สืบเนื่องจากบันทึก » ก.ข.ค. สวรรค์ประชารักษ์ โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ประสงค์ เกียรติบำเพ็ญ 

ขุนวิวรณ์สุขวิทยา เดิมชื่อ ห่วง โลหะวณิชย์ เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2443 ที่ตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร บิดาชื่อ นายฮุ้น พาณิชย์ มารดาชื่อนางเคลือบ มีอาชีพเป็นชาวนา มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 5 คน

        การศึกษาเบื้องต้นท่านเข้าโรงเรียนวัดสุนทรสถิตย์ ณ บ้านเกิด จากนั้นเข้าเรียนในโรงเรียนอมราบำรุงรักษ์ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร จนจบหลักสูตรประถม แล้วเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร ท่านเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 7 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แล้วเข้าเรียนแพทย์ในศิริราชพยาบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต พ.ศ. 2466 เมื่อทำงานแล้วเข้าเรียนนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ได้รับปริญญาธรรมศาสตรบัณฑิต เมื่อ พ.ศ. 2482

        ชีวิตการทำงาน เมื่อท่านศึกษาจนจบแพทย์ศาสตร์แล้ว ก็ได้รับราชการที่กรมสาธารณสุขตอลดมา เป็นแพทย์หลวงประจำท้องที่จังหวัดตาก ใน พ.ศ. 2469-2471 หลังจากนั้นก็ย้ายมาเป็นแพทย์สุขาภิบาลเมืองนครสวรรค์ และแพทย์เทศบาลเมืองนครสวรรค์ ใน พ.ศ. 2471-2480 ย้ายไปเป็นนายแพทย์โท ประจำสุขศาลากาฬสินธุ์ใน พ.ศ. 2481-2482 แล้วย้ายกลับมาดำรงตำแหน่งสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ จนลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2489

        ระหว่างรับราชการ ขุนวิวรณ์สุขวิทยาได้ทำประโยชน์ด้านสาธารณสุขเป็นอันมาก เช่น การป้องกันโรคอหิวาต์ กาฬโรค สร้างโรงพยาบาลสุขาภิบาล เมื่อ พ.ศ. 2475 ซึ่งต่อมาโอนเป็นโรงพยาบาลนครสวรรค์สังกัดกรมการแพทย์ และต่อมาได้สร้างโรงพยาบาลใหม่เสร็จเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2512 ได้รับพระราชทานนามโรงพยาบาลว่า “โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์”

        ตลอดชีวิตของท่านได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมตลอดมา นอกจากบริจาคเงินช่วยเหลือทางการแพทย์และโรงพยาบาลแล้ว ท่านได้มอบเงินบำรุงการศึกษาและทุนการศึกษาแก่โรงเรียนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งโรงเรียนที่บ้านเกิด โรงเรียนที่ท่านเรียนและโรงเรียนในจังหวัดนครสวรรค์มากมายหลายโรงเรียน นอกจากนี้ ท่านยังเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินการให้ได้ที่ดินเชิงเขากบก่อสร้างสถานศึกษาในปัจจุบันคือ โรงเรียนนครสวรรค์ โรงเรียนเขากบ (วิวรณ์สุขวิทยา) และวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ นับว่าท่านมีคุณูปการต่อการศึกษาของจังหวัดนครสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง

        นอกจากด้านการแพทย์ซึ่งเป็นภารกิจหลักของท่าน ในด้านการเมืองท่านก็มีบทบาทเป็นอันมาก ทั้งการเมืองส่วนท้องถิ่นและระดับชาติ หลังจากลาออกจากราชการแล้ว ใน พ.ศ. 2489 ท่านได้รับเลือกเป็นเทศมนตรี 2 สมัย เป็นประธานสภาจังหวัดติดต่อกัน 14 ปี ท่านได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองสมัยนับว่าเป็นเกียรติอย่างสูง ตำแหน่งหลังสุดคือประธานสภาเทศบาลเมืองนครสวรรค์

        ในด้านสังคมท่านมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เช่น เป็นประธานงานกรรมการเจ้าพ่อ – เจ้าแม่ปากน้ำโพ นายกก่อตั้งสโมสรโรตารี่นครสวรรค์ นายกพุทธสมาคมนครสวรรค์ นายกสมาคมต่อต้านโรคมะเร็งจังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น

        ขุนวิวรณ์สุขวิทยาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุล “โลหะวณิชย์” และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้รองอำมาตย์โทห่วง โลหะวณิชย์ เป็น “ขุนวิวรณ์สุขวิทยา” ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยและทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

        ระหว่างที่ท่านไปเยือนสหรัฐอเมริกา 2 ครั้งคือ พ.ศ. 2495 และ 2501 ท่านได้รับกุญแจเมืองรวม 4 เมือง คือ นิวออร์ลีนส์ (รัฐหลุยเซียนา) เอลปาโซ (รัฐเท็กซัส) ซานฟรานซิสโก (รัฐแคลิฟอร์เนีย) และโฮโนลูลู (รัฐฮาวาย) นับเป็นชาวนครสวรรค์คนแรกที่ได้รับเกียรติอย่างสูงจากสหรัฐอเมริกา

        ขุนวิวรณ์สุขวิทยาได้สมรสกับนางสาวฉวี เปเรย์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2475 ไม่มีบุตรด้วยกัน ทั้งสองครองคู่อยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยาตัวอย่างจนกระทั่งทุกวันนี้ ท่านอายุถึงขณะนี้ (วันที่ 26 กันยายน 2541) 98 ปี 3 เดือน 6 วัน แม้ท่านจะชราภาพไปไหนไม่ค่อยได้แล้ว ท่านก็ยังมีความสุขในบั้นปลายแห่งชีวิต แวดล้อมด้วยผู้ที่เคารพนับถือ

ที่มา

บทที่ 6 บุคคลสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์-ขุนวิวรณ์สุขวิทยา. [cited 2008 Npvember 24]. Available from:  http://www.nsru.ac.th/culture/nwculture/lesson6/lesson614.html