เป็นวิธีการที่ง่ายๆ และเป็นธรรมชาติ
            บันทึกต่อจากตอนที่แล้ว อบรมเกษตรกรคลื่นลูกใหม่ 3. ศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ที่เมืองละโว้  ในการนำเสนอของ อ.เชาว์วัช  หนูทอง บอกกับพวกเราว่า  กิจกรรมหนึ่งของท่านที่ได้ดำเนินการ  และท่านภาคภูมิใจเป็นอย่างมากก็คือ การปูพรมในนา หรือการทำนาแบบปูพรม  หากใครไม่เชื่อว่าท่านปูพรมไว้ในนาเดี๋ยวจะพาไปดู

          ช่วงบ่ายเราจึงได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมการปูพรมในนาข้าว  ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่อาจารย์เชาว์วัชบอกไว้จริงๆ  เพราะว่าในแปลงนานั้นมองแทบไม่เห็นน้ำเลย เห็นแต่ต้นข้าวและพืชสีเขียวเต็มไปหมด  นี่ขนาดว่าข้าวเพิ่มจะมีอายุเพียง 20 กว่าวันเท่านั้น


ปูพรมในนาข้าว

          การปูพรมในนาข้าว  เป็นแปลงข้าวมะลิแดงอินทรีย์นี้  ที่แท้ก็เป็นการนำพืชน้ำชนิดหนึ่ง  ซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติ  อาจารย์เชาว์วัช ได้ลองนำมาหว่านแล้วส่งผลให้ข้าวเจริญเติบโตดี ก็คือ "แหนแดง" นั่นเองครับ

          วิธีการทำนาแบบปูพรมนั้นก็ทำกันอย่างง่ายๆ   ด้วยการนำแหนแดง มาหว่านลงในแปลงนาก่อนการปักดำ ในปริมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่   แหนแดงก็จะเจริญเติบโตและขยายพันธุ์   และจะมีสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวที่ช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาให้พืชได้ใช้ในการเจริญเติบโต   และเมื่อแหนแดงเน่าสลายก็จะกลายเป็นอินทรีย์วัตถุในดิน  ช่วยให้ดินมาความอุดมสมบูรณ์และให้พืชได้ใช้ประโยชน์ต่อไป อาจารย์เชาว์วัชบอกว่า

          "แหนแดงนั้นเปรียบเสมือนสวรรค์ได้ประทานลงมาให้"


เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นแหนแดงขึ้นเต็มไปหมด

           จากฐานข้อมูลความรู้ด้านพืชของกรมวิชาการเกษตร (ที่ http://210.246.186.28/pl_data/RICE/4tech/tec02.html) มีรายละเอียดของแหนแดง  และพืชอาศัย ที่ช่วยส่งผลให้ต้นข้าวเจริญเติบโตดี มีรายละเอียดดังนี้ครับ

 

          แหนแดง แหนแดงเป็นพืชน้ำเล็ก ๆ พวกเฟิร์นชนิดหนึ่งพบอยู่ตามผิวน้ำโดยทั่ว ๆ ไปต้นแหนแดงประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ คือลำต้น ราก และใบ ใบบนและล่าง มีขนาดใกล้เคียงกัน ใบบนมีโพรงใบ และมีสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวอาศัยอยู่ในลักษณะที่พึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน สาหร่ายนี้สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศและเปลี่ยนให้เป็นสารประกอบในรูปของ แอมโมเนียมให้แหนแดงเองไปใช้ได ้ในแหนแดงมีไนโตรเจน เป็นองค์ประกอบสูงถึง 3 - 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อแหนแดงเน่าสลายจะปลดปล่อยไนโตรเจนออกมาให้เป็นธาตุอาหารพืชได้
      
 สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ลักษณะเซลล์ รูปร่างเป็นท่อน ทรงกระบอก หัวท้ายมนต่อกันเป็นเส้น ยาวคดเคี้ยวไปมา สามารถหาได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติ มีทั้งชนิดที่ตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ และชนิดที่ตรึงไม่ได้ ชนิดที่ตรึงได้มัก อาศัยอยู่กับพืชชนิดต่าง ๆ เช่น พืชพวกมอส ปรง หรือ อาศัยอยู่ร่วมกับเชื้อรา และที่มีความสำคัญและนำมาใช้ประโยชน์กันมากก็คือชนิดที่อาศัย อยู่กับพืชตระกูลเฟิร์นจำพวกแหนแดง นั่นเอง

 

          จากการแลกเปลี่ยนกับอาจารย์เชาว์วัช  หนูทอง  เกษตรกรคนเก่งที่เราได้ไปศึกษาดูงาน  พอสรุปได้ว่าการทำนาแบบปูพรมนี้(ใช้แหนแดง)  เกิดประโยชน์ในหลายๆ ประการ เช่น

  • ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี เพราะมีสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศ
  • เพิ่มอินทรีย์วัตถุในนาข้าวทุกปีๆ  เพราะการเน่าสลายของแหนแดง ในปริมาณเป็นตันๆ ต่อไร่
  • ไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า เพราะแหนแดงจะคลุมพื้นที่ทั้งหมด วัชพืชมีจำนวนน้อยมากเราสามารถเดินเก็บได้
  • ต้นทุนการปลูกข้าวลดลงกว่าการแบบเดิมลงมาก
  • ได้ข้าวที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
  • ระบบนิเวศน์ในพื้นที่นาไม่ถูกทำลาย
  • เป็นวิธีการที่ง่ายๆ และเป็นธรรมชาติ
  • ที่สำคัญก็คือปลอดภัยและลดต้นทุนให้แก่เจ้าของเพราะไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีใดๆ เป็นต้น

         เกษตรกรคลื่นลูกใหม่  ต่างก็ให้ความสนใจกับวิธีการทำนาของอาจารย์เชาว์วัช เป็นอย่างยิ่ง  ต่างพูดคุยและซักถามข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ กันตลอดเวลา หลายคนก็ให้ความสนใจและขอนำแหนแดงกลับไปด้วยเพื่อนำไปใช้ในแปลงนาของตนเอง  ซึ่งอาจารย์เชาว์วัช ก็ยินดีแบ่งปันให้ด้วยความเต็มใจยิ่ง


สอบถาม-แลกเปลี่ยนประสบการณ์


อิอิ...เกษตรกรคลื่นลูกใหม่ขอมั่ง  จะเอาไปหว่านในนาที่บ้าน

          การปูพรมในนาข้าว ก็มีรายละเอียดเช่นนี้แหละครับพี่น้อง...

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  3  กันยายน  2551