เมื่อต้นเดือนนี้ ผมมีโอกาสเดินทางไปภูเก็ต ในฐานะที่ปรึกษาส่วนราชการแห่งหนึ่ง (ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแปลว่าอะไร) แต่ว่ามีหน้าที่ช่วยให้แง่คิดมุมมองกับผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งส่วนราชการนั้นพยายามผลักดันให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน
แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับมีค่ามากกว่า เวลาและความเหนื่อยยากที่เสียไป ได้เห็นกรณีศึกษาแปลกๆ จากผู้ประกอบการใหม่ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับที่ปรึกษาท่านอื่นๆ ซึ่งมากไปด้วยประสบการณ์ เห็นความสำเร็จและเหตุแห่งความสำเร็จ ตลอดจนวิธีการต่างๆ มากมาย
คำถามซึ่งสะใจที่สุดในการเดินทางครั้งนี้คือคำถามที่ว่า คำถามคืออะไร -- ที่จริงผมก็เป็นคนถามเองแหละ สงสารคนฟังเหมือนกัน เขาคงอยากได้คำแนะนำชัดๆ ให้ฟันธงไปเลยว่าจะต้องทำอะไรแล้วจึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งความต้องการนี้ผมคิดว่าไม่สมเหตุผล (บันทึกเก่า: ที่ปรึกษา)
ถ้าไม่รู้ว่าคำถามคืออะไร ความพยายามแก้ไขก็จะไม่ตรงจุด เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แก้แล้วแก้อีก ไม่จบสิ้นเสียที
แล้วยังมีอีกจุดหนึ่งซึ่งย้ำไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าผู้ฟังจะเข้าใจหรือไม่ ว่าหลังสมุทัย ยังมีนิโรธ และมรรค (บันทึกเก่า: ความกล้าหาญของผู้จัดการ KM กับ อริยสัจสี่ มีอะไรที่เหมือนกัน?)
การตั้งคำถามที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่คำตอบที่ถูกต้อง แต่คำตอบที่ถูกต้องกลับไม่ใช่เป้าหมาย การแก้ไขปัญหาต่างหาก เป็นสิ่งที่ธุรกิจที่มีปัญหาต้องทำ
ผมไม่ได้มีโอกาสไปดูรอบๆ เกาะหรือตามแหล่งท่องเที่ยวหรอกครับ จึงไม่อาจตอบได้ด้วยสิ่งที่ได้เห็นมา มีแต่ข้อสังเกต+ข้อมูลเสริมดังนี้ครับ
ขอโทษที่ไม่อาจช่วยได้มากครับ
สวัสดีครับ
ถ้าจะช่วยได้ เรียนเชิญตรงนี้เลยครับ อ่านยากหน่อยและยาวมาก แต่เริ่มได้รับความสนใจจากหลายประเทศแล้วครับ
โอ จะเช้าแล้วยังไม่ยอมนอนอีก ไม่สงสารคนแก่เลย
ผมคิดว่าเมืองไทยมีคนเก่ง มีคนที่มีน้ำใจอยู่มากเพียงแต่ไม่ค่อยมีโอกาส
ผมเป็นกระจกครับ สิ่งที่คุณสมพรเห็นว่าเป็นผม คงจะเป็นเงาของตัวเองเสียมากกว่า แต่ไม่ว่าผมจะเป็นใครหรือเป็นอะไร เรียก Conductor รับรองไม่ผิดตัวแน่ครับ
สิ่งแวดล้อมสำคัญครับ ป่าสำคัญ น้ำ+อากาศ+พลังงานก็สำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือคนต้องอยู่ได้ เพราะว่าไม่อย่างนั้น สิ่งใดๆ ที่เราทำ ก็จะไม่มีความหมายเลย
กลับมาสู่บันทึก คำถามคืออะไร ครับ คำตอบคืออะไร แล้วจะต้องทำอะไร(บ้าง)
"....ข้อมูลผมมีไม่พอ ... คุณต้องถามให้ถูก "
I-Robot
คุณสมพร: เขียนบล๊อกใหม่เลยดีไหมครับ Being a boss นี้เป็นเรื่องแง่คิดของการบริหารจัดการ แล้วบางทีท่านผู้อ่าน อาจมีความรู้ ความชำนาญ และความสนใจที่แตกต่างออกไป
เรื่องนี้คิดไปลึกๆ แล้ว เป็นเรื่องผลประโยชน์ร่วมกันของทุกคน ใครๆ ก็น่าจะมีส่วนร่วมได้ แต่ถ้าหากเปิดบันทึกในบล๊อกที่ตรงกับกลุ่มผู้อ่าน คุณภาพ และความลุ่มลึกของความเห็นก็จะดีขึ้น ผู้อ่านท่านอื่นๆ ก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นครับ
สำหรับ SiTProS หากต่อยอดทำเป็น monochart ที่มีตัวแปรเป็น ตำแหน่งของแผ่นดินไหว/ความแรง/ความลึก แล้วคำนวณเวลาที่คลื่นจะเคลื่อนที่เข้าสู่ฝั่ง เราก็จะประมาณเวลาที่เหลืออยู่ที่จะอพยพประชาชนได้นะครับ -- หากมี monochart เมื่อได้รับการยืนยัน moment tensor solution เราก็จะได้เส้นตายที่จะต้องอพยพคนขึ้นสู่ที่ปลอดภัยให้ทัน ในกรณีที่สงสัยว่าจะเกิดสึนามิ -- แล้วหา Etopo1 ของอันดามันไม่เจอครับ อ้อ ถ้าเติมตำแหน่ง DART bouy ในอันดามันลงไปได้ก็จะดีครับ
อาจารย์ชล: บางทีเราควรลดข้อสอบปรนัยลงบ้างนะครับ (ผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ผิด คือสร้างความรู้สึกภูมิใจกับการมั่วถูก หรือความรู้สึกว่ามั่วได้) -- หากตั้งคำถามได้ดี ก็จะได้อีกสองทักษะเป็นของแถมคือความเป็นคนช่างสังเกต กับการจับประเด็น
เขียน blog ใหม่เรื่องสึนามิ อย่าลืมมาตามไปแจมนะคะ ตะกี้ก็เพิ่งดู Violent Earth มีการคาดการสึนามิที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยค่ะ