ทราบกันโดยทั่วไปว่า ประสาทสัมผัสของเรารับรู้ได้ 5 ลักษณะ ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส (ส่วนใครที่ศึกษาพุทธศาสนา อาจจะเพิ่มว่ามี ใจ เรียกว่า ธรรมารมณ์ รวมเป็น 6 อย่าง) โดยแต่ละลักษณะจะใช้อวัยวะแตกต่างกันไป เช่น ตาเห็นรูป ส่วนลิ้นก็รับรส เป็นต้น
แต่เชื่อไหมว่า มีคนพิเศษในโลกนี้จำนวนหนึ่งซึ่งมีประสบการณ์ต่างจากคนส่วนใหญ่ เช่น บางคนมองตัวเลข (หรือตัวหนังสือ) จะเห็นเป็นสี บางคนฟังเสียงดนตรี จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสัมผัสผิวหนัง ส่วนอีกคน ลิ้นชิมรสปั๊บ กลับเห็นรูปร่างตามมาด้วย!
ประสบการณ์แปลกๆ แบบนี้ ฝรั่งรู้จักมานานราว 300 ปี แล้ว และเรียกว่า ซินเนสทีเซีย (synesthesia หรือ synaesthesia) ซึ่งมาจากภาษากรีกคือ คำว่า syn (ร่วม) + aisthesis (การรับรู้) หมายความว่า ประสาทสัมผัสตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไป รับรู้พร้อมกันนั่นเอง
ส่วนคนที่มีประสบการณแบบนี้เรียกว่า ซินเนสทีต (synesthete) ซึ่ง (ผมว่า) ฟังแล้วแหม่งๆ จึงขอเรียกว่าคนที่เป็นซินเนสทีเซียก็แล้วกัน
การเห็นตัวเลขเป็นสี
ซินเนสทีเซียที่พบบ่อยที่สุดคือ เห็นตัวเลขหรือตัวอักษรเป็นสี (colored letters and numbers) และได้ยินเสียงเป็นสี (colored hearing) โดยความรู้สึกหรือการรับรู้แบบนี้จะคงเส้นคงวา กล่าวคือ หากชายหนึ่งเห็นตัวอักษร A เป็นสีชมพู เขาก็จะเห็นตัว A เป็นสีชมพูไปชั่วชีวิต
แต่ที่น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ คนที่เป็นซินเนสทีเซียอีกคน อาจจะเถียงว่า ตัว A เป็นสีฟ้า (หรือสีอื่น) ต่างหาก และคนๆ นั้นก็จะเห็นเป็นสีฟ้าไปชั่วชีวิตเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีข้อยกเว้นเหมือนกัน เพราะมีหลักฐานว่า ตัวอักษรโอ ‘O’ นั้น คนที่เป็นซินเนสทีเซียส่วนใหญ่ ราว 3 ใน 4 คน จะเห็นเป็นสีขาวตรงกัน ลักษณะเช่นนี้เองที่ทำให้การศึกษาปรากฏการณ์นี้ไม่ง่ายนัก
ต้องเน้นไว้ตรงนี้ว่า ในทางการแพทย์และทางจิตวิทยา ไม่ได้ถือกว่า ซินเนสทีเซียเป็นความเจ็บป่วย ในทางกลับกัน หากนักจิตวิทยาพบคนที่เป็นซินเนสทีเซียจะยิ่งชอบ เพราะจะได้ขอความร่วมมือเขา (หรือเธอ) ในการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของสมอง ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเปิดเผยกลไกการรับรู้ ความรู้สึกตัว การตีความของสมองเมื่อได้รับข้อมูล ไปจนถึงประเด็นเชิงปรัชญา เช่น ความจริงแท้นั้นเป็นเช่นไร
คนที่มีประสบการณ์พิเศษเช่นนี้มักจะไม่บอกใคร เพราะเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก แล้วพูดกับเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างว่า “เสียงเพลงๆ นี้ สีสวยดีเนอะ” หรือ “ไอ้ขนมนี้ รสชาติมันเหลี่ยมๆ คมๆ” ก็ย่อมจะทำให้เพื่อนๆ หรือคนรอบข้างมองว่าเป็นตัวประหลาด แต่หากพูดออกไปตอนโต ก็จะทำให้คนฟังเข้าใจผิดคิดว่า คนพูดติดยาเสพติด (เช่น ยาอี) ก็เป็นได้ (กรณีหลังนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว)
ซินเนสทีเซียสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เช่น ในกรณีของนักเขียนชาวรัสเซียคนหนึ่งชื่อ วลาดีมีร์ นาโบคอฟ (Vladimir Nabokov) นั้น ตอนเด็กๆ เคยบ่นกับคุณแม่ของเขาว่า ใครกันนะทำตัว A มาผิดสี เพราะตัว A ในความคิดของเขานั้นต้องเป็นสีน้ำเงิน ไม่ใช่สีแดง
วลาดีมีร์ นาโบคอฟ นักเขียนชื่อดังที่มองเห็นตัวอักษรเป็นสี
ฝ่ายคุณแม่ของเด็กน้อย เมื่อได้ยินเช่นนั้น แทนที่จะว่าลูกเพี้ยน เธอกลับเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะเธอเองก็เป็นซินเนสทีเซียเช่นเดียวกัน ต่อมาเมื่อวลาดีมีร์ นาโบคอฟ มีลูกชาย ก็พบว่าลูกชายก็เป็นอีก เรียกว่าครอบครัวนี้มีประสบการณ์พิเศษเรียงติดกันถึง 3 รุ่น!
น่าสนใจว่า มีคนดังระดับโลกอีกหลายคนที่เป็นซินเนิสทีเซียด้วยเช่นกัน เช่น
- ฟรานซ์ ลิสต์ (Franz Liszt) คีตกวีและนักเปียนโนฝีมือฉกาจชาวฮังการี ซึ่งมองเห็นสีเมื่อได้ยินเสียงโน้ตดนตรี
- ริชาร์ด ไฟย์นแมน (Richard Feynman) ยอดนักฟิสิกส์อารมณ์ดี ซึ่งมองเห็นสีสันในสมการฟิสิกส์!
