บันทึกฉบับนี้เรียบเรียงจาก เรียงความ ของ น.ส.วิกานดา สาไพรวัณ “อ้อม ” ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ( เป็นบันทึกต่อจาก ชีวิตต้องสู้ของ เพ็ญ สาไพรวัณ )

พ่อจ๋า...ถึงแม้ว่าร่างกายของพ่อจะจากพวกเราไปแล้ว แต่อ้อมเชื่อว่าพ่อยังเฝ้ามองพวกเราอยู่ .....พ่อจ๋า วันที่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุ( 25 มี.ค.50) ที่ระยองนั้น หนูกำลังขายน้ำหวานช่วงปิดเทอม พ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับส่วนแม่อาการสาหัส..หนูมีเงินขายน้ำหวานอยู่ 700.- บาท ไปยืมใครเขาก็ไม่อยากให้ยืม ยายให้มา 8000.- บาท เพื่อไปรับศพของพ่อมาเผาที่บ้าน ส่วนแม่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลระยอง หลังจากงานศพของพ่อเสร็จก็ไปรับแม่มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอุดรธานี …
....แม่ยังเดินไม่ได้ขยับได้แต่มือทั้งสองข้าง แม่พยายามจะใช้ไม้ค้ำช่วยพยุงให้เดินได้แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ต้องนั่งบนรถเข็น และต้องไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลทุกเดือน....

...พี่เอื้อง หลังจากที่ไปเฝ้าพยาบาลแม่ที่ระยองระยะหนึ่ง ก็กลับมาอยู่บ้านและมีอาการป่วยเนื่องจากแพ้สารเคมีจากโรงงานที่เคยไปทำ มีอาการที่ผิวหนังจะมีสีดำและแข็งหายใจลำบาก ทำงานหนัก ออกไปตากแดดไม่ได้………..
…..แต่แม่ก็ยังให้กำลังใจพวกเราไม่ให้ท้อแท้ ช่วงนี้มีคนในหน่วย นพค. สั่งให้แม่ทำกระถางปลูกต้นไม้แบบแขวนที่ทำด้วยลูกมะพร้าว แม่ก็ค่อย ๆ ทำ..แม่บอกว่า งานแบบนี้ต้องคนพิการเท่านั้นถึงจะทำได้....

……เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแม่ถักผ้าคลุมใหล่ให้หนูเอาไปฝากคุณครูที่โรงเรียน..แม่บอกว่า แม่ไม่มีอะไรจะตอบแทนในน้ำใจของคุณครูที่ช่วยให้หนูได้มีรายได้ด้วยการไปช่วยขายน้ำให้กับนักเรียนช่วงพักกลางวัน คุณครูให้ค่าจ้างวันละ ๓๐ บาท...

อาจารย์ วิราภรณ์ อุโคตร อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ช่วยอนุเคราะห์หางานให้
....พ่อจ๋า พ่อไม่ต้องห่วง...พวกเราสามชีวิต จะสู้ต่อไป ในวันหยุดหนูจะไปรับจ้างตัดอ้อย ดายหญ้า ช่วงนี้กำลังขุดมันสำปะหลัง งานที่มีตามฤดูกาลของบ้านเรา บางช่วงก็จะช่วยขายปลาหมึกแห้งที่เขานำส่งเขาให้เปอร์เซ็นต์ร้อยละ 20...

....พวกเราสามคน แม่เพ็ญ พี่เอื้อง และหนู จะทำอย่างที่พ่อเคยบอกไว้ว่า “ ชีวิตท้อได้แต่ห้ามถอย ” หนูฝันอยากเป็นพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคนป่วยโดยเฉพาะแม่ กับพี่เอื้อง และคนยากคนจนบ้านเรา..

...พ่อจ๋า หนูอยากให้พ่ออยู่อย่างสบาย ทุกวันนี้หนูเลิกกินเนื้อวัว ทุกวันพระและวันเกิดในทุกสัปดาห์จะกินมังสวิรัติ...หนูอยากให้พ่อมีความสุขด้วย...แม่เพ็ญบอกให้หนูสวดมนต์และนั่งวิปัสสนาในวันพระ...
รักพ่อ รักแม่มากค่ะ
จาก อ้อม
ขอขอบพระคุณสำหรับทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับ อ้อม.. ครับผม
สวัสดีค่ะอาหนุ่มกร
ข้อความน้องอ้อมเป็นคนเขียนมั้ยค่ะ
แล้วอาหนุ่มกรเอามาพิมพ์อีกทีนึงใช่มั้ยค่ะ
ขอบคุณอาหนุ่มกรค่ะ
เป็นกำลังใจให้น้องอ้อมค่ะ
เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ ผมภาวนาให้เธอได้เป็นผู้บริหารประเทศ น้องอย่าท้อแท้นะ
เป็นกำลังใจห้น้องอ้อมด้วยคนค่ะ
การต่อสู้ จะทำให้เราแกร่งมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณ คุณหนุ่มกรที่เอาเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันค่ะ
ขอขอบพระคุณ อาจารย์ ขจิต
น้องก้านกอ
อาจารย์ศิลา
ท่านเบดูอิน
อาจารย์อิงจันทร์
ท่านมหาเหรียญชัย
อาจารย์กระติก
น้องอ้อมไปโรงเรียนศรีธาตุพรุ่งนี้คงจะได้รับกำลังใจจากทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจให้กับเยาวชนสู้ชีวิตอีกครั้ง ครับผม
ขอกำลังใจดีๆมีแด่น้องอ้อมและคุณแม่นะคะ
ขอเจ้าของบล็อกมีความสุขในทุกๆวัน นะคะ
น้องอ้อมคงได้รับความช่วยเหลือจากโรงเรียนจากนโยบายเรียนฟรีแล้วนะค่ะ คงลดภาระได้บ้าง
ขอบพระคุณอาจารย์ วรางค์ภรณ์
อาจารย์ สายธาร 
และทุกท่านที่เข้ามาอ่านที่ช่วยให้กำลังใจเยาวชนนักสู้.....ครับผม
สวัสดีครับอาจารย์ กระติก
ขอบพระคุณอีกครั้งครับ ในจดหมายของน้องอ้อมเขียนประมาณ 3 หน้ากระดาษ ก็มีค่ารถไปโรงเรียนจากหมู่บ้านเป็นรถเหมา เดือนละ 350 บาท แม่ให้ไปโรงเรียนวันละ 10 บาท ไปช่วยอาจารย์ขายน้ำได้วันละ 30 บาท..ครับ
สวัสดีค่ะ
* มาเติมกำลังใจให้น้องอ้อมและทุกๆ คนค่ะ
* ผลแห่งการดำเนินชีวิตที่ดีคือคุณค่าที่ควรจดจำค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
ขอบพระคุณครับอาจารย์ มนัญญา
สวัสดีค่ะ
น่ายกย่องจริงๆครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ พรรณา
ครับผม
สวัสดีครับอาจารย์ ครูคิม
เชื่อว่ากำลังใจที่ได้รับจะทำให้น้องอ้อมมีความเข้มแข็ง อดทน ที่จะสู้ชีวิตต่อไป ขอบพระคุณมากครับ