ครูบาสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์  พูดถึงชีวิตครูปูไว้.....ชวนติดตามยิ่งนัก

" เรื่องของลูกกำพร้า ที่นิยายดาวพระศุกร์ชิดซ้ายตกขอบไปเลย  โลกมีมืด มีสว่าง  แต่โลกของครูปูดิ้นกระแด๋วอยู่ในมุมมืด  จุดผันเปลี่ยนของชีวิตอัดแน่นด้วยเลือดเนื้อและน้ำตา.....แต่ครูปูเป็นหญิงแกร่ง ที่ทรงคุณค่าของครอบครัวและสังคม"

 

                ครูปูมีเลือดเนื้อเชื้อไข....ของคนเกาะสมุย(เช่นเดียวกับผู้เขียน) อีกทั้งยังมีแม่ที่เป็นสาวงามประจำเกาะ ไม่แพ้กันเลย

 

                ชีวิตวัยเด็กของครูปู......ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเคราะซ้ำกรรมซัด  จนรู้สึกว่า...วัยเด็กของผมดูธรรมดาไปถนัดใจ

 

                เริ่มจากที่แม่ของครูปู ประสบปัญหาชีวิต มุ่งหน้าไปตายดาบหน้า  พบคนดีศรีสัตหีบ  จึงระหกระเหินไปอยู่ที่นั้น..... จนชีวิตแม่ครูปู พี่สาว และครูปูเอง มีความเป็นอยู่ดีขึ้น   แต่ชีวิตของครูปูมองดูโลกได้เพียง 1 ขวบ แม่ครูปูก็ประสบปัญหาครั้งใหญ่ อีกระลอกหนึ่ง  ครานี้... แม่ครูปูแก้ปัญหาด้วยการนำครูปูและพี่สาวลงใต้อีกครั้งหนึ่ง  และครั้งนี้นี่เอง ....ชีวิตครูปูก็โรยด้วยผงถ่าน เพราะแม่นำไปฝากไว้กับป้าที่มีอาชีพเผาถ่าน  และเป็นที่น่าสารสารอย่างจับใจ  วัยเด็กของครูปู ที่เนื้อตัวมอมแมม  มีแผลพุพองทั่วตัว

 

                เมื่อป้าเลี้ยงไม่ไหว  ครูปูและพี่สาวก็ถูกฝากเลี้ยงไว้กับเถ้าแก่โรงงานปลาทูนึ่ง  และนับแต่นั้นมา  ครูปูและพี่สาวก็ไม่ได้พบหน้าพ่อและแม่จริงอีกเลย จนกระทั่งเติบใหญ่

                 ชีวิตของครูปูที่โรงงานปลาทูนึ่ง  แห่งนี้ ถูกหล่อหลอมด้วยหัวใจของแม่คนที่สอง ด้วยความรักที่แม่คนหนึ่งจะมีให้แก่ลูกได้อย่างจริงใจ  เนื่องจากความเวทนา สงสารในชีวิตที่ผ่านมาของครูปู 

 

                 ความเป็นดาวเด่นในดวงใจของคนในครอบครัวใหม่ที่ครูปูอยู่  ฉายแวว...เปล่งประกายอย่างชัดเจน  ด้วยความเป็นเด็กน่ารัก เรียนเก่ง อีกทั้งยังมีความสามารถ  ความกล้าแสดงออกตั้งแต่ เล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง  การร่ายรำ แม้กระทั่งการบุกสัมภาษณ์ฝรั่งที่มาเที่ยวเกาะสมุยที่ท่าเรือ สมัยเรียนมัธยมต้น เพราะมีใจรักในภาษาอังกฤษแบบสุด ๆ และที่สำคัญ  ครูปูยังเป็นนักพูดฝีปากกล้า ที่หาใครปะฝีปากได้ยากยิ่งนัก....อิ อิ

 

                 ชีวิตของครูปูโลดแล่นอยู่บนสังเวียนได้อย่างโชกโชน  เพราะความเป็นคนกล้าบ้าบิ่น แม้เพื่อนนักเรียนชายก็เคย สู้ชนะมาแล้ว  เนื่องจากเป็นผู้นำฝ่ายหญิง จึงต้องแสดงฝีมือด้วยการใช้ฝีปากกัดคู่ต่อสู้ชาย  จนร้องจ๊าก(เนื้อแขนแทบหลุดติดปาก)  สุดท้ายก็  เฮ!!!! ผู้หญิงชนะ

                 เรื่องราว.....วัยเรียน  ของครูปู น่าตื่นเต้นทุก shot   จนผมมิอาจกล่าวได้หมด ในบันทึกนี้

.....

