ห้องเรียนธรรมชาติ

เปิดประตูสู่...ห้องเรียนธรรมชาติ

ห้องเรียนธรรมชาติ
คืออะไร.... เพื่ออะไร....

โลกธรรมชาติ

ปุจฉา...?..?..?...โลกใบนี้มีอายุกี่ปี......
วิสัชนา.............คำตอบก็คือ...โลกเราใบนี้เกิดขึ้นมาประมาณ 5,000,000,000 ปี (ห้าพันล้านปี) ผ่านมาหลายยุคหลายสมัย (อย่างเช่น ยุคไดโนเสาร์หรือจูราสิค ที่เรารู้จักกันดี)
และถ้าหากจะถามต่อว่า แล้วมนุษย์เราล่ะ เกิดมาบนโลกใบนี้กี่ปีแล้ว เราก็จะได้คำตอบว่า มนุษย์ (ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์คือ Homo sapiens) นะเหรอ ก็แค่ประมาณ 250,000 ปี (สองแสนห้าหมื่นปี) เท่านั้นเอง
 

ธรรมชาติอยู่คู่โลกใบนี้มานานแสนนาน สร้างสรรพสิ่งต่างๆมากมาย แต่ทำไมมนุษย์ผู้ซึ่งมาทีหลัง กลับคอยแต่จะทำลาย และทำตัวออกห่างจากธรรมชาติมากขึ้นทุกวัน ซ้ำร้ายบางคนกลับทำตัวไม่เคารพธรรมชาติ คอยแต่จะตักตวง ฉวยโอกาส และพยายามที่จะอยู่เหนือ คอยเอาชนะธรรมชาติเสมอมา ก็เพราะเหตุนี้เราถึงต้องประสบกับภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อุณหภูมิโลกสูงขึ้น พายุที่รุนแรงขึ้น น้ำท่วมหนัก ดินถล่ม ซึ่งจะกล่าวว่าธรรมชาติกำลังทวงคืนก็ไม่น่าจะผิด แต่ถ้าหากว่า เรากลับใจและหันมามอง เข้าใจ และมีทัศนคติที่ดีธรรมชาติมากขึ้น ก็ยังมีโอกาสที่มนุษย์อย่างเราจะอยู่อย่างมีความสุขบนโลกใบนี้ไปอีกนาน
 

ธรรมชาตินี้มีแต่ให้

          แต่ก่อนมนุษย์เราเคยอาศัยอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร ได้สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ต่อมา สภาพสังคมที่เจริญขึ้นก็บังคับให้ต้องมาอยู่ในเนื้อที่ที่จำกัดยัดเยียดกันในเมือง ขาดป่า ห่างป่า ก็ย่อมคิดถึงป่า เพราะความผูกพันดั้งเดิมระหว่างมนุษย์กับต้นไม้และธรรมชาติยังมีอยู่

        แต่ก่อนมนุษย์เราเคยอาศัยอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร ได้สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ต่อมา สภาพสังคมที่เจริญขึ้นก็บังคับให้ต้องมาอยู่ในเนื้อที่ที่จำกัดยัดเยียดกันในเมือง ขาดป่า ห่างป่า ก็ย่อมคิดถึงป่า เพราะความผูกพันดั้งเดิมระหว่างมนุษย์กับต้นไม้และธรรมชาติยังมีอยู่

- ต้นไม้ดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไปปรุงอาหาร และคายก๊าซออกซิเจนออกมาให้เราหายใจ
- ต้นไม้ที่มีพื้นผิวใบประมาณ 150 ตารางเมตร จะผลิตออกซิเจนเพียงพอสำหรับมนุษย์ 1 คน ภายใน 1 ปี
- พื้นผิวดินที่ถูกแดดส่องโดยตรง จะร้อน 50-67 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับผิวดินใต้ร่มไม้บริเวณเดียวกัน จะมีอุณหภูมิเพียง 20 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิห้องในบ้านที่ถูกแสงแดดส่องโดยตรงจะสูงมาก แต่หากว่าปลูกต้นไม้บังแดด อุณหภูมิจะลดลงถึง 11 องศาเซลเซียส

 