- วาซิลี คันดินสกี (Wassily Kandinsky) จิตรกรผู้บุกเบิกงานศิลปะนามธรรมเชื้อสายรัสเซีย ก็มองเห็นสีเมื่อได้ยินเสียงดนตรี (อย่างไรก็ดี Wikipedia ระบุว่า Wassily Kandinsky อยู่ในกลุ่มที่กำลังได้รับการตรวจสอบว่าเป็นซินเนสทีเซียหรือไม่)
ดูรายชื่อคนที่เป็นซินเนสทีเซียใน Wikipedia ที่นี่
นายแพทย์ริชาร์ด อี ไซโทวิค (Richard E. Cytowic, MD) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องซินเนสทีเซีย และผู้แต่งหนังสือ ‘The Man Who Tasted Shapes’ (‘ชายผู้ลิ้มรสเป็นรูปร่าง’) ประมาณไว้ว่า โอกาสที่จะพบคนเป็นซินเนสทีเซียมีประมาณ 1 คน ใน 25,000 คน โดยสำหรับคนอเมริกัน พบว่าโอกาสที่จะพบในผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายราว 3:1 ในขณะที่ทางสหราชอาณาจักร มีนักวิจัยท่านอื่นได้ประมาณไว้สูงกว่านี้คือ 8:1 กล่าวโดยสรุป ผู้หญิงก็มีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายหลายเท่า
คุณหมอริชาร์ด ไซโทวิค กำลังอธิบายเรื่องการเห็นตัวอักษรเป็นสีต่างๆ ของคนที่มีประสบการณ์ซินเนสทีเซีย
ปรากฏการณ์ซินเนสทีเซียบางลักษณะนั้นสุดแสนเหลือเชื่อ กล่าวคือ
- คนบางคนมองเห็นแนวคิดเชิงนามธรรมบางอย่างมีรูปร่าง (หรือโครงสร้าง) ได้ เช่น เห็นเดือนทั้ง 12 เดือน ใน 1 ปี เหมือนกับตู้ที่นั่งของชิงช้าสวรรค์ โดยมีเดือนธันวาคมอยู่ด้านล่าง และเดือนกรกฎาคมอยู่ด้านบน
- บางคนก็อาจจะเห็นกระบวนการคำนวณทางคณิตศาสตร์ (math operation) เป็นรูปเป็นร่างได้
ลักษณะพิเศษเช่นนี้ นักจิตวิทยาตั้งชื่อว่า ซินเนสทีเซียเชิงแนวคิดรวบยอด (conceptual synesthesia)
มีเหมือนกันที่บางคนอาจเป็นซินเนสทีเซียได้หลายแบบพร้อมๆ กัน อย่างกรณีของ แครอล สทีน (Carol Steen) ศิลปินที่ทำงานอยู่ในนิวยอร์คนั้นพบว่า เธอเป็นซินเนสทีเซียถึง 3 แบบ!
- แบบแรก คือ เธอมองเห็นตัวเลขและตัวอักษรเป็นสี (ซึ่งเป็นแบบที่พบได้บ่อยที่สุด)
- แบบที่สอง คือ เธอได้ยินเสียงเป็นสี เช่น เธอบรรยายว่ามีเพลงของวงดนตรียูแมน (Uman) อยู่เพลงหนึ่ง ซึ่งตัวโน้ตตัวแรกมีสีเทาๆ เป็นแถบจากสีเทาอ่อนไล่ไปหาสีเทาแก่ และบนแถบสีเทานั้นมีจุดเล็กๆ สีทองอยู่ด้วย
- แบบที่สาม ซึ่งพบไม่บ่อยนัก ก็คือ การสัมผัสในบางลักษณะ (เช่น เข็มแทงที่ผิวหนัง) จะทำให้เธอเห็นเป็นสี และรูปร่างไปด้วยพร้อมๆ กัน
Carol Steen
จากการศึกษาพบว่า คนที่เป็นซินเนสทีเซียมักจะถนัดซ้าย และมีความจำดีกว่าคนส่วนใหญ่โดยเฉลี่ย เช่น ในกรณีของเลขบัตรเครดิตยาวๆ ก็จำง่ายเพราะเห็นเป็นสีสันต่างๆ เรียงกันไป แต่ในจุดดี ก็ย่อมมีจุดด้อย เพราะคนที่เป็นซินเนสทีเซีย มักจะหลงทิศทางได้ง่ายๆ และการคิดคำนวณอาจทำได้ไม่ดีนักในหลายกรณี (เพราะตัวเลข 2 ตัวอาจปรากฏเป็นสีคล้ายๆ กัน จนสับสนว่าเป็นตัวเลขตัวไหนกันแน่!)ศิลปินชื่อ แครอล สทีน (Carol Steen) มองเห็นสีและรูปร่างต่างๆ ขณะที่เธอฟังดนตรีหรือถูกเข็มแทงที่ผิวหนัง ในภาพนี้ เธอใช้แสงวาดภาพสิ่งที่เธอเห็นเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้
มีทฤษฎีอธิบายปรากฏการณ์นี้ไหม?