.....

                เรื่องน่าสงสารของครูปู ยังมีอีก ครับ   เมื่อแม่(จริง)มาพรากพี่สาวคนเดียวที่ครูปูมี  พี่สาวคนเดียวที่เป็นเพื่อนครูปูมาตลอดชีวิต ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ของครูปู  ครูปูผู้น่าสงสาร...น้อยใจตัวเองเป็นยิ่งนัก  "ทำไมหนอ!!  แม่ถึงไม่รับครูปูไปอยู่ด้วย ....และนี่คือคำถามที่ครูปูทดไว้ในใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

                แต่..ชีวิตครูปู ก็ยังไม่ขาดน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจเสียทีเดียว  เพราะห้วงหนึ่งของชีวิต จุดหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตวัยเรียน การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงนั้น ครูปูมีโอกาสได้พบ "พ่อ"  จุดนี้เองในอ้อมแขนที่พ่อกอดครูปูไว้

                คำพูดว่า "รัก" ของพ่อ......."พ่อรักลูกนะ"  "พ่อทำเพื่อลูก"  และ"ลูกคือดวงใจของพ่อ"  เป็นสิ่งที่ปลอบประโลมหัวใจของครูปู มาถึงทุกวันนี้

 

                ปัญหา อุปสรรค ช่วงอยู่มหาวิทยาลัยของครูปู มีมาต่อเนื่อง..... แต่ทุก ๆ ปัญหา เมื่อครูปูประสบพบพาน.... ปัญหาเหล่านั้น ไฉนเลยจะผ่านพ้นไปไม่ได้ 

 

               เมื่อล่วงเข้าสู่วัยทำงาน........ครูปูเลือกเดินบนเส้นทางของความเป็นครูด้วยหัวจิตหัวใจ  ....และความมุ่งหวังของครูภาษาอังกฤษที่อยากเห็นสิ่ง ดี ดี ให้เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษา เท่าที่ความสามารถของครูคนหนึ่งมีอยู่ จนกระทั่งได้รับรางวัลชีวิต คือ "ฮีโร่ขวัญใจยามยากของเด็ก ๆ และผู้ปกครอง"

               ครูปู มีเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษมากมาย และนี่คือส่วนหนึ่ง "body language" การทำตาโต แลบลิ้น ปลิ้นตา  ออกเสียงเต็มเสียง แม้กระทั่งการทำตัวเป็นดาวยั่ว ครูปูก็ทำมาแล้ว  ลูกศิษย์ของครูปู จะฮากันทั้งวัน เรียนไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข (อิ อิ)

....

.....

               ครูปู พูดว่า "ถ้าเขามีความสุขแล้วใจก็จะเปิดรับ  เมื่อได้ทำอะไรที่มีความสุข  เด็ก ๆ ก็จะขวนขวาย ทุ่มเทกับสิ่งนั้น ๆ"

 

                ชีวิตของครูปู มีเรื่องเล่ามากมาย จนบันทึกนี้อาจเขียนได้เพียงบางส่วน ถ้าต้องการรายละเอียด กรุณาติดต่อโทร...(ลานปัญญาhttp://lanpanya.com/krupu/)

 

                สุดท้ายของบันทึก ฉบับนี้ ขอชื่นชมการ "กอด" ที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตของครูปูที่ได้จากพ่อที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูปูแสดงพลังของความอบอุ่นแห่งจิตใจของตนเองไปยังผู้อื่น

 P1080524

ครูปู บอกว่า .....ตัวเองเป็นผู้หนึ่งที่กำลังเรียนรู้ชีวิตและพยายามจะทำชีวิตให้มีคุณค่า เท่าที่สามารถจะทำได้

"คนเราตายไปแล้ว ก็มีแต่ความว่างเปล่า

ความเป็นมนุษย์หยุดลง เพียงแค่ที่เรามีลมหายใจ

จะคิดจะทำอะไรก็ควรลงมือทำช่วงนี้

พ้นขีดนี้ไปแล้วจะทำอะไรไม่ได้เลย

แม้แต่จะลูกขึ้นมา กอดใคร  ยิ้มให้ใคร เป็นห่วงใคร และรักใคร"

                                       ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์


ขอบคุณ หนังสือ เจ้าเป็นไผ๑ ที่ผู้เขียน ได้รับจาก คุณpoo 

ขอบคุณ ภาพเด็กน้อยที่น่าสงสาร ที่พบที่ gotoknow แห่งนี้

ขอบคุณ ภาพจากแฟ้มอัลบั้ม พ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์