เพราะว่าการจะเป็นอะไรนั้น มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสม ฯลฯ
           จากบันทึกที่แล้วที่ได้ สรุปบทเรียนจากสวนป่า  มีหลายประเด็นที่ได้สรุปจากเวทีของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาทิ
  • การเรียนรู้จาก "ธรรมชาติ"
  •  "จงเรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่พร้อม"
  • "คิดนอกกรอบ"
  • "ฟังให้ใด้ยิน"
  • "อย่าคิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงคนอื่น"
  • "การเปลี่ยนแปลงตนเอง  เราควรหันมาพัฒนาตัวเราเองก่อน"
  •  "การให้และการรับเป็นเรื่องเดียวกัน"
  • "ขอให้รักผู้อื่น"
  • "เราไม่ควรแยกส่วนออกจากกัน"
  • "ท่องเที่ยวภายใน"
  • "การให้กำลังใจตนเอง"
  • "จงทำตัวเหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้ว"
  • "เมื่อเราเชื่อมโยงกันได้ ก็จะเป็นกลุ่มใหญ่ เกิดเครือข่ายที่มีพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม"
  • "ขอให้เราจงทำทุกเรื่องให้เป็นเรื่องเดียวกัน" 

      นอกจากนี้ อ.ลูกหว้า และท่านอื่นๆ ยังได้ช่วยต่อเติมอีกว่า

  • "คนที่เตือนเราได้ดีที่สุดก็คือตัวของเราเอง  เพราะฉะนั้นเราต้องหันกลับมาสำรวจจิตใจของตนเองว่าคิดอย่างไร  กล้าถามหาความเป็นตัวตนของตัวเองในความมืด  แล้วเราก็จะรู้จักตนเองมากขึ้นและก็ต้องฝึกเพิ่มพลังให้กับตนเอง   ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ  เมื่อนั้นเราก็ไม่ต้องแสวงหาความสุขอีกแล้วค่ะ"
  • เพื่อที่จะเอาใจคนอื่นมาใส่ใจเรา
  • ฯลฯ

          บันทึกนี้จึงขอบันทึกต่อในบางประเด็นทีผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนโดยการเล่าความในใจ  ความรู้สึก  อีกทั้งในบางประเด็นที่ได้ฟังและได้เรียนรู้ผ่านเวทีที่เป็นธรรมชาติในสวนป่าช่วง 3 วัน  เพราะว่าเฮฮานั้นมีสาระมากมาย ที่หากไม่ได้บันทึกไว้ก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

        สรุปบทเรียนที่ได้จากสวนป่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่กระบวนกร สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในงานและในชีวิตประจำวันของทุกๆ คนได้ คือ

  • ความยืดหยุ่น  ในการดำรงอยู่ในสังคมที่ซับซ้อนและมีความแตกต่าง  สิ่งหนึ่งที่เราต้องปรับตัว และพัฒนาตัวเองให้มีความยืดหยุ่นสูง    ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป  ความยืดหยุ่นจะช่วยให้เราอยู่กับผู้คน เรียนรู้การที่จะปรับตัว เพื่อทำงานพัฒนาได้อย่างมีความสุข
  • การให้ความสำคัญกับคนอื่น  ประเด็นนี้สำคัญมากเป็นก้าวแรกในบทบาทของวิทยากรกระบวนการ  ผมจำได้ว่าได้พูดในเวทีว่า การทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ หรือวิทยากรกระบวนการ "เราไม่ใช่ผู้รู้ในทุกเรื่องเสมอไป" ผู้เข้าร่วมเวทีต่างหากที่เป็นวิทยากร  เราเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่สร้างเวที และเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้มาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เท่านั้นเอง
  • เพราะทุกคนมีความรู้ มีความสามารถ มีศักยภาพ  คนเราอาจจะเก่งหรือเป็นผู้รู้กันเพียงแต่ในบางเรื่อง  แต่ไม่มีใครที่เก่งที่สุด ดังนั้นการให้ความสำคัญกับคนอื่นจึงเป็นก้าวแรกที่เราเดินออกจากความไม่รู้ที่ครอบงำเราอยู่
  • โดยธรรมชาติของมนุษย์ ไม่มีใครที่ไม่อยากทำดี  ดังนั้นเราควรมองโลกในแง่ดี  คิดเชิงบวก  คิดอย่างสร้างสรรค์  แล้วจะทำให้เราพบแต่สิ่งดีๆ เสมอ
  • เรียนรู้ที่จะใช้โอกาส   ได้เห็นหลายท่านที่มาเข้าร่วมเวทีเพราะมีโอกาส  แต่สิ่งที่ผมนำมาบันทึกก็เพราะได้แลกเปลี่ยนวงนอกกับบางท่าน  ว่าโอกาสนั้นมันลอยไปลอยมา ผ่านหน้าเราไปๆ มาๆ เราต้องรู้จักคว้าโอกาสดีๆ ของชีวิต   เพราะบางครั้งผมเห็นว่าเราไม่รีบไขว่คว้าหาโอกาส แม้แต่โอกาสให้กับการพัฒนาตัวเราเอง.......การมาสวนป่าครั้งนี้ถือว่าเราได้ให้โอกาสดีๆ กับชีวิตแล้วครั้งหนึ่ง
  • ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเริ่มต้นที่ตัวเรา ประเด็นนี้ หลายๆ ท่านได้บันทึกไว้มากแล้วจะไม่ขออธิบายเพิ่ม เพราะหากเปลี่ยนตัวเราได้ โลกก็จะเปลี่ยนตาม

