ครั้งที่ ๑
บันทึกแนวคิดที่นี่


          KM Workshop ศาลยุติธรรม ครั้งที่ ๒ จัดระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ ก.ย. ๕๒ ที่โรงแรมรอแยลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา  จ. นครนายก    โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นทั้งพิพากษาชั้นผู้ใหญ่กว่าครั้งแรก   และที่หนุ่มสาวกว่าครั้งแรก    คือมีช่วงกว้างของอายุมากกว่าครั้งแรก    และมีจำนวนคนมากเกือบ ๕๐ คน    มากกว่าจำนวน ๓๐ คนที่เราถือว่าเหมาะสมไปมาก   ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมคราวที่แล้วโทรศัพท์ไปชักชวน    และที่สำคัญ ท่านที่เข้าคราวที่แล้ว มาอีก ๕ ท่าน
          คุณอ้อม (อุรพิณ) เป็นวิทยากรหลักตามเคย   โดยมีคุณกิ๊กกับผมเป็นผู้ช่วย  
          คุณอ้อมดำเนินรายการต่อไปนี้

๑๒ ก.ย. ๕๒
Session 1  Opening
          คุณอ้อมแนะนำ สคส.   และผมเกริ่นนำว่าจะเรียนรู้ ทำความรู้จัก KM ด้วยการสัมผัสด้วยตนเอง    และเชิญผู้เคยผ่าน workshop ครั้งที่ ๑ จำนวน ๕ ท่าน ให้เล่ามุมมองของท่านต่อ KM  และประสบการณ์การนำไปใช้ประโยชน์   การให้ ๕ ท่านนี้เป็นผู้สะท้อนมุมมองต่อ KM มีพลังมาก

Session 2  Open mind
          BAR โดยทำความรู้จักกันด้วยการบอกชื่อเล่น   เขียนเป้าหมายของการมาร่วม workshop ลงบนกระดาษรูปหัวใจ พร้อมชื่อเล่น   สลับกระดาษ แล้วให้เอาหัวใจไปมอบให้เจ้าของ   ให้เจ้าของอ่านเป้าหมายในกระดาษ   ได้ KV ของแต่ละคน

Session 3  KV, KS, KA
          แบ่งกลุ่มคละ ๕ กลุ่มเล่าเรื่องผลงานที่ตนภูมิใจ   จดเรื่องเล่าของแต่ละคนลงกระดาษ flip chart ติดผนัง   ให้ทุกคนอ่าน   และบอกเรื่องเล่าที่ประทับใจ   ได้เรียนรู้ทั้ง content เรื่องงาน   และ process ของ KM   คือ storytelling & deep listening
          ดู VCD โรงพยาบาลบ้านตาก   แล้ว ลปรร. ความประทับใจ   และความเข้าใจ KM โดยใช้ (ฝึก) สุนทรียสนทนา  AAR  มีการแสดงความเห็นเชื่อมโยงสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงของระบบการจัดการของศาลยุติธรรมมาก   ผมย้ำการใช้ KM เป็นเครื่องมือทำ positive change

 

๑๓ ก.ย. ๕๒
Session 4  Deep Listening
          แบ่งเป็น ๗ กลุ่มตามความสนใจและประสบการณ์ของตนเอง    เพื่อฝึก storytelling และ deep listening   มีเรื่องเล่าเร้าพลังดีๆ มากมาย   มีการเขียน KA ได้ดี    แต่ deep listening คงต้องฝึกต่อ   คือวงนี้เด่นด้าน content    แต่ด้าน process หรือ KM Tool ต้องมีการฝึกต่อ   ภาพที่เห็นเป็นธรรมชาติของคนหัวไว  และสมองซีกซ้ายเด่น 
          KA ที่เขียนบน flip chart มี ๒ แบบ   คือแบบเขียนเรื่องเล่า กับแบบสรุป   ในชีวิตจริงต้องจดทั้ง ๒ แบบ   เพื่อให้สะดวกในการนำไปใช้ต่อ 
          มีคนเอ่ยว่าจะไปดูงาน Best Practice เรื่องหนึ่งที่ศาลแห่งหนึ่ง    ผมแนะให้ดูงานแบบ Peer Assist  

 

Session 5  Integrating
          Possible dream : อยากเห็นศาลเป็นอย่างไรในสายตาประชาชน   ให้แต่ละคนวาดภาพ   แล้วแบ่งเป็น ๕ กลุ่มรวมภาพเป็น ๑ ภาพต่อหนึ่งกลุ่มให้มีภาพของสมาชิกกลุ่มอยู่ในภาพนั้น   ได้ “ภาพใหญ่” ของแต่ละกลุ่ม   ซึ่งโดยสรุปคือให้ความยุติธรรม  รวดเร็ว  เที่ยงธรรม เป็นที่พึงพอใจของประชาชน   มีการใช้เทคโนโลยีช่วย ทำให้ประชาชนใช้บริการของศาลได้สะดวก  
          หลังอธิบาย “ภาพใหญ่” ของแต่ละกลุ่ม   สมาชิกกลุ่มแต่ละท่านเขียนว่า จะกลับไปริเริ่ม “ทำเล็ก” ตามหน้าที่ของตน หรือใกล้ตัว อย่างไรบ้าง   ผมยกประเด็นจะเชื่อมโยงร่วมมือกันเป็นทีมและเป็นเครือข่ายอย่างไร ในชีวิตการทำงานจริง    ต้องการกลไกการประสานงานอย่างไรบ้าง    นี่คือการวางแผนเอา KM ไปรับใช้อนาคต  
          มีการพูดชัดเจน ว่าการประชุมนี้ มี KA อยู่บนกระดาษ flip chart ที่สามารถเอาไปรวบรวมและปรับปรุง จัดหมวดหมู่ เผยแพร่ให้สมาชิกของศาลยุติธรรมเอาไปใช้   และหมุนเกลียวความรู้ยกระดับขึ้นไป   