ในยุคแรกๆ เมื่อร้อยปีก่อนนู้น อธิบายกันแบบเบลอๆ ว่า ซินเนสทีเซียน่าจะคล้ายๆ เหตุการณ์ “สายสัญญาณพันกัน” (crossed wires) อย่างบางครั้งที่เราใช้โทรศัพท์บ้านคุยกับเพื่อน แต่ดันมีเสียงสนทนาของอีกคู่หนึ่งเข้ามาปนอีรุงตุงนังด้วยนั่นเอง
ทฤษฎีร่วมสมัยทฤษฎีหนึ่งเสนอโดย ไซมอน บารอน-โคเฮน (Baron-Cohen) และเพื่อนร่วมงาน ทีมวิจัยนี้บอกว่า ซินเนสทีเซียน่าจะเกิดจากเหตุผลทางพันธุกรรม ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองมีมากเกินพอดี ส่งผลให้การรับรู้ของประสาทสัมผัสต่างๆ ปะปนกัน เช่น การได้ยินเสียงกับการมองเห็น (ฟังเพลงบอกว่าสีนั้นสีนี้) เป็นต้น พูดง่ายๆ คือ ทฤษฎีนี้เชื่อว่า สมองของคนที่เป็นซินเนสทีเซียมีโครงสร้างทางกายภาพ หรือ “ฮาร์ดแวร์ (hardware)” แตกต่างจากคนปกติ
ทีมวิจัยของไซมอน บารอน-โคเฮน ได้ศึกษาการทำงานของสมองโดยใช้เทคนิคโพสิตรอนอิมิสชัน โทโมกราฟี (Positro Emission Tomography, PET) และการสร้างภาพโดยฟังก์ชันนัล-เอ็นเอ็มอาร์ (functional-Nuclear Magnetic Resonance imaging) และพบว่า เมื่อคนที่ (อ้างว่า) เป็นซินเนสทีเซียได้ยินเสียง สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นก็ทำงานด้วยจริง
ปรากฏว่า แนวคิดของบารอน-โคเฮน และเพื่อนๆ มีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โดยคนที่เห็นด้วย เช่น ดร. ดาฟนี เมาเรอร์ (Daphne Maurer, PhD) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ (McMaster University) ก็ต่อยอดออกไปว่า เป็นไปได้ไหมที่จริงๆ แล้ว คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมๆ กับการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ซินเนสทีเซียได้อยู่แล้ว
แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น การเชื่อมต่อนี้จะลดลงไปสำหรับคนส่วนใหญ่ (ประสาทสัมผัสแต่ละอย่าง ก็เลยแยกจากกัน) แต่สำหรับคนพิเศษบางคนที่การเชื่อมต่อยังเหลือค้างอยู่ ก็เลยทำให้เกิดซินเนสทีเซียสำหรับคู่ของประสาทสัมผัสที่เชื่อมต่อกันอยู่นั้น
ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วย เช่น ปีเตอร์ กรอสเซนบาเชอร์ (Peter Grossenbacher) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนาโรปา (Naropa University) บอกว่า จริงอยู่ที่ซินเนสนีเซียน่าจะเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แต่ไม่จำเป็นเลยที่สมองของคนที่รู้สึกเช่นนั้นจะต้องมีสมองแตกต่างไปจากคนปกติ ดูอย่างคนที่ติดยาเสพติด (เช่น ยาอี) นั่นปะไร เห็นดอกไม้ก็บอกว่าหวาน ฟังดนตรีก็มีสีสวย ได้เช่นกัน แต่พอยาหมดฤทธิ์ ก็กลับมาเป็นปกติ
คุณปีเตอร์ก็เลยเสนอทฤษฎีว่า ในการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสหนึ่งๆ นั้น จะมีสัญญาณประสาทส่งไปยังส่วนของสมองที่รับความรู้สึกหลายอย่างร่วมกัน (multisensory area) เช่น บริเวณร่องพับของขมับส่วนบน (superior temporal sulcus) ที่อยู่ใกล้ๆ ปลายด้านบนของหูข้างขวา
จากนั้น สัญญาณดังกล่าวจะถูกส่งกลับไปยังบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกแต่ละอย่าง (single-sense area) ทั้งนี้ในสมองของคนปกติ จะมีการยับยั้งสัญญาณประสาทไม่ให้ไปยังส่วนที่ไม่เกี่ยวกับความรู้สึกนั้น (เช่น ปล่อยสัญญาณประสาทที่เกิดจากเสียงให้ไปยังบริเวณที่เกี่ยวกับการรับฟังเท่านั้น แต่กั้นไม่ให้สัญญาณนี้ส่งไปยังส่วนอื่นๆ)
แต่สำหรับคนที่เป็นซินเนสทีเซีย การยับยั้งดังกล่าวเกิดขัดข้อง ทำให้สัญญาณที่ไม่เกี่ยวข้องหลุดไปได้ เช่น หากสัญญาณที่เกิดจากการฟังเสียงหลุดไปยังสมองส่วนที่ทำหน้าที่มองเห็น ก็จะเห็นเสียงมีสีสัน หรือรูปร่างต่างๆ นั่นเอง
นี่เป็นแค่แนวคิดบางอย่างที่เสนอกันมาเท่านั้น แต่ถึงวันนี้ดูเหมือนจะยังฟันธงไม่ได้....
ส่วนผมนั้น แม้จะไม่ได้เป็นซินเนสทีเซีย แต่เห็นตัวเลข 100 ทีไร ก็จะนึกถึงแต่สีแดง
หากเป็น 500 ก็สีม่วง
ส่วน 1000 ก็สีน้ำตาลอมเทานิดๆ ครับ ;-)
แนะนำขุมทรัพย์ทางปัญญา
