เราหวังว่าการพัฒนาครูแนว Learning ที่เนียนอยู่ในเนื้องาน ที่แนบแน่นกับการพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้แก่ศิษย์โดยครู ที่มีครูเพื่อศิษย์เป็นแกนนำ จะเป็นกลไกยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยขึ้นทั้งแผง จะเป็นกลไกยกระดับความมั่นใจภูมิใจในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นครู

ชีวิตที่พอเพียง  : 825a. วางแผนขับเคลื่อน ครูเพื่อศิษย์เต็มทั้งแผ่นดิน (๒)

ตอนที่ ๑

วันที่ ๓๑ ส.ค. ๕๒ ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย (สกว.), คุณแอนน์ และผม (สคส.) ไปร่วมประชุมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครู (ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ – ๒๕๕๕) ที่จุฬาฯ   

จึงได้รับทราบว่า เป็นโครงการตามงบ SP2 (ไทยเข้มแข็ง) ที่งบประมาณเป็นของ สพฐ.   ทางจุฬาฯ ไปประชุมร่วมกับทาง สพฐ. และมีการเจรจาทำความเข้าใจกัน    โดยทางจุฬาฯ รับโครงการด้านการอบรมครูวิทย์ ม. ปลาย    ในการประชุมวันนี้ มีการพูดคุยกันเรื่องกลยุทธดำเนินการอบรมให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนและบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่แค่พอให้ได้ผลงาน SP2  

โครงการที่ ดร. สีลาภรณ์ เป็นผู้เขียนโดยระบุว่า สคส. เป็นผู้ทำงานชื่อว่า โครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาครู   ผมชี้แจงว่าเป็นคนละแนวกับการอบรม   คือโครงการ KM เป็นแนว Learning   ตรงกันข้ามกับแนว Training ที่ สพฐ. ต้องการทำ   โครงการ KM จะเน้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่ม ครูเพื่อศิษย์   ที่จะทำให้เกิดการยกย่องครูเพื่อศิษย์   ส่งเสริมครูเพื่อศิษย์ให้ขยายเครือข่าย    และสร้างกิจกรรมให้ครูเพื่อศิษย์ได้มีส่วนสร้างสรรค์ระบบการศึกษาที่เอาใจใส่นักเรียน   ใช้การเอาใจใส่นักเรียนเป็นเครื่องมือพัฒนาครู    ส่งเสริมให้ครูได้เรียนรู้และพัฒนาตนจากการทำงาน   ไม่ใช่พัฒนาตนจากการไม่ทำงาน (เพื่อไปทำผลงานในกระดาษ หรือไปเรียนต่อ หรือไปเอาใจนาย)

เราย้ำว่า โครงการ KM ทำกับครูทุกระดับ ทุกสาขาวิชา

ผมกระซิบบอกคุณแอนน์ว่า โอกาสที่จะต้องทำงานนี้มี ๑๐%   คุณแอนน์เห็นด้วย   แต่เมื่อกระซิบบอก ดร. สีลาภรณ์ เธอไม่เห็นด้วย   เธอว่าโอกาส ๘๐% เพราะเลขาธิการ สพฐ. ต้องการ    และเธอจะไปประชุมเพื่อชี้แจงโครงการนี้ในที่ประชุมที่ สพฐ. ในวันที่ ๔ ก.ย. ๕๒

ผมแจกเอกสาร Dumb Money : Too many nations are wasting their schooling spending. Here’s how to get it right.” จากนิตยสาร Newsweek   เพื่อชี้ให้เห็นว่าควรเน้นทำงานสนับสนุนพื้นที่ที่ขาดแคลนก่อน   จึงจะเกิดผลดีต่อบ้านเมืองมากที่สุด  

ในที่สุดที่ประชุมเมื่อวันที่ ๓๑ ส.ค. ก็สรุปว่า ต้องเร่งทำโครงการ KM ก่อน   เพื่อให้ได้รายชื่อครูเพื่อศิษย์จากพื้นที่ที่อยู่ในแดนกันดารสำหรับให้สิทธิเข้ารับการอบรม   

ผมยังคิดว่าโอกาสทำงานนี้คงจะ ๕๐ : ๕๐ เพราะถ้าตกลงเงื่อนไขในการทำงานแบบอิสระ มีการรายงานและตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามที่ตกลงกัน แต่ไม่มีการควบคุมแบบจุกจิก ไม่ได้ เราคงไม่ทำ   เพราะทำไปก็จะไม่สำเร็จ   เราอยากได้ภาคีร่วมทำที่ทำด้วยใจ เพื่อศิษย์    ไม่อยากได้การทำงานเพื่อเอาคะแนน   ไม่อยากได้การทำงานตามนายสั่ง หรือเพื่อเอาใจคนอื่น   อยากได้ทีมระดับจังหวัดที่รวมตัวกันทำงาน KM ลปรร. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้แล้วศิษย์เกิดการเรียนรู้ เกิดผลสัมฤทธิ์ที่น่าภาคภูมิใจ

ย้ำว่างานนี้เราไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่ทำเพื่อบ้านเมือง   ถ้าเดาว่าเราจะไม่สามารถนำส่งผลงานที่ดีจริงต่อบ้านเมืองได้ เราก็ไม่อยากทำ

เงื่อนไขที่เราต้องการคือ

·           เงินมาตรงตามเวลาที่ตกลงกัน ตลอดเวลา ๒ ปีของโครงการ   ต้องมีข้อตกลงกันว่า ถ้าเงินงวดใดงวดหนึ่งมาช้าเกินกว่า ๗ วัน หรือมีการลดเงิน ต้องถือว่าทางภาครัฐผิดสัญญา   และจะยุติโครงการทันที 

·           มีข้อกำหนดการรายงานผลงาน และรายงานการใช้เงิน   และการมาตรวจสอบ ตามที่ตกลงกัน    ไม่มีการเรียกไปชี้แจงแบบจุกจิก

·           ต้องถือว่า สคส. ทำงานให้แก่แผ่นดิน ไม่ได้ทำงานเป็นลูกน้อง สพฐ.   คือทั้ง ๒ ฝ่ายมีความสัมพันธ์แบบเท่าเทียมกัน   ทำงานร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของระบบการศึกษา เพื่อผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อยกย่องพัฒนาครูเพื่อศิษย์ และเพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดินไทยเป็นหลัก   ไม่ใช่เพื่อผลงาน SP2 เป็นหลัก  

·           สพฐ. กับ สคส. จะร่วมมือกันสร้างสรรค์และ empower ครูเพื่อศิษย์ สำหรับเป็นกลไกพัฒนาครูแนว Learning ที่เนียนอยู่ในเนื้องาน   และถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีครูเพื่อศิษย์ที่ทำงานก่อผลดีต่อการรียนรู้ของศิษย์อย่างดีเยี่ยมเกินค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนที่ได้รับ   จะมีการคิดค่าตอบแทนเพิ่มตามผลงานที่เกิดขึ้นในแต่ละปี

·           เราหวังว่าการพัฒนาครูแนว Learning ที่เนียนอยู่ในเนื้องาน   ที่แนบแน่นกับการพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้แก่ศิษย์โดยครู   ที่มีครูเพื่อศิษย์เป็นแกนนำ   จะเป็นกลไกยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยขึ้นทั้งแผง    จะเป็นกลไกยกระดับความมั่นใจภูมิใจในคุณค่าของความเป็นครู

ผมรีบเขียนบันทึกนี้ สำหรับเป็นแนวทางให้ ดร. สีลาภรณ์ ใช้ในการเจรจากับ สพฐ.

วิจารณ์ พานิช

๓๑ ส.ค. ๕๒