และมีบางประเด็นที่ขอเพิ่มเติม

  • โดยแท้จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้น ในการอยู่ร่วมกันในสังคม ไม่ว่าเราจะทำบทบาทหน้าที่อะไร  เราต้องฝึกคิดเชื่อมโยง และต่อท่อสิ่งต่างๆ เข้าหากัน  จะทำให้เรามีจิตใจที่ละเอียดอ่อน  คิดและทำทุกสิ่งได้โดยที่ไม่แปลกแยก
  • หนีออกจากกับดักความคิดคู่ตรงกันข้าม  ประเด็นนี้ผมมักจะพูดเสมอ เมื่อเวลาไปแลกเปลี่ยนในหลายๆ เวที  ทำไมถึงต้องออกจากกับดักนี้   เพราะแท้จริงแล้วทุกสิ่งไม่มีผิด-ถูก , ไม่มีเขา-มีเรา ,ไม่มีชอบ - ไม่ชอบ , ไม่มีสูง - ต่ำ  ฯลฯ  คู่ตรงข้ามเป็นเพียงกับดักให้เราแยกสิ่งต่างๆ แม้แต่ธรรมชาติออกจากกันเป็นส่วนๆ และสร้างความแตกแยก คิดไม่เชื่อมโยง  เพราะว่าการจะเป็นอะไรนั้น  มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสม ฯลฯ

          ท้ายที่สุดของบันทึกนี้ขอใช้คำว่า "เวลาที่เหลือในการทำงาน-ทำความดีของเรานั้นสั้นนัก" คงไม่มีใครอยู่ได้เกินร้อยปี  ดังนั้น การทำงานเพื่อสังคม  การทำงานที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของเราให้น้อยที่สุด   ทำงานเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และเอื้ออาทรของเราทุกคน  เราคงจะต้องรีบลงมือทำ   อย่ามัวรีรอ..... 

         จงก้าวออกมาสู่โลกกว้างของการเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน  ไปพร้อมๆ กัน  จะเป็นเฮฮาศาสตร์ หรือกลุ่มใดๆ  ก็ไม่แตกต่างกัน ชื่อกลุ่มเป็นเพียงนามสมมติเรียกขานให้ได้รู้กันเท่านั้นเอง   แต่สาระและวิถีปฏิบัติเพื่อสังคมโดยรวมต่างหากที่มีคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด.... 

         สำคัญอยู่ที่ว่าท่านกล้าพอที่จะก้าวออกมาเดินทางไปพร้อมๆ กันไหม  เดินออกไปสู่อิสระภาพ   เดินกลับไปสู่ธรรมชาติของมวลมนุษยชาติที่ควรจะเป็น......โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะได้อะไร หรือเสียอะไร