- บทความเรื่อง Everyday fantasia: The world of synesthesia ที่ http://www.apa.org/monitor/mar01/synesthesia.html
- เว็บ http://home.comcast.net/~sean.day/Synesthesia.htm
- บทความใน Wikipedia : http://en.wikipedia.org/wiki/Synesthesia
- รายชื่อคนที่เป็นซินเนสทีเซียใน Wikipedia : http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_people_with_synesthesia
- บทสัมภาษณ์แครอล สทีน (Carol Steen) และคุณหมอริชาร์ด ไซโทวิค (Richard Cytowic) โดยโรบิน ฮิวจส์ ( Robin Hughes) พิธีกรรายการ Open Mind ใน ABC Radio National – Health Report Transcript – 8 July 1996 ที่ http://www.abc.net.au/rn/talks/8.30/helthrpt/hstories/hr080796.htm
ประวัติของบทความ
- ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คลื่นความคิด นิตยสาร สารคดี ชื่อ เห็นตัวเลขเป็นสี ... ฟังดนตรีรู้สึกหวาน ปรากฏการณ์ ‘ซินเนสทีเซีย
- ตีพิมพ์รวมเล่มในหนังสือ Know How & Know Why : กฎพิสดาร ปรากฏการณ์พิศวง เล่ม 2 สนพ. สารคดี
- ดัดแปลงเพื่อนำลงใน GotoKnow เพื่อเป็นความรู้สาธารณะ และใช้ในการอภิปรายกับประเด็นที่อาจจะเกี่ยวข้อง


เมนูของ chiew-buncha





เมื่อ จ. 24 ก.ย. 2550 @ 05:12
395965 [ลบ]
สวัสดีครับ คุณฝ้าย
ก่อนหน้านี้ ผมลองส่ง e-mail ตอบกลับไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะเด้งกลับ
ดีจังครับ ได้รู้จัก (ว่าที่) นักวิทยาศาสตร์อีกคน ตอนนี้เริ่มทำ thesis แล้วหรือยังครับ
เรื่อง การเห็นตัวเลขเป็นตุ๊กตาใส่ชุดสีที่ต่างกัน นิสัย, เพศต่างกัน นี่ ผมขอลองไปสืบค้นดูก่อน ในระหว่างนี้ ถ้าคุณฝ้ายสนใจ ก็ลองไปอ่านในเว็บที่ให้ไว้ได้ครับ
เมื่อ อ. 06 พ.ย. 2550 @ 22:00
448425 [ลบ]
สวัสดีค่ะ หนูได้ลิ้งค์นี้มาจากพี่แทนไท(เว็บโลกจิตน่ะค่ะ) คือหนูไปตั้งกระทู้เกี่ยวกับซินเนสตีเซียไว้น่ะค่ะ เพราะอ่านๆหนังสือดูแล้ว อาการแบบนี้ ใช่เลยค่ะ
อย่างแรกเลยก็คือการเห็นตัวเลขและคำเป็นสีค่ะ ตัวเลขของหนูนอกจากจะแตกต่างกันเรื่องสีแล้ว ความรู้สึกที่มีต่อตัวเลขก็ต่างกันด้วยค่ะ หนูรู้สึกว่าเลข2(สีฟ้า)จะเป็นเลขที่ฉลาดและเยือกเย็นมาก เลข4(สีชมพู)จะรู้สึกว่ามันหยิ่งๆค่ะ (เวลาเค้าให้เลือกเลขอะไรหนูจะไม่เลือกเลข4เด็ดขาดเพราะเห็นแล้วหงุดหงิด) นอกจากเลขแล้ว คำของหนูมักจะเป็นสีไล่เฉดอะค่ะ แบบคำว่าซินเนสตีเซียเนี่ย หนูเห็นเป็นสีม่วงๆของล่างสีน้ำเงินๆ คำส่วนใหญ่สีละไล่กันแบบนี้อะค่ะ
หนูก็เล่นดนตรีด้วยนิดหน่อยค่ะ ถ้าดนตรีสากลเนี่ยโน้ตจะเป็นแบบ C D E F G A B สีก็จะต่างกัน ส่วนดนตรีไทยโน้ตก็จะเป็น ด ร ม ฟ ซ ล ท ทำให้หนูเป็นพวกชอบจำโน้ตมากกว่าดูโน้ตไปเลยค่ะ
ส่วนอีกอย่างที่หนูเป็นก็คือ เวลาเห็นคนหรือสิ่งของบางอย่าง พาลจะให้คิดและรู้สึกเหมือนว่าเค้าเป็นอีกอย่างอะค่ะ แบบเพื่อนหนูคนนึงตัวก็ไม่อ้วนนะคะ แต่ทำไมหนูรู้สึกเห็นเค้าเหมือนปลาโลมาผสมพะยูน รุ่นน้องหนูคนนึงหนูเห็นเค้าเป็นเป็ดย่างMKอะค่ะ คือแบบรู้สึกได้รสชาติเป็ดย่าง(เรื่องได้รสชาตินี่จะเป็นกับน้องคนนี้คนเดียวค่ะ)
พอหนูได้ยินคำว่า"ซีดี"จะรู้สึกคันคอมากเลยค่ะ (แต่มันไม่น่าจะเกี่ยวนะคะ)
เวลาหนูจะคิดถึงคำอะไรที่จำเนี่ย คำนั้นมันจะเหมือนมีตำแหน่งในหัวหนูเลยอะค่ะ แล้วคำกับตัเลขของหนูมันจะนูนขึ้นมาด้วยค่ะเหมือนมีเงาๆ
หนูชักจะรู้สึกว่าหนูพูดยาวไปแล้วละค่ะ ^^"(คำว่ายาวของหนู ยา-สีเขียว ว.แหวน-สีเหลืองค่ะ)แต่หนูรู้สึกขอบคุณสมองตัวเองที่ทำให้เป็นซินเนสเตเซีย(ถ้าหนูเป็นจริงๆ)เพราะเพิ่งรู้ตัวค่ะว่าที่จำๆอะไรได้เยอะหน่อยก็เป็นเพราะนี่นี่เอง
หนูขอบคุณอาจารย์บัญชามากนะคะ ลิ้งนี้ดีมากๆเลยค่ะ หนูเป็นคนชอบวิทยาศาสตร์อยู่แล้วค่ะ(อยู่ม5สายวิทย์ค่ะ)จะมาเยี่ยมลิ้งนี้ให้บ่อยๆที่สุดเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ข้าวตู
เมื่อ พ. 07 พ.ย. 2550 @ 17:28
449270 [ลบ]
สวัสดีครับ น้องข้าวตู
ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักนะครับ ^__^
ที่เล่ามาน่าสนใจจังครับ ว่าแต่ถนัดซ้ายตามสถิติที่ฝรั่งเก็บมาด้วยหรือเปล่า?
