็กยากจนแต่เรียนดี โดยใช้เงินที่มาจากกำไรเงินสลากกินแบ่ง หวยบนดินของรัฐบาล นโยบายดังกล่าวส่งผลให้ครอบครัวที่เคร่งครัดในศาสนาทุกศาสนาถอนตัวไม่ให้ลูกรับเงินโครงการนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเงินบาป เพราะมาจากการพนัน เล่นหวย(ถั่ว โป)ฯลฯ ล่าสุดเมื่อฯพณฯนายกรัฐมนตรี ประกาศในรายการสนทนาประสาสมัคร ว่าจะรื้อฟื้นการตั้งบ่อนเสรี  โดยรื้อฟื้นการทำบ่อนถูกกฏหมายขึ้นในประเทศไทย ซึ่งในสภาพความเป็นจริงแล้วบ่อนใต้ดิน บ่อนผิดกฎหมายมีกระจัดกระจายเต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนร้านขาย CD ลามก CD เถือนที่ขายกันในทุกตัวเมือง ทุกจังหวัด ทุกห้างใหญ่(เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ส่วยคำรวจ)อยู่ในขณะนี้ เรื่องนี้ นายสมชาย มัสแหละ เลขาธิการองค์การมุสลิมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักการของศาสนาอิสลาม ระบุว่าการพนันมีโทษมากกว่าคุณ จึงมองไม่ออกว่าอนาคตประเทศไทยจะไปทางไหนหากมองอบายมุขเป็นสิ่งที่ดี รัฐไม่ควรอ้างว่าการเปิดบ่อนเสรีทำให้คนไทยมีงานมากขึ้น คิดว่ารัฐควรสร้างงานที่ทำให้คนเกิดความภูมิใจรู้ค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตามหากผู้นำคิดว่าตนเองมีหลักธรรมจริง รัฐต้องตรากฎหมายที่สอดคล้องกับหลักธรรม ไม่ใช่ตรากฎหมายออกนโยบายให้บ้านเมืองเกิดความโสมม เลวทราม สกปรก อาจารย์พระพยอม แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ (4 มีค 51)และหากทำบ่อยเสรีจะขอเทศก์หน้าบ่อนเตือนสติประชาชน เยาวชน พระอาจารย์มหาเจิม สุวโจ จากมหหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ว่า การที่รัฐบาลระบุว่าการพนันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ จึงควรให้เล่นกันอย่างถูกต้องและมองผลทางเศรษฐกิจอย่างเดียวเป็นสิ่งที่เกินไป เพราะในแง่ศาสนาถือว่ามนุษยเป็นสัตว์ที่สูงกว่าสัตว์เดรัจฉาน ดังนั้นผู้นำประเทศควรคิดว่าอะไรเป็นการเสริมส่งมนุษย์ให้สูงขึ้น ไม่ใช่กดระดับตความเป็นคนให้ต่ำลง "การยกระดับการพนันหรือจะมีการจดทะเบียนโสเภณีเป็นเร่องไม่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับหลักศาสนาทุกศาสนา และการทำให้สิ่งไม่มีกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังมีศาสดาองค์ใหม่ใช่หรือไม่ ยิ่งการนำเงินหวยบนดินมาเป็นทุนการศึ ยิ่งเป็นการสร้างความสับสนให้เด็กและเยาวชนว่าต่อไปต้องกตัญญูกับหวยบนดินด้วยหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณ ใหโอกาสทางการศึกษา ต่อไปจะส่งผลให้คนไม่จำเป็นต้องนับถือศาสนาใดเลย เพราะเรากำลังเปลี่ยนศาสนาจากศาสนาที่มีอยู่ไปเป็นศาสนาทุนนิยม วัตุนิยม บริโภคนิยม ล่าสุดท่านจำลอง ศรีเมือง ออกมาแสดงความเห็นคัดค้าน และตั้งคำถามว่ารัฐบาลโดยผู้นำท่านนี้ไม่มีกิจกรรม โครงการที่มันสร้างสรรค์สังคมกว่านี้แล้วหรือ ? ด้านศาสนาคริสต์ บาทหลวงวิชัย โภคทวี คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อยุติธรรมและสันติ กล่าวว่า "หลักศาสนาคริสต์ถือว่าทุกคนเป็นคนบาป การพนันถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์เกิดบาป ดังนั้นรัฐจะต้องเลือกว่าจะยืนอยู่กับธรรมหรือ อธรรม    การที่รัฐจะทำประชามติเท่ากับส่งเสริมให้มีบ่อน "  ข้าพเจ้าขอแลกเปลี่ยนกับประเด็นที่คุณสมัคร