ระนอง”เมืองเล็กในป่าใหญ่

                  มาถึงจังหวัดระนองของเรากันบ้าง จังหวัดระนองนับเป็นจังหวัดหนึ่งที่ยังคงมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สวยงาม และหลายหลาย จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองเล็กในป่าใหญ่ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่ดีที่สุด ลองคิดดูสิว่าธรรมชาติสร้างให้เรามีทั้งป่าบกที่อุดมสมบูรณ์มีความหลายหลายทางชีวภาพสูง

- มีป่าชายเลนที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลโลก
- มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการประกาศตามอนุสัญญา “แรมซาไซค์”
- มีน้ำแร่ร้อนที่ดีที่สุดในประเทศไทย
- มีน้ำตก มีทะเล เกาะแก่งมากมาย

 แต่น่าเสียดายที่ยังมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นถึงความสำคัญ กลับทำลายธรรมชาติอย่างน่าเศร้าใจ บุกรุกป่าเพื่อสร้างสวนยางพาราบ้าง ปลูกปาล์มบ้าง เป็นของนายทุนบ้าง จนพื้นที่ลดลงอย่างน่าใจหาย การแก้ปัญหาก็คือการจับกุม ปราบปราม แต่ก็ดูจะไม่ได้ผล ทุกวันนี้ก็ยังมีการทำลายกันอยู่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงและราชินีที่ทรงมีกระแสพระราชดำรัสถึงความสำคัญของป่าและน้ำอยู่เสมอ
ทำอย่างไรจึงจะสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึก ทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติก่อนที่จะสายเกินไป ?

 

เรียนรู้และเข้าใจได้จาก...ห้องเรียนธรรมชาติ

โลกใบนี้คือห้องเรียนธรรมชาติที่กว้างใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นครูให้เราได้เรียนรู้ นอกเหนือจากตำราเรียนได้ทั้งนั้น เราคิดมั๊ยว่า ป่าสำคัญอย่างไร ป่าและสัตว์ป่าเกี่ยวพันกันอย่างไร ทำไมต้องเรียกว่าระบบนิเวศ ทุกอย่างเชื่อมโยงกันยังไง ทุกอย่างในธรรมชาติล้วนมีที่มาที่ไปมีเหตุมีผลในการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

จังหวัดระนองมีความหลากหลายทางธรรมชาติทั้งป่าบก ป่าชายเลน ทะเล และจากความหลายหลายนี่เองนับว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่ดีที่สุด ที่ทุกคนจะได้เข้าไปสัมผัสเพื่อเรียนรู้ เพื่อเข้าใจ เพื่อจะได้เห็นคุณค่าและหันมาช่วยกันอนุรักษ์ให้ทรัพยากรทางธรรมชาติเหล่านี้ให้อยู่คู่กับระนองสืบไป
โอกาสมาถึงแล้ว ลองเปิดใจและเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ แล้วคุณจะรู้ว่าธรรมชาติมีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์แค่ไหน เพราะการอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่ ย่อมหมายถึงการดำรงอยู่ของมนุษย์เราด้วย

ต้นไม้เกื้อกูลชีวิตมนุษย์ชาติเรื่อยมา
มิเคยเรียกร้องขอสิ่งตอบแทนเลยแม้แต่น้อย
ธรรมชาติให้ความสมดุลกันเองตามธรรมชาติ
ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ก็เพราะต้นไม้ป่าไม้มีละอองน้ำ
มีความชุ่มชื้นคอยปะทะเมฆฝนไว้บันดาลเป็นหยดน้ำฝน
หล่นลงมาหล่อเลี้ยงชีวิตที่อาศัยบนพื้นดิน
ไม้ใหญ่แผ่กิ่งสยายใบทอดร่มเงา
ปกป้องภัยให้แก่ไม้เล็กไม้น้อย
ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของสรรพสัตว์น้อยใหญ่
ตลอดจนมนุษย์ทุกๆชีวิต
มีความผาสุกร่มเย็นตามอัตภาพ
ชีพจักรแต่ละชีวิตหมุนเวียนไปตามกฎแห่งธรรมชาติ

(คัดจากคู่มือการปลูกต้นไม้: กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม)
 

แต่งและเรียบเรียงโดย...ชมรมป่าสร้างฝัน จังหวัดระนอง