|
เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ" |
|||

Walk My Way
ล.เล้งเสียงกระดิ่งหยก (ไม่ใช่มังกรบิน)
เข้าอ่านเขียนทั้งหมดของนักเขียนที่นี่
อ้างอิงข้อมูลจาก ; โยคะสารัตถะ ฉ. มี.ค.'๕๒
เพิ่งได้ดูหนังญี่ปุ่น เรื่อง Walk My Way ช่อง ทีวีไทย / อดีต ITV พฤ. - ศ. 4 ทุ่ม 10 ดูจบแล้ว เกิดอาการอยากชวนเพื่อนๆ มาดูด้วย ใครไม่ได้ดูอาจรู้สึกว่าเสียชาติเกิด?? ล้อเล่นน่า...แต่ใครไม่อยากเสียชาติเกิดก็เปิดดูเถิด
ใครที่เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง เป็น Born Looser มาตลอดชีวิต หรือคิดว่า "ข้าแน่" มาตลอดชีวิต ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว จะรู้สึกว่าโลกนี้มันน่ารักจริง ๆ
ถ้าเราเกิดมาเป็นแบบ เทรุอากิ พระเอกสุดหล่อของเรื่อง แต่มีของแถมมากับความหล่อเป็น...โรคออทิสติก... เราก็คงจะรู้สึกว่า...โลกนี้ช่างกดดันเราเหลือเกิน เราไม่เคยทำอะไรถูกเลย...ยกตัวอย่างเช่น เวลาตอบคำถามลูกค้าของสวนสัตว์ที่เค้าทำงานอยู่..ไม่ได้ โดนลูกค้าด่าเอา เพื่อนร่วมงานก็สั่งว่า "วันหลังห้ามพูดกับลูกค้าอีก" พี่เทรุเค้าก็ซื่อมาก วันหลังมีคนมาถามเรื่องเวลาเข้าชมหนูชินจูกุ พี่เทรุก็รู้ทั้งรู้ แต่ไม่กล้าตอบลูกค้า เพราะเพื่อนสั่งไว้ว่า "ห้ามพูดกับลูกค้าอีก" พอไม่พูดกับลูกค้า พี่เทรุก็ถูกด่าอีก
กลับมาบ้าน ก็บอกแม่ว่า ไม่สบายใจเลย ไม่อยากไปทำงาน แม่ก็บอกว่า "ต้องไปทำงาน" พี่เทรุเค้าก็เลยต้องไปทำงานด้วยความเครียด กลับมาก็กินข้าวไม่ลง นอนก็ไม่หลับ เครียดหลายวันเข้า ก็เป็นลมสลบในที่ทำงาน ต้องไปนอนให้น้ำเกลือ และลาหยุดอีกหลายวัน
ในที่สุด แม่ก็พาพี่เทรุไปลาออกจากงาน พี่เทรุก็เชื่อฟังดีมา เอ้า! ออกก็ออก...ก่อนลาออก แกก็ไปลาลูกหนูสุดที่รักอันมีชื่อว่า จินจิน... จินจินไม่ยอมกินอาหาร ถ้าจะให้กินก็ต้องป้อน แล้วก็ชอบซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง...คงมีนิสัยหลายอย่างเหมือนกัน พี่เทรุก็เลยอาลัยอาวรณ์จินจินมาก
สุดท้าย...ตอนเทรุจะ say goodbye ไปจริงๆ แล้ว คุณมิอิรุ เพื่อนร่วมงานตัวแสบ (ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด บางครั้งก็ด่าเอาว่า "บ้าบอชะมัดเลย") ก็ยอมเปิดเผยพรสวรรค์ของพี่เทรุว่า...มีความจำเป็นยอด สามารถจดจำ dialogue ยาวๆ ที่บรรยายเรื่องราวของหนูชินจูกุได้เป็นวรรคเป็นเวร ตั้งแต่ อายุ น้ำหนักตัว พฤติกรรมตั้งแต่แรกเกิดมาลืมตาดูโลก อึของตัวผู้กับตัวเมียก็ไม่เหมือนกัน ของตัวนึงเป็นแท่งยาวคล้ายกล้วยหอม ของอีกตัวนึงเป็นก้อนกลมๆ...ดังนี้เป็นต้น แต่กว่ามิอิรุ จะยอมเปิดปาก ก็ต้องต่อสู้กับความอิจฉา และความกลัวว่า เทรุจะมาแย่งงาน...น่าดูชม
ถ้าคุณมิอิรุ ผู้ถือว่าตัวเองเก่งกว่ามาตลอด...ไม่ยอมเปิดเผยความเก่ง (แต่เป็นความลับที่คนอื่นๆ ยังไม่รู้) ของเทรุแล้วละก็...เทรุต้องตกงานแหงๆ สุดท้าย...ผู้จัดการสวนสัตว์ก็รับเทรุเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ
ถ้าเล้งดูหนังเรื่องไหนแล้ว เกิดอาการบ่อน้ำตาแตก...ก็เป็นอันว่า...หนังเรื่องนั้นควรค่าแก่การบอกต่อ...ให้เพื่อนๆ มาดูด้วย...ไม่ได้อยากให้มาเป็นเพื่อนร้องไห้นะ..แต่ว่ามันเป็นหนังที่มีเนื้อหาสาระ น่าประทับใจ กระตุกหัวใจได้จริงๆ ใครรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นโรคหัวใจตายด้านอยู่ ห้ามพลาดเลยนะ!!