นายกฯนำเสนอว่า ประเทศมาเลเซียก็มีบ่อน อยากแลกเปลี่ยนว่าที่มาเลเซีย เขาสร้างในพื้นที่ที่ห่างไกลประชาชน ไปถึงยากมาก ต้องนั่งกระเช้าไป ที่สำคัญมีมาตราการป้องกันคนในชาติไม่ให้หลงในอบายมุข โดยออกข้อห้ามไม่ให้ประชาชนและเยาวชนเข้าไปเล่นในบ่อนเด็ดขาดและภาษีที่ได้จะนำไปพัฒนาประเทศ โดยมีระบบจัดแบ่งบัญชีอย่างชัดเจนโปร่งใส ตรวจสอบได้   ส่วนประเทศไทยจะทำอย่างเขา ต้องถามว่าจัดการโต๊ะพนับบอล บ่อนเล็ก บ่อนใหญ่ของผู้มีอิทธิพล นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ได้แล้วหรือยัง   ข้อมูลของอาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ ว่าเงินจำนวน7-8 แสนล้านบาทจนถึง 1 แสนล้านบาท ที่นักพนันไทยนำออกไปเข้าบ่อนรอบข้างประเทศไทยต่อเดือนจะจัดการอย่างไร ขณะที่มีงานวิจัยว่า นักพนันเหล่านี้มีภาวะทางจิต คลั่งพนัน ติดงอมแงม ส่งผลให้ครอบครัวแตกแยก ล่มสลาย หย่าร้าง และที่สุดจัดการกับชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย ซึ่งไม่แตกต่างกับภาวะนักธุรกิจที่ล่มสลายจากภาวะหนี้สินที่หาทางออกกับชีวิตและครอบครัวไม่ได้

           

สร้าง: อ. 04 มี.ค. 2551 @ 15:23   แก้ไข: ส. 08 มี.ค. 2551 @ 15:49   ขนาด: 9980 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
การตายของลูกจ้างบริษัทสหวิริยา ฝ่ายสนับสนุนโครงการโรงถลุงเหล็ก กับกลุ่มชาวบ้านอนุรักษ์แม่รำพึง บริเวณพื้นที่ ก่อสร้างโครงการโรงถลุงเหล็กของเครือสหวิริยา สืบเนื่องมาจากผู้รับเหมาถมดินยังคงยืนยันจะขุดร่องน้ำเพื่อระบายน้ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ แต่ชาวบ้านคัดต้านมาตลอด โดยชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ขัดขวางเนื่องจากต้องการให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และผลกระทบทางสังคม(เอสไอเอ)ให้แล้วเสร็จก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้วและที่สุดก็มีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิต สังคมไทยยังห่างไกลการสร้างสันติ สมานฉันท์เช่นเคย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอ ผูว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต กรรมการหมู่บ้าน คณะเหล่านี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งๆที่เป็นผู้ปกครองระดับท้องถิ่น หากเราย้อนกลับมาดูรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติเราก็จะพบว่า มาตรา 78 "จะพบว่า รธน บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจ ในกิจการท้องถิ่นได้เอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น" นี่จะเห็นได้ว่าขนาด รธน บัญญัติไว้ดีเช่นนี้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกระดับยังจัดการปัญหาไม่ได้ ประชาชนต้องลุกมาจัดการ และบริษัทก็ใช้วิธีการแบบเดิมๆคือจ้างอัธพาล นักเลง มาจัดการชาวบ้าน ขนาด EIAและ SIA ยังไม่ผ่านทำไม่บริษัทกล้าดำเนินการและรัฐท้องถิ่นทำไมไม่กล้าจัดการหรือเงิน สามารถซื้อได้หมด อดเป็นห่วงชาวบ้านไม่ได้ ทั้งนี้เพราะรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมานสิ่งแวดล้อม และนายทุนมีอำนาจเหนือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและตำรวจท้องที่ อย่าให้ปัญหานี้ลุกลามรุนแรงเหมือนภาคใต้ ขอเถอะ