วันนี้ตอนเที่ยง ๆ ก่อนเดินไปทานข้าวมีความรู้สึกเศร้าและน้อยใจ แล้วพอนั่งเขียน CD จะมอบให้พี่หมอนกลายเป็นว่าเสียทั้งสองแผ่น พายุอารมณ์ที่ถาโถม หนูเลือกเดินตามเส้นทางเดิมที่แม้จะแดดร้อนแต่ก็ให้ความสงบในใจ
ก่อนถึงโรงอาหาร ในใจมีเสียงคร่ำครวญสลับกับเสียงพิจารณาดังข้างในมาเรื่อย ๆ แล้วมาตกร่องว่า
"ยินดีกับผู้อื่นไม่เป็นนี่แหละที่ใจมันหยาบกร้าน"
พอมองเห็นใจที่หยาบกร้านปุ๊บใจโล่งปั๊บ สัมผัสได้ถึงสายลมเย็นที่พัดกระทบใบหน้าและเรือนกาย
นี่แหละหนอใจ ตะกี้ยังร้อนรนอิจฉา ขุ่นมัว
แต่พอพลิกหลุดจากความขุ่นมัวก็เบิกบาน พอถึงร้านยืนรอสั่งข้าวที่โรงอาหาร มีคนวิ่งมาแซงคิว หนูจึงถอยเพราะรู้สึกว่า
แค่ใจที่หยาบกร้านของตนก็มากแล้ว โชคดีที่เขามาเปิดโอกาสในการให้ พอสั่งข้าวเสร็จหาที่นั่งว่าง ๆ แล้วนั่งลงทาน ระลึกถึงบุณคนคนทำแล้วก็แว๊บนึกถึงคำมี่ครูเตือนไว้ว่า
“เราต้องขอขมาวิญาณหารของอาหารเจไปตลอดชีวิต เพราะว่าเราเคยดูถูกไว้”
แล้วหนูก็ลงมือทานหนูเผลอไปคิด ๆ ๆ ตอนไหนก็ไม่รู้แล้วมารู้สึกตัวตอนกลืนน้ำดัง “เอื้อก” ผ่านลงในคอ แล้วรู้สึก "ตื่นขึ้นมาจากความคิด" มีสติ
แล้วเห็นความเศร้าค่อย ๆ เกิดขึ้น มันเป็นไม่มีเรื่องราวมีแต่ความรู้สึกค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา หนูรู้สึกว่า
“เอาวะ อยากเป็นอะไรก็เป็นไป”
เห็นมันค่อย ๆ เกิดแล้วก็หายไป แล้วก็มีเสียงว่า
“เห็นไหม มันต้องอย่างนี้”
ทำให้หนูรู้สึกว่า ที่ผ่าน ๆ มา หนูสำออย ชอบเรียกร้องความสนใจ ความรู้สึกไหนเกิดขึ้นก็คร่ำครวญก่อน เติมไฟเติมถ่านให้เชื้อให้มันโหมเผาใจแบบโง่ ๆ พอมันจนตรอกจะ จะ ค่อยจะกล้าเผชิญจริง ๆ
มานึกถึงธรรมชาติของตนเองที่ผ่านมา ชอบอะไรโหด ๆ ดุ ๆ เถื่อน ๆ ดิบ ๆติดจะต้องโดนกระแทกแรง ๆ ด้วยซ้ำจึงจะรู้จักหลาบจำ สรุปก็ได้เรียนรู้กับตนเองว่า “มันต้องโหด ๆ จึงจะหลาบจำ”
ผมคิดว่า การที่จะทำให้เราหาตัวเองเจอแต่ละคนมีวิธีการหลากหลายไม่เหมือนกัน อย่างผมชอบคิดผ่าเหล่า หรือทำบางอย่างที่เราคิดว่าใช่แต่คนอื่นไม่ใช้วิธีนี้ วิธีการของคุณอาจจะเหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะก็ได้
ใช่แล้วค่ะ ต่างคน ต่างวิถีต่างประสบการณ์ เทคนิดปลีกย่อยต่างกัน อย่างมองร่างกายมนุษย์ จะเห็นว่า เรามีทั้งความเหมือนและความต่าง นั่นแสดงว่ามีสิ่งที่เป็นจุดร่วม ที่เป็นลักษณะเฉพาะ
ดังนั้นเป็นธรรมดา ที่หลาย ๆ วิธีหลัก ๆ จะใช้ร่วมกันได้ แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยนั้น แต่ละคนต้องค้นหาด้วยตนเองค่ะ
ขอบพระคุณนะคะที่และเปลี่ยน