
…………………………….
ข้อเท็จจริงของคำเอ้ย
…………………………….
- เธอเกิดเมื่อพ.ศ. ๒๕๓๗ (ปรากฏตาม ท.ร.๓๘/๑) ปัจจุบันอายุ ๑๕ ปี
- สถานที่เกิด ก็คือ บ้านลม ตำบลบ้านลม อำเภอเชียงตุง จังหวัดเชียงตุง ประเทศพม่า
- เธอติดตามนางนวลมารดาเข้ามาในประเทศไทยทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่งคำเอ้ยมีอายุเพียง ๘ ปี ในช่วงเวลาที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
- เมื่อมารดาได้แสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวกับกระทรวงแรงงานไทย คำเอ้ยก็ได้ร้องขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนี้ในสถานะของผู้ติดตามแรงงาน เธอจึงมีเอกสารรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร.๓๘/๑) เช่นเดียวกับมารดา โดยเลขประจำตัวบุคคล ๑๓ หลักที่เธอได้รับ ก็คือ เลขประจำตัว ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วย ๐๐
- ปัจจุบัน คำเอ้ยเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนบ้านท่าตอน
…………………………….
ข้อเท็จจริงของบิดาของคำเอ้ย
…………………………….
- บิดาชื่อนายยี่ นายใส่
- ปัจจุบัน นายยี่เสียชีวิตแล้ว
…………………………….
ข้อเท็จจริงของมารดาของคำเอ้ย
…………………………….
- มารดา ชื่อนางนวล นาใส่
- เธอเกิดเมือ พ.ศ.๒๕๑๗ ที่เชียงตุง ประเทศพม่า
- เข้ามาในไทย จากอำเภอแม่สาย เมือพ.ศ.๒๕๔๕ โดยเข้ามาอยู่บ้านเลขที่ ๓๘๕ บ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
- นวลมาอยู่ที่แม่สายได้ ๒ ปีก็ย้ายมาอยู่บ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
- ต่อจากนั้นได้ไปทำงานที่ฟาร์มวัวที่บ้าน ปงตำ อำเถอไชยปราการ
- เธอร้องขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวใน พ.ศ.๒๕๔๗ จึงได้รับการบันทึกชื่อในทะเบียนประวัติตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรประเภทแรงงานต่างด้าว (ท.ร.๓๘/๑) เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘ นวลได้รับการบันทึกในแบบรับรองการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษซึ่งอำเภอไชยปราการ
- อำเภอไชยปราการออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรให้แก่นวล โดยเลขประจำตัวบุคคล ก็คือ เลขประจำตัว ๑๓ หลักด้วยเลข ๐๐
- แบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร.๓๘/๑) ที่อำเภอไชยปราการออกให้แก่นวลระบุว่า เธอมีสัญชาติพม่า และอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๑ หมู่ ๒ ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
- ต้องตรวจสอบว่า นวลมีใบอนุญาตทำงานไหม ??
- นวลเล่าว่า มีมีบัตรประชาชนพม่า แต่ไม่ได้นำเข้ามาในไทย
…………………………….
จุดเกาะเกี่ยวระหว่างคำเอ้ยกับประเทศไทย
…………………………….
- เมื่อคำเอ้ยอาศัยอยู่จริงในประเทศไทยในปัจจุบัน คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทยโดยหลักดินแดนภายหลังการเกิด
…………………………….
จุดเกาะเกี่ยวระหว่างคำเอ้ยกับประเทศพม่า
…………………………….
- เมื่อคำเอ้ยเกิดในประเทศพม่า คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิดโดยหลักดินแดนกับประเทศพม่า
- แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อฟังว่า มารดามีสถานะเป็นคนสัญชาติพม่า ย่อมเป็นคนในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐพม่าโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา
- ในปัจจุบัน คำเอ้ยไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศพม่าโดยหลักดินแดนเพราะไม่ได้อาศัยอยู่จริงในประเทศพม่า
…………………………….
สถานะบุคคลของคำเอ้ยตามกฎหมายพม่าว่าด้วยสัญชาติพม่า
…………………………….
- เราอาจชี้ได้ชัดเจนว่า คำเอ้ยอาจมีสิทธิในสัญชาติพม่าโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิต เพราะเมื่อมารดามีสถานะเป็นคนสัญชาติพม่า และเป็นคนในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐพม่าโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา
- เมื่อคำเอ้ยเกิดในประเทศพม่า เราก็ต้องชี้ว่า คำเอ้ยมีสัญชาติพม่าโดยหลักดินแดน
- เรายังไม่ทราบว่า บุพการีของคำเอ้ยได้เพิ่มชื่อของคำเอ้ยในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า ข้อเท็จจริงนี้ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องสืบค้นต่อไป
…………………………….
สถานะบุคคลของคำเอ้ยตามกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติไทย
…………………………….