 

๑๔ ก.ย. ๕๒
Session 6  Empowerment
          ดู VCD เรื่อง Leadership…an Art of Possibility   แล้วสะท้อนความคิดของแต่ละคน   ได้ความเข้าใจว่าทุกคนเป็นผู้นำได้ทั้งสิ้น   นำจากจุดที่ตนอยู่ ที่หน้าที่ของตน   นำโดยการจุดประกายภาพฝันร่วมกัน   และการใช้ศักยภาพของทุกคนเพื่อบรรลุภาพฝันนั้น   นำโดยการ empower ผู้ร่วมงาน   ผู้เข้าร่วมประชุมเกิดแรงบันดาลใจ   และกระตุ้นซึ่งกันและกันได้ผลสร้างพลังสูงมาก

Session 7  After Action Review
          ผู้ใหญ่หลายท่านสารภาพว่าเกือบจะไม่มา    เพราะเบื่อการไปฟังเล็คเชอร์    แต่เมื่อได้ร่วมการประชุมแบบนี้ ก็ดีใจที่ตัดสินใจมา   มิฉนั้นเสียดายแย่   และเป็นครั้งแรกที่เข้าการประชุมแบบนี้    ไม่คิดว่ากระบวนการง่ายๆ จะทำให้เกิดการเรียนรู้มากขนาดนี้    มีคนติดใจการจัดห้องประชุมแบบมีผ้าขาวปูและมีหมอน 
          มีผู้ใหญ่หลายท่านบอกว่าจะกลับไปเปลี่ยนสไตล์การบริหารงาน    จากสั่งการเป็นสร้างความกระตือรือร้น สร้างเป้าหมายร่วม และให้ช่วยกันคิดวิธีทำ    แล้วมอบหมายให้ไปร่วมกันทำ 
          จะเกิดวง KM ๔ วง คือ  (๑) ศาลอาญา  (๒) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา  (๓) ศาลแรงงานกลาง  (๔) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี 
          เพราะคุณกิ๊กเอาหนังสือ KM ไปขาย   ผู้พิพากษาซึ่งมีธรรมชาติเป็นนักอ่านจึงซื้อไปอ่านหลายคน   และบางท่านคงจะจ้องเอาเครื่องมือนี้ไปใช้จริงๆ จึงลงมืออ่านทันที   และเอาสาระจากในหนังสือมาถามผม ในประเด็นเชิงปฏิบัติ    ดังนั้นยุทธศาสตร์จัด workshop แบบไม่สอน    ให้ ลปรร. Tacit knowledge กันเอง    ให้ซึมซับ tacit knowledge เรื่อง KM เอาเอง   แต่มี explicit knowledge เรื่อง KM เป็นหนังสือไปขาย   ดูจะได้ผลมากในวงคนที่มีวัฒนธรรมการอ่าน   แต่ในกลุ่มวิชาชีพที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือ ยุทธศาสตร์นี้ใช้ได้ผลน้อย   

          ผมเสนอต่อท่านสุนทรียาว่า แผนการณ์ในอนาคต ๖ เดือนข้างหน้ามี ๔ อย่าง  (๑) รวบรวม KA ที่ได้จาก workshop ๒ ครั้งออกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง  (๒) จัดเครื่องมือ ICT ช่วยอำนวยความสะดวกในการ ลปรร. ในระบบศาลยุติธรรมทั้งหมด  (๓) ฝึก “คุณอำนวย” ของศาลเอง สำหรับจัด KM workshop เองได้   จัดตลาดนัดความรู้เป็น  (๔) จัดตลาดนัดความรู้หลังจากนี้ ๖ เดือน เพื่อทำ SSS  

          ผมกลับมา AAR ที่บ้านว่า ผมมีความสุขใจที่ได้มีส่วนเอา KM ไปเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานของศาลยุติธรรม    ซึ่งถือเป็นเสาหลักของประเทศเสาหนึ่ง   และผมเชื่อว่าท่านสุนทรียามองเห็นลู่ทางดำเนินการต่อชัดเจนแล้ว

 

วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.ย. ๕๒

บรรยากาศการแบ่งกลุ่มเล่าเรื่องผลงานที่ภาคภูมิใจ

 

ตัวอย่าง KA เรื่องเล่าดีเด่น

เรื่องการคุ้มครองผู้เสียหายคดีขับรถประมาท

 

วงวาดฝัน รวมฝันของแต่ละคนให้เป็นฝันร่วมกัน

 

ภาพฝันร่วมของวงศาลสูง

 

ภาพฝันร่วมของศาลในต่างจังหวัด

 

ภาพฝันร่วมของวงศาลพิเศษ

 

ภาพฝันร่วมของวงสำนักงานศาลยุติธรรม

 

ภาพฝันร่วมของวงศาลในกรุงเทพ

 

เกมนวดหลังเป็นสิ่งประทับใจ เพราะละลายพฤติกรรมผู้พิพากษา

วันที่สามแล้ว ทุกคนชอบเล่นเกมสนุกๆ