...จะต้องไม่ให้แม่เห็นน้ำตา ไม่อยากให้แม่เป็นทุกข์เพราะเรา...

เพ็ญ   สาไพรวัณ  เป็นแกนนำกลุ่มแม่บ้านผู้ริเริ่มก่อตั้งธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ บ้านหนองกุงปาว  เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันอายุ  40  ปี  อาชีพ  รับจ้าง  มีลูกสาว  2  คน  คนโต “เอี้ยง ” อายุ  20  ปี มีครอบครัวแล้ว  มีลูก  1  คน  คนเล็ก “ อ้อม ” อายุ  16  ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5  ร.ร.ศรีธาตุพิทยาคม

   ถึงแม้ว่าเพ็ญ  จะมีฐานะไม่ดีแต่เพ็ญจะใช้เวลาว่างช่วยเหลืองานของชุมชนเป็นประจำ  เป็นอาสาสมัครจัดรายการวิทยุชุมชนคนภูไท  เป็น อสม. เป็นตัวแทนของชุมชนเพื่อร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ

เพ็ญ  สาไพรวรรณ  แถวหน้าคนที่สองจากซ้ายมือ ชุดลายดำเหลือง

เพ็ญ   อาสาสมัครจัดรายการเพื่อชุมชน

   ปี 2550  เพ็ญประสบอุบัติเหตุพร้อมกับสามี  โดยรถกะบะวิ่งมาชนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เพ็ญนั่งซ้อนท้ายและสามีเป็นผู้ขับ   สามีเพ็ญเสียชีวิตส่วนเพ็ญต้องกลายเป็นคนพิการท่อนล่างไม่สามารถเดินได้ต้องนั่งในรถเข็น

เพ็ญ  กับ  อ้อม ลูกสาวคนเล็กและหลานๆ(ลูกของน้องสาว)

“ อุบัติเหตุเกิดจากคนขับรถกะบะเมาสุรา ฉันไม่ได้ค่าตอบแทนอะไรเลย เขาบอกว่าเขาก็ไม่มีเงินเพิ่งออกรถมาใหม่ รถก็พังหมดเลย ยอมติดคุก ..คิดแล้วสามีก็เสียชีวิตตัวเราก็พิการ  ทุกอย่างไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ ไม่อยากสร้างเวรสร้างกรรมต่อไป  ก็เลยอโหสิกรรมกันไป.... ”

ทุกวันนี้เพ็ญไม่มีรายได้ประจำแน่นอน รับจ้างถักผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ..เมื่อมีคนมาสั่งทำ   ทำน้ำพริกขายเมื่อมีทุนบ้างเล็กน้อย ให้ อ้อม ไปขายให้กับครูที่โรงเรียน....เอี้ยง ลูกสาวคนโต ก็มีปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากไปรับจ้างทำงานในโรงงานและถูกสารพิษทำให้เป็นโรคผิวหนังแข็ง ต้องไปพบหมอเป็นประจำเหมือนกัน....อ้อม ลูกสาวคนเล็ก กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5  ก็ช่วยแม่หารายได้โดยรับจ้าง ดายหญ้า  ตัดอ้อย ขุดมัน ฯลฯ ตามฤดูกาล

“ พ่อ แม่ กับน้องสาว ก็คอยมาให้กำลังใจ แต่ฉันก็ไม่ยอมให้พ่อ แม่ และน้อง ต้องเห็นน้ำตาของเรา  เพราะจะทำให้พ่อ แม่และน้อง เป็นทุกข์มากขึ้นไปอีก.”

.

 “ ฉันสูญเสียสามีไปหนึ่งชีวิต  เสียร่างกายไปครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่ฉันได้กลับคืนมาคือ  ธรรมะ ...ธรรมะทำให้มีกำลังใจในการสู้ชีวิตต่อไป”

สิ่งที่ทำให้เพ็ญมีกำลังใจต่อสู้ชีวิตต่อไป คือ “ อ้อม ” ลูกสาวคนเล็กที่มีความอดทนทุกอย่างเพื่อจะเรียนต่อให้จบชั้น ม.6 ที่ผ่านมามีผลการเรียนค่อนข้างดี เกรด  3.5

“ ฉันบอกกับเขาว่า แม่ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรให้ ต้องเรียนให้มีความรู้เพื่อไปประกอบอาชีพ ที่ดินเราก็ไม่มี ต้องเรียนหนังสือให้จบแล้วจะได้หางานทำ ”

 “ เขาก็อดทนดีได้เงินไปวันละ  10  บาท ไปรับจ้างขายน้ำให้กับโรงเรียนตอนกลางวัน ครูให้ค่าจ้างวันละ  30  บาท  ค่ารถไปโรงเรียนมีรถรับจ้างเดือนละ  300.- บาท  ครูที่โรงเรียนก็พยายามหาทุนการศึกษามาให้  เสื้อผ้าก็จะใช้ของเก่า   เคยถามเขาว่าอยากใช้มือถือไหม  เขาบอกว่ามันไม่จำเป็น. ”   เพ็ญ   สาไพรวรรณ

                                      *******************

 

 ติดตามบันทึกของ  อ้อม  " สายน้ำสามชีวิต "  ที่นี่     ขอบพระคุณมากครับ