ผู้เขียนอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ขอเล่าต่อจากบันทึกนี้นะครับวันนี้เป็นวันที่ทำกิจกรรมวันที่สอง ตอนเช้าแวะไปหากาแฟโบราณกิน ท่านอาจารย์ศศิร์ภร เกาะแก้วพาไปกินข้าวมันไก่ต่อ ได้ความรู้ว่าข้าวมันไก่ที่ดีต้องมีน้ำจิ้มที่อร่อย สงสัยต้องกลับไปลองทำดู

 

  ผู้เขียนไปถึงที่โรงเรียนก็เตรียมทำกิจกรรมได้เลยเนื่องจากได้ตื่นมาตอนตี 3 เพราะมาดูเรื่อง เกม ได้ปรับเกมและกิจกรรมภาษาอังกฤษให้เหมาะกับนักเรียน ได้ให้นักเรียนร้องเพลง oh we charge เนื่องจากเมื่อวานนักเรียนร้องได้แล้ว วันนี้เลยมาฝึกทั้งท่าเต้นรำและการร้องเพลง ใช้เวลาไม่นานนักเรียนก็เต้นได้

 

  ผู้เขียนคิดเอาเองว่าเมืองสุพรรณบุรีเป็นเมืองพ่อเพลงแม่เพลงและเมืองศิลปิน เหมือนกันว่านักเรียนมีดนตรีในหัวใจ แค่ฟังนิดเดียวนักเรียนก็ร้องได้ ไม่ต้องคิดว่าเป็นภาษาอังกฤษ ครูผู้สอนควรเอาข้อดีของการที่นักเรียนร้องเพลงมาสอนเรื่องการสื่อสาร เรื่องหลักภาษาอังกฤษเพราะนักเรียนมีใจรักและชอบเพลงอยู่แล้ว ทำให้นักเรียนสนุกอยากเรียนและมีแรงจูงใจในเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น

  พอนักเรียนเหนื่อยผู้เขียนก็หยุดพักโดยให้นักเรียนฟังเพลง when you say nothing at all (เพลงWhen you say nothing at all   ใบงานWhen you say nothing at all )และช่วยกันเฉลยข้อความที่เติมในช่องว่าง และเริ่มกิจกรรม running dictation นักเรียนไปอ่านข้อความได้ดี แต่เมื่อทำไปสักพักก็เพิ่มความสนุกโดยให้เพื่อนจับขาแล้ววิ่งไปแทน ผู้เขียนเห็นว่า นักเรียนโรงเรียนน่ารักและซื่อสัตย์มาก ไม่มีนักเรียนคนไหนโกงโดยการจดมาบอกเพื่อนหรือเขียนข้อความเอง

 

   หลังจากพักกลางวันเข้ามาก็ให้นักเรียนได้เรียนเรื่องอาชีพและดู website ในการสอนภาษาอังกฤษเรื่องการเขียน เรื่องการออกเสียงในนี้ เผื่อนักเรียนได้ฝึกฝนภาษาต่อ ตอนนักเรียนว่าง ผู้เขียนใช้ website นี้ จากแหล่งรวม website ที่นี่ครับ นอกจากนี้ยังแนะนำให้นักเรียนไปฝึกการฟังเพลงภาษาอังกฤษที่นี่ด้วย

   ผู้เขียนได้ลองให้นักเรียนได้ลองฝึกภาษาอังกฤษและทำเกมกลุ่มสัมพันธ์ นักเรียนทำกิจกรรมได้ค่อนข้างไว เมื่อนักเรียนเหนื่อยก็เปลี่ยนมาฝึกการทำหลักภาษาอังกฤษ เป็นการฝึกหลักภาษาจากข้อสอบ มีนักเรียนเก่งหลายคนได้คะแนนเกือบเต็ม 10 คะแนน แต่ส่วนใหญ่คะแนนผ่านเกินครึ่ง

  ตอนที่ผู้เขียนให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกัน  ออกมานำเสนอ mind mapping ผู้เขียนรู้สึกทึ่งนักเรียนว่านักเรียนที่นี่เก่งทางด้านศิลปะด้วย เพราะใช้เวลาไม่นานออกแบบ mind mapping และออกมานำเสนอ

  ผู้เขียนให้นักเรียนแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ แต่ตอนแสดงความคิดเห็นให้พูดเป็นภาษาไทยได้ แต่ผู้เขียนสังเกตว่านักเรียนมีภาษาถิ่นของตนเอง เลยให้นักเรียนนำเสนอเป็นภาษาลาวครั่ง สนใจอ่านเรื่องลาวครั่งได้ที่นี่นะครับ ในบันทึกพี่ครูพิสูจน์ที่นี่ ผู้เขียนเคยได้ยินคนพูดเรื่องภาษาลาวครั่งนาน แต่เพิ่งเคยได้พบตัวจริงเสียงจริงวันนี้ ถ้าใครเคยอยู่ที่ภาคใต้แบบผู้เขียนจะพบว่า มีคำบางคำที่นักเรียนออกเสียงคล้ายภาษาใต้มาก

 

 

    ผู้เขียนได้ถ่ายรูปรวมกับท่านอาจารย์ศศิร์ภร เกาะแก้วและอาจารย์อีกสองท่าน ผู้เขียนได้เอาที่นักเรียนแสดงความคิดเห็นไว้เอามาให้ดูด้วย ผู้เขียนเอาเสียงนักเรียนชื่อน้อง Nick นำเสนอเป็นภาษาลาวครั่งที่ไฟล์ค่อนข้างใหญ่มาก เลยเอาไปไว้ที่ multiply เอามาให้ฟัง ไม่แน่ใจว่าเปิดได้ไหมและ เสียงสะท้อนความรู้สึกจากนักเรียนหญิงครับ  ขอบคุณมากครับที่เข้ามาอ่าน…

 

 

ขอบคุณข้อมูลเรื่องความเป็นมาของคนไทยเชื้อสายลาวครั่งที่

http://www.bokru-sm.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538827615

 

บันทึกพี่ครูพิสูจน์

http://gotoknow.org/blog/pisootjai/117109