อีกอย่างคือ คนที่เป็นซินเนสทีเซียมักจะมีคนในครอบครัวเป็นด้วย (กรรมพันธุ์) พอสังเกตญาติคนไหนเป็นไหมครับ
ผมขอที่อยู่ส่งไปรษณีย์ด้วยครับ จะได้ส่งหนังสือแนววิทย์ที่ผมเขียนไปให้อ่านเล่น
ส่งมาที่ e-mail ของผม คือ buncht@mtec.or.th ก็ได้ครับ
เดี๋ยวขอตัวไปก่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องไปประชุมที่เชียงใหม่ครับ (กำลังปรับหลักสูตรด้าน Earth Science กันอยู่)
ไว้คุยกันใหม่นะครับข้าวตู
บัญชา
เมื่อ พ. 07 พ.ย. 2550 @ 18:01
449295 [ลบ]
ผมเห็นตัวเลขหรือตัวหนังสือตามความเป็นจริงครับ ถ้าให้นึกคิดก็จะนึกคิดเป็นสีดำเหมือนกันหมด สงสัยนึกคิดตามหมึกพิมพ์ส่วนใหญ่ใช้สีดำพิมพ์
ผมนั่งขับรถวิ่งเหยียบซากสุนัขตายกลางถนน ผมกลั้นลมหายใจไว้เพราะกลัวจะได้กลิ่นเหม็นซาก ทั้งๆที่นั่งอยู่ในรถปิดกระจกมิดชิดและขับด้วยความเร็ว
ผมคิดว่าผมปกติเหมือนคนส่วนใหญ่ครับ คงไม่เป็นกลุ่มอาการอย่างที่ท่านเขียนข้างบน (ขอโทษครับผมจำชื่ออาการนี้ได้ยากมาก สงสัยเพราะว่าผมมองเห็นเป็นสีเดียวกันหมดคือสีดำ เขาเรียกว่าซินเนส...อะไรนี่แหละ) ผมก็มาร่วมแสดงความคิดเห็นกับท่านเท่านี้แหละครับ
เมื่อ จ. 10 ธ.ค. 2550 @ 03:33
486173 [ลบ]
พอดีว่า เมื่อคืนนี้ ได้ดูช่อง ดิสคัฟเวอร์รี่ โดยบังเอิญ แล้วมีเรื่องของคนที่มีอาการนี้ อยู่ในรายการด้วย
ในรายการบอกว่า มีคนที่มีอาการนี้อยู่ทั่วโลกแค่ไม่กี่พันคน และเขาได้พาผู้หญิงชาวฮังกาเรียน(ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) ไปพบ ผู้ที่มีอาการเดียวกัน และ เข้าทดสอบที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ มีการยังทึกบทสนทนา ของคนพวกนั้นเอาไว้ด้วย
บอกได้คำเดียวว่าน่าทึ่งค่ะ และมันคง...แปลกดี..ถ้าเราเห็นเสียงเพลง หรือ เห็นคำพูดได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ "จินตนาการ"
ลองสำรวจตัวเองดูแล้ว คิดว่าตัวเองคงไม่ได้เป็นคนที่มี อาการ แบบนี้ แต่จากการที่ทั้งได้ดูในทีวี และ ได้มาอ่านบทความตรงนี้ ทำให้ มีความสนใจ ขึ้นมามากเลยค่ะ ส่วนตัวเป็นคนชอบเขียนนิยาย... คิดว่าอาจจะได้ พล็อตแล้วล่ะค่ะ ฮ่ะๆ
เมื่อ จ. 10 ธ.ค. 2550 @ 07:04
486202 [ลบ]
สวัสดีครับ คุณ pyrobaby
แหม! อยากดู Discovery ตอน synesthesia นี้จัง
เรื่องเอา sysnesthesia ไปเป็นพล็อตนิยายนี่ ผมอยากอ่านมั่กๆ ขอเป็นเรื่องสั้นก่อนเลยได้ไหมครับ จะรออ่าน ^__^
เมื่อ จ. 17 ธ.ค. 2550 @ 03:02
492788 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณบัญชา
บังเอิญผ่านมาเจอค่ะ
ดิฉันมีน้องชายเป็นออทิสติก จะเห็นบุคคลแต่ละคนมีสีเฉพาะตัว ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายตัวใหญ่หรือดุ น้องจะเห็นเป็นสีดำ หรือเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักจะบอกว่าสีแดง และแต่ละคนในบ้านก็จะมีสีเฉพาะตัว สำหรับตัวดิฉันเองน้องบอกว่าเป็นสีม่วงน้ำเงินค่ะ ทั้งๆที่เป็นคนผิวเหลืองมาก น้องสาวอีกสองคนที่ผิวขาวกว่าก็เป็นสีน้ำตาลส้มกับสีเขียวค่ะ
อย่างนี้จัดว่าเป็น synesthesia ประเภทหนึ่งหรือไม่คะ
เมื่อ พฤ. 20 ธ.ค. 2550 @ 13:52
496144 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณบัญชา
ฝ้ายไม่ได้เข้ามานานเลย e-mail ด้านบนยังถูกต้องนะคะ
เรื่องที่ถามว่าพี่น้องเป็นบ้างมั๊ย... อืมจะบอกว่า ไปคุยเรื่องนี่กับที่บ้าน ก็ไม่มีใครเป็นกัน แถมพี่ชายฝ้าย เรื่องการวาดรูปนี่ ทำไม่ได้เลยค่ะ เค้าบอกว่าเค้าอยากวาดรูปได้ แต่แปลงเป็นภาพเขียนไม่ออกเลย ขนาดต้องไปซื้อหนังสือหัดวาดรูปเบื้องต้นมาเป็นตัวช่วยด้วยอะค่ะ :)
เข้ามาอ่านอีกรอบ มีเพื่อนๆ ที่เป็นเยอะเลย ดีจังเลยค่ะ
เมื่อ จ. 02 มิ.ย. 2551 @ 14:03
681529 [ลบ]
ตัวเองไม่เป็นซินเนสทีเซียแน่ๆ เพราะประสาทสัมผัสไม่เคยมีสีสันขนาดนี้เลย
