นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และสร้างเสริมทัศนคติที่ดีแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรไปในตัวด้วย

 

จากบันทึกที่แล้ว (สำรวจพื้นที่ของานทำเพื่อจิตอาสากับวัดป่าสีวลีหนองกระชาย : http://gotoknow.org/blog/attawutc/390064) ที่ผมได้เล่าถึงการไปสำรวจพื้นที่ เพื่อทำกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ สำหรับหลักสูตรพี่เลี้ยงพนักงานขับรถไฟฟ้า ด้วยกิจกรรมจิตอาสา บันทึกนี้จึงเป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากบันทึกที่แล้ว ที่ผมจะเล่าถึงบรรยากาศการทำกิจกรรมดังกล่าว ดังต่อไปนี้ครับ

 

 

ตามกำหนดการทำกิจกรรมจิตอาสานี้คือ วันที่ 3 กันยายน 2553 ซึ่งเราได้วางแผนไว้ว่าจะมาช่วยกันเทพื้นปูน ให้กับศาลารับแขกของวัด ตัวผมเองเดินทางมาถึงที่วัดประมาณ แปดนาฬิกาเศษๆ เมื่อเดินทางมาถึงก็พบว่าทางวัดได้เตรียมอาหารไว้ให้พวกเราไว้แล้วคือ ข้าวต้มนั่นเอง ผมก็ไม่ขัดศรัทธา ตุนพลังงานไว้ก่อน ซักพักใหญ่ๆ ทีมผู้เข้าอบรมหลักก็เดินทางมาถึง พบปะทักทายเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตุนพลังงานไว้ก่อนเช่นกัน หลังจากนั้นก็มาวางแผนแบ่งทีมทำงานกัน นอกจากเราจะมีงานหลักในการเทปูนแล้ว ยังมีงานทำความสะอาดศาลาปฏิบัติธรรม และช่วยเหลืองานครัวด้วย แต่กำลังหลักเราจะอยู่ที่งานเทปูน หลังจากที่เริ่มเทปูนไปได้ซักครู่หลวงพ่อก็ถามว่ามีใครเป็นงานไฟฟ้าบ้าง ผมก็พอเป็นบ้าง ก็ได้รับอาสาร่วมกับหัวหน้าห้องของผู้เข้าอบรมช่วยกันเดินสายไฟติดพัดลม ปลั๊กไฟและหลอดไฟให้ด้วย

 

 

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ร่วมกับพนักงานจากกิจรรมในช่วงเช้า คือ การร่วมมือร่วมใจกันทำงาน แบ่งหน้าที่ช่วยเหลือ จัดระบบงานอย่างอัตโนมัติ ที่เห็นได้ชัดอย่างเป็นรูปธรรมคือ งานก่อสร้างผสมปูน เพิ่งได้รู้สูตรการผสมปูนว่าถ้าใช้สำหรับงานนี้จะใช้ส่วนผสมของทรายในปริมาณ 24 พลั่ว และหิน 4 บุ้งกี๋ (16 พลั่ว) ต่อปูน 1 ถุง ซึ่งการผสมปูนจะเริ่มจากนำทรายและปูนมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ผสมน้ำให้ชุ่มแล้วหมักบ่มปูนไว้สักครู่ เพื่อให้เข้าน้ำเข้าเนื้อ พร้อมกับใส่หินลงไป จึงจะนำไปใช้งานได้ พื้นที่ในการเทปูนคาดว่ากะด้วยสายตาแล้วคิดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงเดียวก็เสร็จ แต่พอมาลองทำจริง ก็ใช้เวลาไปจนถึงเที่ยงกว่าๆ จึงจะเสร็จ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเราเทหนาเกินไปก็ได้ วันนั้นเราใช้ปูนไป 10 ถุง พอดี ผมได้อยู่ช่วยเทปูนถึงการผสมในถุงที่ 3 ก็ต้องมาช่วยงานไฟฟ้า ซึ่งก็ได้แค่เตรียมจุดต่อ ลากสาย เตรียมประกอบ พัดลม สวิตช์ และปลั๊กไฟ เท่านั้น ก็หมดเวลาแล้ว โชคดีที่มีทีมงานของบริษัทซึ่งเป็นหัวหน้างานของผู้เข้าอบรม เดินทางมาสมทบในช่วงเที่ยง จึงได้ช่วยสานต่องานต่อสายไฟจนเสร็จ เพราะช่วงบ่ายผมต้องไปทำหน้าที่วิทยากรสรุปกิจกรรมร่วมกับผู้เข้าอบรมด้วย

 

 

 

