ไฮเปอร์แอกทิฟเป็นอาการที่เด็กไม่สามารถควบคุมยับยั้งพฤติกรรมตนเองได้และเด็กไม่ได้ดื้อหรือแกล้งทำแต่เด้กต้องการการช่วยเหลือจากสิ่งแวดล้อมในการช่วยควบคุม

เด็กซนผิดปกติเป็นไฮเปอร์แอกทิฟ คือเด็กที่มีลักษณะซุกซนมากผิดปกติ และไม่สามารถอยู่เป็นที่ได้  เด็กจะต้องเคลื่อนไหว อยู่ไม่สุข ยุกยิกตลอดเวลา แต่บางสถานการณ์เด็กอาจอยู่เฉยได้ เช่นขณะเล่นเกมหรือดูโทรทัศน์รายการที่ตนสนใจมาก ๆ การอยู่ไม่สุขของเด็กจะมีความแตกต่างกันระหว่างเด็กปกติที่มีความว่องไว กระตือรือร้น อยากหยิบจับทั่วไปหมด อยู่เฉยไม่เป็นกับเด็กที่เป็นโรคไฮเปอร์แอกทีฟในกรณีหลังนี้เด็กจะมีอาการสำคัญอื่นๆร่วมด้วยคือ 
                    
 - มีความสนใจช่วงสั้น ๆ วอกแวกถูกกระตุ้นง่าย 
                     
 - มีสมาธิในการเรียน การทำงานน้อย  ทำงานไม่เสร็จบ่อย ๆ
                     
 - ลืมง่าย  เปลี่ยนความสนใจง่าย    
                        
จึงพบว่าเด็กเล่นหรือทำอะไรได้ไม่นานจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เหมือนคนจับจด   เวลาพูดด้วยจะไม่ฟัง บ่อยครั้งที่ไม่ฟังจนจบประโยค   เด็กบางคนจะพูดมาก และชอบพูดแซงคนอื่น เล่นแรง และรอคอยไม่เป็นเป็นใจร้อนชอบรบกวนและก่อกกวนผู้อื่นทำให้เป็นปัญญาในการคบเพื่อน และการเป็นที่ยอมรับของเพื่อน
 
               
เด็กหลายคนกลุ่มนี้เล่นเงียบ ๆไม่เป็น จะส่งเสียงดัง เล่นโลดโผนยับยั้งตังเองไม่ค่อยได้ทำให้เกิดอุบัติเหตุและอันตรายได้บ่อยเช่นหัวกระแทกบ่อยเกกลุ่มนี้อารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่านใจร้อนอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย
                       
สาเหตุ

1.  เป็นลักษณะของเด็กที่มีพื้นฐานอารมณ์ การเคลื่อนไหวเป็นคนว่องไวอยู่ไม่นิ่ง
           เด็กกลุ่มนี้จะพบเห็นได้ตั้งแต่วัยทารก ขณะอุ้มก็จะเต้น เขย่าตัวเอี้ยวตัว คว้าโน่นคว้านี่ เมื่อคลานได้เดินได้ก็จะเริ่มซนมาก เด็กบางคนมีประวัติกรรมพันธุ์ภายในครอบครัว เช่น พ่อหรือแม่เป็นคนซุกซนมาแต่เล็ก ๆ และเด็กบางคนมีหน้าที่ของสมองด้านการควบคุมพฤติกรรมพัฒนาช้ากว่ากำหนด ในเด็กกลุ่มนี้เมื่อเติบโตขึ้นอาการจะหายไปได้

2.  เด็กไฮเปอร์แอกทีฟพบเป็นอาการหนึ่งในโรคหลายโรคเช่น โรคออทิซึม ปัญญาอ่อน สมองพิการ เช่น โรคลมชัก


3.  โรคไฮเปอร์แอกทีฟเป็นความบกพร่องของระบบสมองคือ การที่สมองมีระดับของนูโรทรานสมิตเตอร์(neurotransmitters)กลุ่มโพามีน(Dopamine)ต่ำทำให้หน้าที่การทำงานของสมองเกี่ยวกับการควบคุมการเคลื่อนไหว สมาธิ ความตั้งใจ ความสนใจ และการยับยั้งน้อยลงไปกว่าปกติ

การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กซุกซนมากอย่างไม่มีขอบเขต เด็กไร้ระเบียบวินัยจากครอบครัวที่ปล่อยละเลยในการฝึก           อบรมหรือตามใจเด็กมากเกินไป

                      การช่วยเหลือ

                          สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การช่วยปรับพฤติกรรมให้กับเด็กโดยพ่อแม่ผู้ปกครองและครูทั้งที่บ้านและโรงเรียนร่วมกัน เด็กจำนวนหลายคนที่ไม่ต้องใช้ยาแต่ใช้การช่วยปรับพฤติกรรมให้ก็ได้ผลเพียงพอ แต่ต้องได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพ่อแม่และผู้ปกครองในบ้านร่วมกับครูทางโรงเรียน
                         
1.   เริ่มต้นผู้ดูแลยอมรับและเข้าใจว่าไฮเปอร์แอกทิฟเป็นอาการที่เด็กไม่สามารถควบคุมยับยั้งพฤติกรรมตนเองได้และเด็กไม่ได้ดื้อหรือแกล้งทำแต่เด้กต้องการการช่วยเหลือจากสิ่งแวดล้อมในการช่วยควบคุม
                       
2.           ไม่กล่าวประนามเด็ก ไม่ทำให้เด็กเกิดความอับอาย
                        
3.     ไม่กล่าวหาเด็กผิด ๆ และไม่ลงโทษเด็กรุนแรง

           4.   ปฏิบัติต่อเด็กด้วยท่าทีที่สงบไม่ใช้เสียงดังหรือตวาดเพราะเด็กกลุ่มนี้จะถูกเร้าได้ง่ายมากต่อการกระตุ้น การพูดกับเด็กควรพูดสั้นและกระทัดรัด ฟังเข้าใจง่าย บางคนจับตัวเด็กให้มองหน้าและพูดด้วยเพื่อให้เด็กฟังให้จบประโยค

               5.  การงานที่มอบหมายแต่ละครั้ง แบ่งงานให้ทำ      น้อย ๆ ทีละอย่างใช้เวลาสั้นให้ทำเสร็จเป็นอย่าง ๆไปและมีการกล่าวชมด้วย เด็กกลุ่มนี้จะทำงานยังไม่เรียบร้อย ลายมือไม่สวย จุดประสงค์ให้ทำเสร็จเพื่อให้เด็กเกิดนิสัยอยากทำงานและรู้สึกดีต่อการกระทำของตนเป็นหลักส่วนผลงานจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อเด็กเติบโตขึ้น

                6.  ฝึกวินัย เด็กต้องการฝึกวินัยภายในบ้าน สิ่งเหล่านี้ยิ่งสำคัญมากสำหรับเด็กไฮเปอร์แอกทีฟ ฉะนั้นทางครอบครัวจะต้องจัดระเบียบความเป็นอยู่ เช่นการวางแผน และการจัดตารางให้เด็กทำในกิจวัตรประจำวันเพื่อไม่ให้เด็กสับสน

               7.  ฝึกให้ทำบ่อย ๆ เด็กหลายคนในกลุ่มนี้จะทำอะไรงุ่มง่ามไม่เรียบร้อย บางคนหยิบจับของตกหล่น กินอาหารไม่เรียบร้อย บางคนทำอะไรซุ่มซ่ามทั้ง ๆ ที่เป็นคนว่องไวมาก ฝึกการอยู่ร่วมในสังคม เด็กกลุ่มนี้จะเป็นปัญหามากเวลาเล่นกับเด็กอื่น ๆ ฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองใช้วิธีสอนโดยอาจให้เด็กเข้ากลุ่มน้อย ๆ ก่อน

                     8.  เด็กกลุ่มนี้ต้องการความรู้สึกที่ดีกับตนเองและรู้สึกว่าตนมีคุณค่า ฉะนั้นแทนที่จะว่ากล่าวเนื่อง ๆ   พ่อแม่ควรจะใช้ส่วนดีของเด็กให้เขารู้สึกตนมีประโยชน์  เขากลุ่มนี้จะชอบช่วยเหลือให้เด็กรู้สึกว่าเขาขยัน เขาว่องไว ฯลฯ