นอกจากมีพระเอกหล่อ นางเอกสวยแล้ว ตัวแสดงอื่นๆ ก็เล่นได้ดีมาก เพลงประกอบ ภาพที่เราเห็น การใช้สีแสง บทพูดก็เนียนมาก สมแล้วที่เป็นหนังญี่ปุ่นที่ทีวีไทยเลือกมา ดูกันมาหลายปีตั้งแต่สมัยเป็น ITV ไม่เคยผิดหวังเลย เสียแต่มาดึกไปหน่อย
ดูหนังเรื่องนี้แล้ว...นึกถึงช่วงเวลาที่เคยไปช่วยงาน UN (United Nations สหประชาชาติ @ ถนนราชดำเนิน) ไปจดรายงานประชุม ให้เค้า 14 วัน...วันแรกที่ไป ได้รู้จักกับคนมาเลเซียคนนึง ปกติเวลาทักทายกันก็จะยื่นมือขวามาจับกันเนาะ แต่เอ! ทำไมพี่เค้ายื่นมือซ้ายมาให้จับล่ะ เราก็งงๆ เอ้า! เปลี่ยนเป็นมือซ้ายก็ได้ ... พอวันรุ่งขึ้น ถึงรู้ว่าเค้ามีแต่มือซ้าย...มือขวาที่เห็นเมื่อวานน่ะ... มันมือปลอม มันถึงขยับมาจับมือกันไม่ได้ วันนี้เค้าถอดมือปลอมออก ก็เลยเห็นแต่แขนที่ไม่มีมือของเค้า และระหว่าการประชุมเพื่อจัดสิ่งแวดล้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ ก็มีกิจกรรมที่ให้คนไม่พิการได้มีโอกาสเรียนรู้การช่วยเหลือคนพิการ เช่น เข็นรถ wheel chair จูงคนตาบอด ได้เรียนรู้ว่าชีวิตคนพิการ มันยากลำบากขนาดไหน...ด้วยการเดินปิดตา แล้วใช้ไม้เท้า เดินชนโน่น..ชนนี่ให้เจ็บตัวเล่น ถ้ายังไม่ชน...ก็กลัวว่าจะชน... นั่งรถเข็นแล้วต้องใช้มือหมุนล้ออันแสนฝืด พอเจอบันไดแต่ไม่มีลิฟท์ หรือทางลาด ก็ใบ้รับประทานเลย ช่วยตัวเองต่อไม่ได้ ต้องเรียกเพื่อนมาช่วย
ฝึกแบบนี้จะได้เข้าใจ เห็นใจคนพิการ ยอมช่วยเหลือคนพิการเมื่อมีโอกาส และยอมเสียเงินงบประมาณเพื่อจัดสิ่งแวดล้อมให้คนที่มีโชคดีน้อยกว่าเรา ให้เค้าได้มีโอกาสใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างสะดวก พึ่งตนเองได้ และ มีความสุข
ประสบการณ์ในวันนั้น ทำให้มองพี่เทรุอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่...สังคมคิดว่าเค้าไม่ปกติ...มากขึ้น เข้าใจว่าเค้าต้องใช้ชีวิตยากลำบากกว่าคนธรรมดา...เพียงแค่การสื่อสารที่เราคิดว่า ทำได้ง่ายๆ แต่ก็เป็นเรื่องซับซ้อน และยากมากสำหรับคนที่มีความผิดปกติทางสมอง
หากเราเคยคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ได้เรื่อง กว่าจะทำอะไรให้เข้าขั้น ...ได้เรื่อง..สักครั้ง ต้องใช้แรงพยายามมหาศาล...ให้กลับไปดูเทรุ หรือ คนพิการพวกนี้ แล้วจะพบว่าความพยายามที่ว่ายาก หรือชีวิตที่ว่าแย่...ยังเทียบไม่ได้เลยกับเรื่องยากๆ แย่ๆ ของคนพิการ
หากเราคิดว่า...ตัวเองเป็นพวก...ข้าแน่..ในสังคม เราเลือกทำได้ 2 อย่าง
1) ดูถูก ด่าว่าชักช้า ทำให้เราช้าไปด้วย ไม่ให้ความช่วยเหลือ ไม่สนใจ แบบที่คุณมิอิรุ...ทำตอนแรก
2) ใช้โอกาสที่เราเก่งกว่า ดีกว่า ช่วยคนที่เค้าด้อยกว่า เพื่อให้สมาชิกในสังคม ได้เดินไปด้วยกัน ถึงจะเดินช้าหน่อย แต่ก็มีความสุขใจ
ในโลกแห่งความเป็นจริง เราคงไม่ได้เป็นพวก ข้าแน่ หรือ ข้าแย่ ไปตลอด ถ้าคิดว่าข้าแน่...แล้วไม่ช่วยคนอื่นๆ ระวังเวรกรรมตามสนอง...ถ้าคิดว่าข้าแย่ไปตลอด ระวังจะได้เป็นจริงๆ ...อ้าว! ไหงเป็นงั้น
จบข่าว...

ภายใต้มูลนิธิหมอชาวบ้าน
2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ;
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com
.....