อนุรักษ์ป่าโกงกางด้วย เพราะมีสิ่งมีชีวิตหลายอย่างอาศัยป่าโกงกาง

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนไปดูงานทีศูนย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี ได้เดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ซึ่งเป็นป่าโกงกาง ทำให้นึกถึงเมื่อตอนยังเป็นเด็กช่วงม.ต้น ก็ 20 กว่าปีแล้ว ช่วงปิดเทอมไปเที่ยวบ้านป้า ที่จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่ใกล้ทะเลติดป่าโกงกาง อยู่ไม่ไกลตัวเมือง(ปัจจุบันเจริญตึกเต็มไปหมดแล้ว) ด้วยสภาพรอบบ้านป้าขุดดินเป็นท้องร่องให้น้ำทะเลเข้าเพื่อเลี้ยงปลา ซึ่งก็จะมีกุ้ง ปูทะเล กั้ง แมงดาทะเล เข้ามาอยู่อาศัยด้วย อาหารทะเลคืออาหารที่กินได้ทุกวัน

แต่ถ้าจะกินปูต้องมีวิธีการหลายอย่าง วิธีการจับมีหลายวิธี แต่วิธีที่ผมใช้ประจำและสบายตัวที่สุดคือ ก่อนหน้าหนึ่งคืน จะวางลอบแบบตาข่ายไนล่อนตาถี่(ลอบเป็นอุปกรณ์ดักปลา) วางกลางท้องร่องน้ำ จุดตะเกียง ไฟจากตะเกียงจะล่อกุ้ง ปลา มาเล่นไฟ แล้วจะเข้าไปติดในลอบ พอเช้าก็ยกลอบขึ้น จะได้กุ้งและปลา แถมบางวันได้ปูตัวเล็ก กั้ง และงูกินปลาเป็นของแถม พอแดดออกก็เอากุ้งไปเป็นเหยื่อล่อเพื่อตกปลา พอได้ปลาก็ตัดหัวปลา ไปตกปู

การตกปูทะเลจะใช้จั่น หน้าตาเหมือนยอตกกุ้ง แต่มีขนาดเล็กว่า กว้างประมาณศอก มีตกข่ายถ่างเพื่อดักปูอยู่ด้านล่าง เวลาตกปูก็เอาหัวปลามาเกี่ยวกับข้อจั่น ย่อนลงน้ำ พอปูมากินหัวปลาจะมีน้ำมันจากหัวปลา ผลุดลอยขึ้นพื้นน้ำ ก็ยกจั้นขึ้นจะทำให้ปูตกลงไปบนตาข่ายขาปูจะเข้าไปอยู่ในช่องตาข่ายที่ถ่างห่างกัน รีบนำขึ้นมาเพื่อเอาปูใส่ถัง หรือมัดปู

วันไหนคิดกินปู วันนั้นจะได้กินกุ้ง (ตัว)ปลา ปู เพียบ เคยขายปูที่จับได้ ตัวขนาดครึ่งโลได้ตัวละ 50 บาท ปัจจุบันตัวขนาดครึ่งโลได้ตัวละหลายร้อยแล้ว ยิ่งถ้าตัวขนาดเกือบโล ตัวละ 7-8 ร้อยแล้ว

 ปูทะเลนี้จะมักอยู่ใกล้ป่าโกงกาง ก็ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์ป่าโกงกางด้วย เพราะมีสิ่งมีชีวิตหลายอย่างอาศัยป่าโกงกาง

ว่าแล้วไปหาปูทะเลกินดีกว่า