ใน workshop “การจัดการความรู้สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ ๑” การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ ศูนย์ฝึกอบรม กฟผ. บางปะกง ค่ำวันที่ ๑๙ มี.ค. ๕๒ หลังดูวีซีดี “โรงเรียนชาวนาสุพรรณบุรี” แล้ว ตามด้วยรายการ “executive dialogue” เพื่อฝึก ลปรร. ว่าดูหนังเรื่องนี้แล้ว ได้อะไรบ้าง หรือคิดอะไรบ้าง
แน่นอนครับ ทุกคนเกิดความคิดว่า ชาวนาหรือคนที่ไม่ได้เล่าเรียนสูงอย่างเรา ยังใช้ KM เก่ง ทำไมพวกเราจะทำไม่ได้
แต่วงสุนทรียสนทนาผู้บริหาร กฟผ. ไปไกลกว่านั้นมาก มีการใช้ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ตามทฤษฎี Maslow มาวิเคราะห์พนักงานของ กฟผ. และบอกว่าคนเหล่านี้อยู่ที่ระดับ ๓ ขึ้นไป
ผู้บริหารท่านหนึ่งบอกว่า ต้องใช้ทฤษฎี Y ต่อพนักงานของ กฟผ.
ทำให้ผมกลับมาคิดว่า บางครั้งเราอาจเอา KM ไปผูกกับงานมากเกินไป มอง KM ก็เห็นแต่ผลงานที่ดีขึ้น เราน่าจะใช้ KM เพื่อเป้าหมายหลักที่ความสุขในชีวิตการทำงาน ของลูกน้องก็ได้ แล้วหวังผลที่งานเป็นเป้าหมายรอง หรือผลพลอยได้
มีการ ลปรร. กันว่าสิ่งที่คนเราได้จากการทำงานนั้น ไม่ใช่แค่เงินเดือน ยังได้ความสุขความภูมิใจจากผลสำเร็จของงาน ได้เพื่อน ได้แวดวงสังคมที่มีไมตรีจิตต่อกัน การทำ KM แบบใช้ SSS – Success Story Sharing ในบรรยากาศ AI – Appreciative Inquiry ให้สิ่งเหล่านี้สูงมาก แล้วผลงานขององค์กรก็จะดีขึ้นด้วย
วิจารณ์ พานิช
๒๒ มี.ค. ๕๒