สวัสดีค่ะ... 

            เปิดเทอมได้ 2 วันแล้ว  อะไรๆก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางดี  แต่ก็เริ่มทำการเรียนกันสอนกันแล้วตั้งแต่วันแรก(แม้จะดูกระท่อนกระแท่นไปบ้าง) 

            ปีนี้ครูตุ๊กแกค่อนข้างเตรียมตัวกับการเปิดเทอมใหม่มากพอสมควร  หลังจากที่มานั่งทบทวนการสอนของตัวเองจากปีการศึกษาที่ผ่านมา  และก็พบข้อบกพร่องเยอะซะด้วย  ปีนี้ขอแก้ตัวใหม่ค่ะ ^_^

            แล้วมันเกี่ยวกับมือที่สาม อย่างไร.....

            ตรงนี้ค่ะ...ครูตุ๊กแกกลับไปนั่งอ่านบันทึกของ ศน.อ้วน (ศึกษานิเทศก์ในดวงใจ) ตั้งแต่บันทึกแรกๆในบ้านภาษาไทย(บ้านหลังนี้มีคู่มือครูเยอะค่ะ) เริ่มจากบันทึกนี้.มือที่สาม..สู่การอ่านออกเขียนได้ (๑) และบันทึกถัดๆมา(ตามไปอ่านทั้งหมดได้ที่นี่ค่ะ...นิเทศออนไลน์ : ลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้จริง ) 

             มือที่สาม ก็คือสื่อต่างๆที่เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากต่อการจัดการเรียนรู้ของคุณครูนั่นเอง  (ศน.อ้วนช่างเปรียบเทียบได้น่ารักมาก) อ่านๆๆๆเพื่อเก็บข้อมูลมาจัดการกับมือที่สาม รับเปิดเทอมค่ะ ^_^

            เพลง เกม นิทาน ปริศนาคำทาย  ยังคงเป็นสื่อใกล้ตัวที่เตรียมได้ง่าย หยิบจับใช้สอยได้สะดวก  แต่เป็นสื่อที่ครูตุ๊กแกมักมองข้ามและลืมนำมาใช้(มัวแต่เน้นสื่อICT อิ..อิ..)  หลังจากอ่านบันทึกของศน.อ้วน ก็เลยเริ่มลงมือหามือที่สามสื่อใกล้ตัว(ได้จากบันทึกศน.อ้วนมาเยอะค่ะ) ขุดและค้นที่มีอยู่และหาเพิ่มเติม 

            มือที่สาม ที่ครูตุ๊กแกนำมาใช้วันนี้คือ ..นิทาน..ด้วยเหตุผลก็คือ  ยังประทับใจลีลาและน้ำเสียงการเล่านิทานของน้องก้อย...ในดวงตา  ปทุมสูติ(ลูกสาวครูกานท์ที่เคารพแห่งทุ่งสักอาศรม) เมื่อครั้งเข้ารับการอบรมครูรากแก้วการอ่านรุ่นที่4 น้องก้อยเล่าได้น่ารักมากค่ะ

            นิทานเรื่องที่ครูตุ๊กแกนำมาเล่าให้เด็กๆฟังในวันนี้คือเรื่อง  แม่มดใจร้ายแห่งทะเลสาบ  จากหนังสือเรื่อง  นิทานแม่มด  มีใจความโดยย่อว่า.....

            มีครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง  อาศัยอยู่ในกระท่อมกระท่อมเชิงเขา  พ่อที่เป็นหัวหน้าครอบครัวได้ตัวไปในป่าในวันที่เกิดพายุใหญ่  ลูกทั้งสองคนจึงอาศัยอยู่ตามลำพังกับแม่  ทุกๆวันเด็กๆจะจุดตะเกียงวางไว้ที่ขอบหน้าต่าง  โดยหวังว่าแสงสว่างนั้นจะนำทางให้พ่อกลับมา

            คืนหนึ่งเกิดพายุรุนแรงมาก  ทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่หลังกระท่อมหักโค่นลงมาทับหลังคาบ้าน  เศษกระเบื้องก็ถูกลมพัดปลิวหายไปหลายแผ่น  ทำให้น้ำฝนไหลเข้ามาในบ้านเลอะไปหมด  แต่แม่ไม่มีเงินซ่อมหลังคา  ลูกทั้งสองจึงพากันไปตัดหญ้าแฝกที่ริมทะเลสาบแห่งหนึ่งในป่าที่พ่อเคยพาไป

            ที่ทะเลสาบแห่งนั้น..เด็กๆได้ถูกแม่มดใจร้ายหลอกล่อหวังจับไปเป็นอาหาร  แต่ด้วยความฉลาดของผู้เป็นพี่  ประกอบกับได้รับความช่วยเหลือจากน้อยที่อาศัยอยู่ในบ่อน้ำหลังบ้านของแม่มดใจร้าย  ทำให้เด็กๆสามารถผลักนางแม่มดใจร้ายตกลงไปในบ่อน้ำนั้นได้  และเด็กๆก็ได้พบกับพ่อ...(ยังค่ะ...ยังไม่จบ)

            ทั้งสามคนก็ได้พากันไปตัดต้นหญ้าแฝกเพื่อนำไปซ่อมหลังคาบ้านจนค่ำจึงเดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัย...จบ...

            ในการเล่านิทานครั้งนี้...ครูตุ๊กแกไม่ได้ผูกขาดการเล่าแต่เพียงผู้เดียว  แต่เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเดาเหตุการณ์ต่อไปอยู่เป็นระยะๆ  เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกคิด และมีส่วนร่วม  ได้ฝึกความมั่นใจในการพูดโต้ตอบ..

            เด็กๆสนุกมากในการได้มีส่วนร่วมคาดการณ์ล่วงหน้าของตนเอง  ด้วยเนื้อหาของนิทานที่ยาวมากๆๆๆๆ   ครูตุ๊กแกจึงแปลงกายเป็นนักแสดงและสวมวิญญาณน้องก้อย..ในดวงตา  ทำท่าทางประกอบน้ำเสียงเพื่อให้นักเรียนมีอารมณ์ร่วมไปกับนิทาน..และไม่นั่งหลับไปซะก่อน(ใช้พลังเยอะมากค่ะ อิ.อิ..)

            การเล่านิทานในวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร  เพราะครูตุ๊กแกได้สร้างกติกากับนักเรียนไว้ว่า  ถ้าครูเล่านิทานให้นักเรียนฟัง  นักเรียนต้องตั้งใจอ่านหนังสือให้ครูฟังเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน  ดังนั้นเมื่อนิทานจบ  เสียงอ่านหนังสือของเด็กๆจึงดังขึ้นอย่างมีพลังโดยไม่ต้องกระตุ้น  นับเป็นการเริ่มต้นกับมือที่สาม ที่น่าประทับใจค่ะ

 

มือที่สาม...กับของใกล้ๆตัวที่ยังคงใช้ได้ดีเสมอ...

อย่าปล่อยให้มือที่สาม...ลอยนวล

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบค่ะ

...สู้ต่อไปทาเคชิ...อิ..อิ..

แต่เอ๊......เด็กๆรู้ไหมคะว่า...พ่อไปอยู่ที่ไหน  และกลับมาได้อย่างไร

              ทำไม...มืดแล้ว  ทั้งสามคนพ่อลูกจึงกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย  ไม่หลงทาง.....(คำตอบเล่นเอาซึ้งเลยค่ะ ^__^)

^_____^

 

ขอบพระคุณหนังสือ..นิทานแม่มด..สำนักพิมพ์ดอกหญ้าค่ะ..