ย้ำอีกที ว่าความเห็นในบันทึกชุดนี้เป็นความเห็นส่วนตัว    ไม่เกี่ยวข้องกับหมวกใบใดๆ ของผม    และไม่รับรองว่าถูกต้อง 

 

          ผมเป็นคนชอบจัดการคุณภาพแบบร่วมมือ และเปิดเผยให้รู้กันทั่วประเทศ    ไม่ชอบวิธีควบคุมและรู้กันเฉพาะในกลุ่มผู้มีอำนาจ และผู้มีความรู้ทางวิชาการ   วิธีการของผมน่าจะเรียกว่า แนวทางจัดการคุณภาพระดับประเทศโดยใช้ความรู้นำ    ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวทางควบคุมโดยใช้อำนาจนำ ที่ใช้กันในขณะนี้

 

          แนวทางจัดการโดยใช้ความรู้นำ ก็ยังต้องมีกรอบกว้างๆ ให้ยึดถือปฏิบัติ    แล้วให้ความเป็นอิสระของแต่ละมหาวิทยาลัยในการดำเนินการ

 

          คือจริงๆ แล้ว ต้องจัดการคุณภาพโดยใช้ทั้ง ๒ แนวทางประกอบกัน   ใช้ให้มัน synergy กัน

 

          ความรู้ที่ใช้ในการจัดการคุณภาพแบบมีส่วนร่วมทั้งสังคม มี ๒ ส่วน

 

๑.  ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่นำไปสู่คุณภาพที่ต้องการ    ดังตัวอย่างในบันทึกที่ ๑ – ๓ ของชุดนี้

๒.  ความรู้ ว่าหลักสูตรปริญญาเอกที่เปิดสอนในประเทศไทยนั้น หลักสูตรใดมีคุณภาพระดับไหน ตามเกณฑ์ในข้อ ๑   ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีประกาศ Thailand Doctoral Program Rating ออกมาให้สังคมรับรู้    โดยที่หลักสูตรใดจะไม่เข้าร่วมการจัด rating นี้ก็ได้  

 

          นี่คือ วิธีจัดการคุณภาพของหลักสูตร แบบใช้ “การวิจัยระบบ” เป็นเครื่องมือ    หรือกล่าวให้แคบเข้ามา เป็นการจัดการโดยใช้ quality rating เป็นเครื่องมือ   ผสมผสานกับแนวคิดแบบสร้างความเปิดเผยโปร่งใสในสังคม

 

          จะทำ quality rating ได้ ก็ต้องมีเกณฑ์คุณภาพ

 

          จะมีเกณฑ์คุณภาพที่ดีได้ ก็ต้องมีการทำวิจัยค้นคว้า ว่าประเทศต่างๆ เขามีเกณฑ์อย่างไร    ขณะนี้ในวงการวิชาการไทยใช้เกณฑ์อะไร    และต้องมีการปรึกษาหารือกับผู้รับผิดชอบแต่ละหลักสูตร    ก็จะเกิดแรงกระเพื่อมในเรื่องคุณภาพของบัณฑิตศึกษาระดับ ป. เอก ทั้งประเทศ

 

          ผมเชื่อในการมีหลักสูตร ป. เอก หลายกลุ่ม    แต่ละกลุ่มมีเกณฑ์คุณภาพของตนเอง   โดยผมคิดว่า   ควรมี ป. เอก อย่างน้อย ๒ กลุ่ม คือกลุ่มเน้นสร้างความรู้ ทำวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์แนว Knowledge Creation   กับกลุ่มเน้นประยุกต์ใช้ความรู้ ทำวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์แนว Knowledge Translation 
 
          ตัวกระบวนการข้างบน ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของความเอาใจใส่คุณภาพของ ป. เอก แต่ละกลุ่ม 

 

          วงจรนี้ควรเป็นวงจร ๕ ปี   และมีการวิจัยวัดผลด้วย ว่า rating system มีผลต่อการปรับตัว ยกระดับคุณภาพของ ป. เอก อย่างไรบ้าง

 

          และกรอบกว้างๆ ที่กำหนดให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ถือปฏิบัติ ก็จะต้องปรับทุกๆ ๕ ปี เช่นเดียวกัน

 

          การดำเนินการจัดการคุณภาพนี้ จะช่วยให้ นศ. ป. เอก ไม่ถูกเอาเปรียบจากหลักสูตรแบบธุรกิจ  

 

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๐ ม.ค. ๕๓
    
 ตอนที่ ๑     ตอนที่ ๒     ตอนที่ ๓