แต่อ่านจากข้างบน คนที่เป็นอย่างนี้ชีวิตน่าจะมีสีสันมากกว่าเป็นอุปสรรคเหมือนอีกหลายอาการนะคะพี่ชิว
ถ้าดูตามสัดส่วนของคนเป็นซินเนสทีเซีย (1:25,000) แสดงว่าในชีวิตของเราน่าจะเคยเจอกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะคิดแค่ว่า ทำไมคนๆ นี้พูดจาอะไรแปลกๆ
ที่น่าสนใจก็คือ คนที่เป็นซินเนสทีเซีย แล้วใช้ประโยชน์อะไรจากคุณสมบัติด้านนี้ของตัวเองได้บ้าง
คิว่าคงมีแน่ๆ เลยค่ะ
เมื่อ อ. 03 มิ.ย. 2551 @ 10:15
682752 [ลบ]
ถ้าเป็นพวกเปลี่ยนสัมผัสอื่นๆ เป็นสี ชีวิตก็จะมี "สีสัน" เยอะทีเดียวครับ
แต่ถ้าเป็นซินเนสทีเซียแบบอื่น เช่น ฟังดนตรีแล้วจั๊กจี้ผิวหนัง แบบนี้ต้องถามคนเป็นว่าเป็นยังไงบ้าง
คิดว่าคงจะเคยเจอกันมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นอะไรแค่นั้นเอง (เพราะจู่ๆ เขาคงจะไม่บอกเราหรอกว่า นึกถึงเราแล้ว รู้สึกเหมือนได้ลิ้มรส 'หมูสามชั้น' อะไรทำนองนี้ อิอิ)
เมื่อ พ. 04 มิ.ย. 2551 @ 17:31
685188 [ลบ]
ประเทศไทยก็มีคนแบบนี้เยอะนี่ครับ ประเภทว่า
เห็นหยดเทียนเป็นเลข
เห็นต้นไม้ประหลาดเป็นเลข
หรือ อะไรแปลก ๆ มักเป็นเลขได้หมดเลย
คงไม่ทำให้เสียหมดนะครับ (บทความวิชาการ) อิอิ
คิดถึงนะครับ
เมื่อ พฤ. 05 มิ.ย. 2551 @ 05:58
685896 [ลบ]
สวัสดีครับ โอ
ไม่ได้คุยกันนานเชียว ใช่แล้วครับ อาการเห็นอะไรก็เป็นตัวเลขไปหมด (ในช่วงใกล้หวยออก) นี่เป็นกันเยอะเชียว อาจจะเป็น Thai version of Synesthesia ก็ได้ครับ(อยู่ในยีน?)
เมื่อ อา. 06 ก.ค. 2551 @ 14:18
730597 [ลบ]
เมื่อ จ. 07 ก.ค. 2551 @ 09:06
731518 [ลบ]
สวัสดีครับ กวิน
ตามไปกินขนมจีนน้ำยาผสมกิ้งกะกือแล้วครับ อร่อยจริงๆ (หากไม่บอกก่อน)...
เรื่อง Synesthesia นี่อย่าทำเป็นเล่นไป คนที่เป็นส่วนใหญ่มีแนวโน้มเป็นศิลปินด้วยนะ
เมื่อ จ. 14 ก.ค. 2551 @ 19:44
742211 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
เหมือนโลกจะกลมมากที่วันนี้หนูไปเปิดอ่านนิตยสารเล่มนึง แล้วเปิดไปเปิดมาโดยไม่ตั้งใจก้อดันมาเจอบทความของน้องข้าวตูเกี่ยวกับ Syneathesia อ่านไปอ่านมาก้อรู้สึกเหมือนสววรค์ลงมาโปรด....
เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นค่ะ (แล้วก้อที่โลกกลมก้อคือ น้องข้าวตูเองก้อเคยเปนรุ่นน้องที่โรงเรียนเผดิมศึกษาค่ะ ถ้าข้าวตูมาอ่านอีก ก้อหวังว่าจะจำพี่ได้นะ)
คือหนูเองเห็นตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีมาตั้งแต่เด็กแล้วอ่ะค่ะ แต่ก้อไม่เคยจะบอกใคร เพราะคิดว่าคนอื่นคงเปนกัน
หนูติดการจำอะไรเป็นภาพมา..อืมก้อนานแล้วเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะวันเดือนปี จะจำเปนภาพ จำเป็นกล่องสี่เหลี่ยมสีๆเรียงกัน มกราบนซ้าย จนไปถึงธันวาล่างขวา
พอเพิ่งมารู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก้อรู้สีกว่ามันเจ๋งดีค่ะ
มีอยู่ครั้งนึงเมื่อไม่นานมานี้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เล่าให้เพื่อนฟังว่า เราเหนตัวอักษรเปนสี จำอะไรเป็นภาพนะ
แล้วเพื่อนก้อบอกว่า "มึงเปนบ้า"(ขออนุญาติใช้คำหยาบ)
ตอนนั้น หนูเองยังพูดเล่นกับเพื่อนว่า อยากไปคุยกับหมอเหมือนกัน อยากรู้ว่าที่เปนแบบนี้คือเปนอะไร?
มันไม่ใช่โรคใช่ไม๊คะ?
เพราะการเปนซินเนสธีเซีย เลยทำให้หนูมีระบบการคำนวณผิดพลาดเสมอใช่ไม๊คะ?
เพราะหนูบวกเลขง่ายๆผิดตลอด(เลขหลักเดียว เช่น 2+3=8)
รู้กสึเหนื่อยหน่ายกับตัวเองที่อายุ20 แล้ว บวกเลขผิดยิ่งกว่าเด็กอนุบาลหนึ่ง
แต่อาจเปนเพราะการมองเหนเปนสีใช่ไม๊คะ จะได้เอาไปบอกได้ ว่าหนูไม่ได้โง่นะ55
ฝากถามว่า
โรคนี้ไม่เปนอันตรายใช่ไม๊คะ?
เพราะหนูเป็นคนปวดหัวบ่อยมาก
อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกัน?
รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
แตงโม
เมื่อ จ. 14 ก.ค. 2551 @ 19:53
742226 [ลบ]
ปล.