ช่วงพักอาหารกลางวันทางวัดได้เตรียมก๋วยเตี๋ยวไก่ ปอเปี๊ยะทอดไว้รอ ซึ่งก็อร่อยเป็นพิเศษ เพราะแต่ละคนก็เหน็ดเหนื่อยมาจากการแรงงานอย่างถ้วนหน้า ที่พิเศษคือ หอยหอมนึ่ง จิ้มกับน้ำจิ้ม See Food รสจัด ที่ผมได้เล่าไปเมื่อบันทึกที่แล้ว มาครั้งนี้ก็เป็นลาภปากของพวกเราที่ทางวัดได้เตรียมไว้ถึง 2 กาละมังใหญ่ๆ เลยทีเดียว เพราะหอยชนิดนี้จะออกมามากหลังฝนตกใหม่ๆ ซึ่งคืนก่อนหน้านั้นฝนได้เทลงมาอย่างหนัก ทำให้เก็บหอยได้มากตามไปด้วย

 

 

หลังจากอิ่มกับเมนูสุดประทับใจแล้ว เราก็เริ่มกิจกรรมภาคบ่ายต่อ ซึ่งก็เป็นการสรุปกิจกรรมที่ได้ทำไปในช่วงเช้า โดยให้ผู้เข้าอบรมช่วยกันคิดและช่วยกันเขียนความรู้สึกสิ่งที่ได้จากการทำกิจกรรมต่างๆ และการนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานให้เชื่อมโยงไปยังเนื้อหาหลัก 4 เรื่องดังนี้ คือ การบริหารจัดการ การทำงานเป็นทีม การให้บริการ และความปลอดภัย หลังจากนั้นเราก็นั่งล้อมวงคุยกัน โดยมีผมเป็นคนคอยถามกระตุ้น ชี้แนะและเชื่อมโยงเนื้อหา หลังจากนั้น ก็เป็นกิจกรรม Build อารมณ์ กับครูเศกและครูจุ๋ม ตามขั้นตอนวิธีการเดียวกันกับที่เราได้เคยใช้กับพนักงานรุ่นที่แล้ว (รายละเอียดดูที่ “กิจกรรมจิตอาสา “ขัดบ่อเต่า” กับงานปัจฉิมนิเทศหลักสูตรพี่เลี้ยงพนักงานขับรถไฟฟ้า”  : http://gotoknow.org/blog/attawutc/382005 )  

 

 

จบกิจกรรมของเราก็ต่อด้วยกิจกรรมที่ทำร่วมกับทางวัด ซึ่งเป็นการถวายปัจจัยพร้อมทั้งอาหารสิ่งของใช้สอยตามกำลังศรัทธาของแต่ละคนในรูปแบบของการถวายสังทาน วันนั้นเรารวบรวมเงินที่ได้จากการเรี่ยไรและต่อยอดเป็นจำนวนเงินถึง 4,200 บาท รวมกับที่บริษัทช่วยสมทบจากงบกลาง 2,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,200 บาท

 

 

 

ก่อนกลับท่านพระอาจารย์ยังได้แจกวัตถุมงคลเป็นที่ระลึกแก่พวกเราอีกด้วย ประกอบไปด้วย พระรูปพิมพ์ พระสิวลี รูปพิมพ์สมเด็จ ของวัดสีวลี หนองกระชายเอง ยันต์เก้ายอดสำหรับคนที่ขับรถยนต์ ที่เชื่อว่ามีไว้บูชาแล้ว ไม่มีตายโหงแน่นอน ผ้ายันต์รูปพระสิวลี และรูปพระสังข์ ตามความเชื่อของตัวแทนแห่งโชคลาภ และที่สำคัญเราได้รับแจกพระยอดขุนพล ที่ได้รับการปลุกเสกจากเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่าน และเคยได้รับการพิสูจน์จากสมรภูมิภาคใต้มาแล้วว่า แม้แต่ปืนเอ็ม 16 ก็ยังยิงไม่ออก ทุกนัดที่ยิงออกมาติดคาลำกล้องหมด วันนั้นเรากลับบ้านด้วยใบหน้าอิ่มบุญ อิ่มท้อง กันถ้วนหน้า โอกาสหน้าน่าจะมาเยี่ยมเยียมที่นี่อีก ที่วัดยังมีงานให้ทำและยินดีต้อนรับตลอดเวลา ซึ่งผมก็ได้ข่าวว่า ทีมของพนักงานขับรถไฟฟ้าอีกชุดก็จะมาช่วยกันในลักษณะนี้อีกประมาณเดือนตุลาคมนี้

  

 

กิจกรรมที่ผมได้เล่ามาทั้งหมด นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกอบรมแล้ว ผมคิดว่ายังเป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรไปในตัวด้วย ที่สำคัญทำให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีและมีความเต็มใจที่จะทุ่มเททำงานให้แก่องค์กรอย่างตั้งใจ ส่วนตัวผมเองก็ได้เรียนรู้ร่วมกับผู้เข้าอบรมด้วย