- เราชี้ได้ชัดเจนว่า คำเอ้ยไม่มีสัญชาติไทยโดยการเกิดอย่างแน่นอน เพราะคำเอ้ยมิได้เกิดในประเทศไทยและบุพการีก็ไม่มีสัญชาติไทยหรือเป็นคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยถาวรในไทย
- แต่ภายหลังการเกิด คำเอ้ยก็อาจร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยภายหลังการเกิด ซึ่งอาจจะเป็นสัญชาติไทยโดยการสมรส หากมีคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทย หรืออาจจะเป็นสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ หากคำเอ้ยแสดงให้ประจักษ์ถึงความกลมกลืนระหว่างคำเอ้ยและประเทศไทย
…………………………….
สถานะบุคคลตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง
…………………………….
- เราไม่ทราบว่า มารดาของคำเอ้ยมีสิทธิอาศัยชั่วคราว เนื่องจากเราไม่ทราบว่า นวลได้ร้องขอทำใบอนุญาตทำงานหรือไม่ ?
- หากเราฟังข้อเท็จจริงได้ว่า นวลมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว เราก็ต้องชี้ว่า นวลย่อมมีสิทธิอาศัยชั่วคราว และมีสถานะเป็นแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแรงงานอย่างถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดระบบแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ความเป็นคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวของมารดาไม่อาจขยายถึงสิทธิอาศัยตามกฎหมายคนเข้าเมืองของคำเอ้ย ซึ่งมีสถานะเป็น “ผู้ติดตามแรงงาน”
- แต่แม้จะฟังข้อเท็จจริงว่า นวลไม่มีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว เราก็ต้องชี้ว่า นวลย่อมไม่มีสิทธิอาศัยชั่วคราว และไม่มีสถานะเป็นแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแรงงานอย่างถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ในสถานการณ์นี้ ทั้งนวลและคำเอ้ยก็มีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายคนเข้าเมืองโดยสิ้นเชิง
- ขอให้สังเกตในประการแรกว่า สถานะของทั้งนวลและคำเอ้ยใน ท.ร.๓๘/๑ มีลักษณะเป็น “สถานะตามกฎหมายทะเบียนราษฎร” เท่านั้น มิใช่สถานะตามกฎหมายคนเข้าเมือง
- ที่อยู่ของสถานะบุคคลของคำเอ้ยและบุพการี ก็คือ ทะเบียนประวัติ มิใช่ทะเบียนบ้าน
- ขอให้สังเกตในประการที่สองว่า เมื่อคำเอ้ยได้รับการสำรวจเป็น “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร” ประเภท “บุคคลในสถานศึกษาไทย” ภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘
- สถานะบุคคลนี้ของคำเอ้ยก็เป็นเพียง “สถานะตามกฎหมายทะเบียนราษฎร” มิใช่สถานะตามกฎหมายคนเข้าเมืองเช่นกัน เพราะเรายังไม่เห็นมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สิทธิเข้าเมืองหรืออาศัยของบุคคลในสถานศึกษาไทย ซึ่งควรจะมี แต่ก็ยังไม่มีออกมาสักที
…………………………….
ประเด็นการพิสูจน์สัญชาติพม่า
…………………………….
- จะต้องตระหนักว่า ในอนาคต บุพการีของคำเอ้ยจะได้รับการเปลี่ยนจาก “คนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย” เป็น “คนต่างด้าวที่เข้าเมืองไทยอย่างถูกกฎหมาย” หากกระบวนการพิสูจน์สัญชาติพม่าได้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๖
- จึงคาดว่า กระบวนการพิสูจน์สัญชาตินี้ย่อมส่งผลต่อคำเอ้ยอีกด้วย ซึ่งการพิสูจน์สัญชาติพม่านี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อนวล เพราะนวลได้รับการยอมรับจากรัฐบาลพม่าแล้ว จนออกบัตรประชาชนพม่าให้ถือไว้ ดังนั้น เอกสารแสดงสัมพันธภาพระหว่างนวลและคำเอ้ยย่อมจะทำให้การพิสูจน์สัญชาติพม่าของคำเอ้ยสำเร็จลงได้
…………………………….
เหตุผลที่ครอบครัวของคำเอ้ยละทิ้งประเทศพม่าเพื่ออพยพเข้ามาในประเทศไทย
…………………………….
- นวลมารดาของคำเอ้ยกล่าวว่า “ถามความทุกข์ความสุขต่างกันอย่างไร ระหว่างไทยกับพม่า นั้น การอยู่ประเทศไทยมีความสุขมากถ้าเราขยันทำงาน เงินก็เป็นของเรา อยู่ประเทศพม่าขยันทำงานแทบตายก็ไม่พอเลี้ยงครอบครัว”
....................................
โปรดอ่านตอนต่อไปใน
กรณีศึกษานางสาวคำเอ้ย นายใส่ (ตอนที่ ๒)
: เธอไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริงมิใช่หรือ ? ความเป็นคนสัญชาติพม่าเอื้อสุขได้จริงหรือ ?
http://gotoknow.org/blog/archanwell-and-maeai-study/255474
โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
งานเขียนเพื่อโครงการ “คลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล) อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย พายัพ และ Unicef
เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒
อาจารย์แก้ไขเลข 13 หลัก ด้วยค่า :-)