ลืมบอกไปอย่าง
หนูมักแทนคำพูดด้วยท่าทางโดยไม่รู้ตัวค่ะ คือพอนึกจะพูดคำนี้ ท่ามันจะออกมาเลย
เช่นคำอะไรนั้น จะยกตัวอย่างก้อนึกไม่ออกเพราะมันหลายคำเหลือเกิน แต่ท่าทางจะไม่มีลักษณะเปนสากลโลกค่ะ มือไม้มันจะออกท่าออกทางขยับนิ้วไปเอง แล้วคำที่จะพูดก้อเงียบไปเองโดยอัตโนมัติ
เวลาเป็นแบบนี้ ก้อจะหยุดแล้วคิดใหม่ พูดใหม่ พอพูดอีกครั้ง ถึงจะอธิบายคำออกมาได้ด้วยคำค่ะ ไม่ต้องใช่ท่า
(เอาแค่จะพิมพารากราฟนี้ หนูยังต้องคิดนานมาก เพราะมือออกท่าไม่ได้ ต้องแปะไว้ที่คีบอร์ดอย่างเดียว แหะแหะ)
เมื่อ อ. 15 ก.ค. 2551 @ 06:41
742837 [ลบ]
สวัสดีครับ น้องแตงโม
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
ในนิตยสาร mars นี่ เขามาสัมภาษณ์พี่ด้วย เพราะพี่เคยค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง synesthesia นี้และนำไปเขียนเผยแพร่ไว้สักพักหนึ่งแล้ว (อีกคนคือ แทนไท ประเสริฐกุล)
ซินเนสทีเซียไม่ใช่โรคครับ สบายใจได้ แต่ในบ้านเรานี่ แม้แต่แพทย์ยังไม่ค่อยรู้จักเลย อาจจะเป็นเพราะยังไม่มีงานวิจัยด้าน neuroscience มากนัก แต่ถ้าเป็นในต่างประเทศนี่ เขาจะให้เกียรติเชิญไปร่วมงานวิจัยด้าน neuroscience และ psychology เลยครับ
เป็น conceptual synesthesia ด้วยหรือครับ น่าสนใจจัง ลองค้นคำๆ นี้ในเน็ตดูสิครับว่า คนอื่นๆ ที่เป็นเขามีประสบการณ์อย่างไรบ้าง?
พี่ทิ้ง e-mail เอาไว้ให้ คือ buncht@mtec.or.th เผื่อจะเขียนมาสอบถามโดยตรงนะครับ
เมื่อ อา. 27 ก.ค. 2551 @ 13:20
760549 [ลบ]
สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน
บูมลองค้นหาคำใน google แล้วมาเจอกระทู้นี้พอดี
รู้สึกอ่านแล้วได้ความรู้จัง ขอบคุณมากนะคะ
โดยส่วนตัวบูมเป็นคนที่เห็นตัวเลขกับตัวอักษรเป็นสี
แล้วไม่เคยรู้ว่ามันเป็นอาการอย่างหนึ่ง
รู้แต่ว่า เอ้ออ ชีวิตมันมีสีสันดีนะ
แล้วมันก็มีประโยชน์มากๆด้วย เวลาเข้าห้องสอบ
เพราะบูมจะจำสีเอา เวลาคำนวณค่าคงที่พวกค่าพาย ค่าอะไรๆทางฟิสิกส์อ่ะคะ
จะจำเป็นสีตลอด แล้วไปแปรผลเอาในห้องสอบ
แล้วเวลาทำข้อสอบเสร็จ จะจำคำตอบมาตรวจกับเพื่อนก็จำเป็นสีออกมา โหะๆ
แต่บางทีสีมันก็ตีกัน อย่างเลข4จะสีเขียวอ่อน แต่เลขสามสีเขียวเข้ม
บางทีก็แบบ...เอ๊ย ตกลงมันตัวอะไรกันแน่(เกิดบ่อยมาก ไม่งั้นก็ได้ A+ ทุกวิชาไปแล้ว 55+)
ตอนนี้บูมเรียนสัตวแพทย์อยู่ ก็จะจำตัวอักษรเป็นสี (คือมันเห็นเป็นสีเองไม่ได้บังคับมันนะ )มันจะช่วยในด้านการจำศัพท์ทางชีววิทยาได้ดีน่ะคะ
รู้สึกว่าอาการนี้มันมีประโยชน์มากๆเลยอ่ะคะ ดูเหมือนส่วนใหญ่ที่เป็นอาการนี้จะมีความสามารถทางด้านศิลป์กัน
ข้อเสียของบูมก็มีบ้าง เวลาอ่านเลขแล้วสีมันจะตีกัน เวียนหัว 55+
ขอบคุณ คุณบัญชามากๆเลยนะคะที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องซินเนสทีเซียเป็นอย่างดี ไม่งั้นบูมคงคิดว่านี่เป็นอาการของคนไฮเปอร์ 555+
แล้วจะแวะมากระทู้นี้บ่อยๆนะคะ
เมื่อ จ. 28 ก.ค. 2551 @ 13:57
762088 [ลบ]
สวัสดีครับ บูม
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ^__^
ลองหานิตยสาร mars มาอ่านสิครับ มีสัมภาษณ์น้องข้าวตูในประเด็น synesthesia ด้วย!
พี่ให้ e-mail ไว้ซะหน่อย เผื่อเขียนมาคุยด้วยโดยตรงครับ : buncht@mtec.or.th
เมื่อ อ. 05 ส.ค. 2551 @ 23:45
774608 [ลบ]
สวัสดีค่ะทุกคน และที่สำคัญสวัสดีน้องๆที่มีอาการเดียวกันด้วย โดย เฉพาะน้องบูม(คิดว่าน่าจะเป็น"น้อง"นะคะ)
เพราะพี่ชื่อเนม ค่ะ พี่รียนสัตวแพทย์อยู่เหมือนกัน เป็นสัตวแพทย์ ม. เกษตร ค่ะ ปีห้า
สำหรับเนมแล้ว เนมมองเห็น ตัวอักษร ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ตัวเลข เป็นสีทั้งหมดค่ะ
ซึ่งเป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
เคยพูดกับคนอื่นเรื่องนี้ครั้งแรก ตอน อนุบาลสอง (จำได้แม่นพอๆกับที่เด็ก 5-6 ขวบจะพอจำความได้หน่ะค่ะ) เพราะพอถามเพื่อนว่าตัวอักษรนี้ของเธอสีอะไรเขาก้อบอกว่า งง เนมถามอะไรเนี่ย ไม่เข้าใจเรยตอนแรกเนมก็นึกว่าเขาคงล้อเล่นแบบไม่ยอมบอกเราว่าของเขาสีอะไรก็เลยตื้อๆๆถามเขาบ่อยๆว่า ของเธอสีอะไรของเธอสีอะไรจนในที่สุด(เพื่อนคงรำคาญหน่ะค่ะ ก็เลยทะเลาะกันแบบเด็กอนุบาลทะเลาะกัน) หลังจากนั้นก็เลยไม่เคยถามใครเรื่องนี้อีกเลย
แต่ก็ไม่เคยเอามาคิดนะคะว่าคนอื่นๆเขาไม่เป็นแบบนี้กัน รู้ว่าแต่มันไม่เห็นแปลกเลยที่มองเห็นอักษรกับเลขเป็นสี ไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคุยเรื่องนี้กับใครๆ (ก็เพราะนึกว่า คนอื่นๆก็เป็นกัน) เคยคุยกับแม่กับพ่อเรื่องนี้ แต่ดูท่านก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ (สงสัยคงคิดว่า เด็กขี้โม้วๆๆๆ พูดเรื่อยเปื่อยหน่ะค่ะ)
ทำให้ตอนนี้ที่บ้านยังไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นแบบนี้
พอตอนมัธยมอ่านหนังสือเจอคนที่เป็น synesthesia เนมก็คิดว่าอ้าวตกลงว่าคนทั่วๆไปเขาไม่ได้เป็นกันเหรอ พอเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังที่โงเรียนอธิบายยังไงก็มีหลายๆคนที่ไม่เข้าใจ บางคนบอกว่า"ชั้นว่าแกตาบอดสีหน่ะ ไปหาหมอเช็คหน่อยดีมั้ย"
สำหรับเนม synesthesia มีข้อดีนะคะ คือช่วยในการจำง่ายมากๆๆ แบบว่าที่เรียนอยู่สัตวแพทย์บางครั้ง สามารถจำชื่อโรค อาการ ยารักษา ได้ง่าย เพราะสีคล้ายๆกัน แต่ข้อเสียก็คล้ายของบูมหน่ะค่ะ คือบางครั้งอักษร ตัวเลขสีหลายๆตัวจะคล้ายกันมากเกินไป ทำให้สับสนเวลานึกประมวลความคิดมาใช้งาน
อย่างทำข้อสอบ ถ้าเป็น choice (ซึ่งหาได้น้อยมากที่ข้อสอบจะเป็น choice) จะตอบง่ายมากเลยค่ะแค่จำสีเข้ามา พอเวลาไปกา ก็ดูให้ตัวเลือกในข้อใดที่ตรงกับสีเราก็กาเลยค่ะ แต่กรณีข้อสอบข้อเขียนจะทรมาณสมองมากค่ะ เพราะบางครั้งมันหักห้ามไม่ได้ต่ออิทธิพลสีที่มีเหนือตัวอักษรหรือคำหน่ะค่ะ ทำให้บางครั้งเขียนคำที่มีสีคล้ายกับคำตอบที่ถูกลงไป แต่เป็นคำตอบที่ผิดหน่ะค่ะ เช่นคำว่า xylazine zolitil doxapam ซึ่งจะมีสีโทนเดียวกันเลย แต่กลุ่มคำเหล่านี้เป็นชื่อยาในกลุ่ม ยาสลบ ยาซึม ยานำสลบ ยาแก้ชักที่ออกฤทธิ์แตกต่างกันค่ะ ทำให้ยากลำบากต่อเนมมากเลยค่ะ
นอกจากอักษรและตัวเลข ทั้งไทยทั้งอังกฤษ และเลขไทยและอารบิก เนมยังเห็นแป๊นเปียโนเป็นสีด้วยค่ะ และมีความรู้สึกต่อโน๊ตดนตรีในสีต่างๆกัน เช่น โด=ดำ เร=แดง มี=ฟ้า ฟา=น้ำเงิน ซอล=เหลือง ลา= แดง(แต่รู้สึกเหมือนจะไม่แดงแสดแจ๊ดเท่า เร) ที=เขียว ค่ะ (แต่กลับเป็นตัวโน๊ตบนกระดาษเป็นสีดำตามปกติหน่ะค่ะ)
ปล เห็นสระ วรรณยุกต์ สี ดำตามปกติหน่ะค่ะ ส่วนตัว"O"เนมก็เห็นสีขาวแบบที่ส่วนมากมักเห็นกัน
ปลล ใครอยากเอาไปทำ case ก็ได้นะคะ ยินดี เพราะอยากรู้เรื่องนี้มากๆเหมือนกันค่ะ
เมื่อ พ. 06 ส.ค. 2551 @ 17:00
775510 [ลบ]
สวัสดีครับ เนม
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
ถ้าผมจะเขียนบทความเพื่อนำลงในนิตยสาร จะขอ quote คำพูดของน้องเนม ได้ไหมครับ หรืออาจจะขอสัมภาษณ์ผ่าน e-mail เพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลให้กับวงการวิชาการครับ
เพราะดูแค่จากบล็อกนี้ เจอคนเป็น synesthesia หลายคนแล้ว
E-mail ของผมคือ buncht@mtec.or.th จะขอ E-mail ของ เนม ได้ไหมครับ
ขอบคุณครับ
เมื่อ พ. 06 ส.ค. 2551 @ 17:39
775565 [ลบ]
ได้ค่ะ ยินดีมากเลยค่ะ
เมื่อ พ. 06 ส.ค. 2551 @ 17:45
775577 [ลบ]
อยากให้คนไทย รู้จัก synesthesia มากขึ้นค่ะ เพราะคนที่เป็นไม่ใช่คนผิดปกติอะไร แค่อยากให้คนอื่นๆเข้าใจ มุมมองและการรับรู้ความรู้สึกต่อสิ่งต่างๆของเราที่แตกต่างจากคนทั่วไปหน่ะค่ะ
เมื่อ พ. 06 ส.ค. 2551 @ 23:25
776190 [ลบ]
สวัสดีครับ เนม
รบกวนขอ e-mail address ด้วยครับ ส่งมาให้ผมที่ buncht@mtec.or.th ก่อนนะครับ ^__^
ลองหานิตยสาร mars ฉบับเดือนกรกฎาคมมาอ่านดู จะมีสัมภาษณ์น้องข้าวตู (ที่เป็น synesthesia) อยู่ในนั้นครับ