"โยมเอก อาตมามีข่าวบุญมาฝาก"

"งานนี้มีหลวงพ่อใหญ่ท่านมาด้วย อยากให้โยมเอกมา และบอกโยมเพื่อนๆมาด้วยมากๆนะ"

พระสุญฺญตาที่เป็นพระเพื่อน สมัยที่ยังเป็นฆราวาส ส่งข่าวแจ้งทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับงานกฐินที่วัดแถวๆปทุมธานี [แผนที่] และมีทอดกฐินต่อที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ท่านได้ชวนผมเข้าร่วมงานกฐินดังกล่าว และบอกอีกว่าให้ไปที่ อ.วังน้ำเขียว ด้วย ท่านกรุณาได้จัดรถไว้ให้ผมพร้อมสรรพ์แล้ว

งานผมจัดการไม่ลงตัว ที่ปทุมธานี ไปได้แน่นอนเพราะไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ อีกทั้งเป็นวันหยุดก็ถือได้ว่าเป็นโอกาสเหมาะเจาะมาก

สิ้นสุดการสนทนา ผมคิดถึงเพื่อนอีกสองท่านคือ กบ ข้ามสีทันดร     และเพื่อนdirect  จึงรีบติดต่อทั้งสองคนบอกข่าวดีนี้

ท่าน  สุญฺญตา ได้ส่งแผนที่ พร้อมกับภาพวัดมาให้ชม ดูจากภาพสวยดีและดูเงียบสงบ ต้นไม้เยอะ บรรยากาศดีแบบนี้ ต้องแบกกล้องไปด้วย

วัดที่ว่านี้คือวัด ทับทิมแดงวิการาม เป็นวัดป่า วัดปฎิบัติสายกรรมฐาน สาขาวัดแพร่ธรรมาราม ของพระอาจารย์กัญหา สุกาโม (หลวงพ่อใหญ่)วัดนี้ตั้งอยู่ที่คลองหลวง คลองสอง ปทุมธานี ปฏิปทาและวัตรปฏิบัติเคร่งครัด มีท่านพุทธบริษัทแจ้งไว้เป็นข้อมูลครับ

หลวงพ่อใหญ่ ที่ผมเขียนถึงท่านในย่อหน้าด้านบนนี้ ผมเคยได้ใกล้ชิดท่านครั้งอยู่ที่เชียงใหม่ ได้ปรนนิบัติ นวดขา พัดวี ให้ท่าน ในช่วงเวลาสั้นๆแต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจมาก

ครั้งนี้จะได้มีโอกาสพบท่านอีกที่วัดป่าฯ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นธรรมะจัดสรรสำหรับผมมากๆ

ผมนัดกบไว้เช้าวันที่ ๑ พ.ย. ที่ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เพราะเลยจากตรงนั้นผมก็ไม่ค่อยรู้ที่ทาง ผมไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย หากาแฟและเบเกอรี่ทานรองท้องไปก่อน ก่อนที่กบจะมาพบ ส่วนดิเรกนั้นไม่ว่างเสียเเล้ว...ไม่เป็นไร ผมเอาบุญไปฝากเพื่อนก็แล้วกัน

กบซื้อของซึ่งทั้งหมดเป็น"น้ำปานะ" เพื่อจะนำไปถวายพระ หลวงพ่อใหญ่ และท่านจอห์นสุญฺญตา   เสร็จแล้วเราเดินทางต่อโดยรถตู้ ปลายทางคลองสอง ไม่ไกลจากจุดขึ้นรถ ก็เห็นป้ายวัดทับทิมแดง แต่เราต้องเข้าไปอีก ๗ กิโลเมตร แน่นอนว่าเราต้องลงรถตู้แล้วหา taxi เดินทางต่อ ...วันนี้รถติดมากเพราะมีเทศกาลแข่งเรือพายชิงถ้วยพระราชทาน รวมถึงเปิดตลาดน้ำคลองรังสิต บรรยากาศคึกคักทีเดียว ผมมองผ่านกระจกรถด้วยตาละห้อย ชะรอยกบคงจะทราบ "ความต้องการ" ของผมที่ลูบๆคลำๆกล้องที่นำติดตัวมา  ฝากไว้ก่อนเถอะเสร็จงานกฐินจะต้องมาสัมผัสบรรยากาศตลาดน้ำให้ได้

จากปากทางไปวัดทับทิมแดง ใช้เวลาครู่เดียว โดยรถ taxi แต่คนขับบอกว่าไม่สามารถเข้าไปถึงข้างในได้ เพราะรถเยอะ ให้เราเดินเข้าไป เลยตกลงจอดหน้าวัด เดินเข้าไปไกลพอสมควร แดดก็แรงได้ใจดี เดินไป คุยไปกับกบ ระยะทางที่ไกลก็ใกล้นิดเดียว...

Dscf0971

คนเยอะมากครับ ทั้งรถ ทั้งคน ยังเปรียบกับกบว่าการชุมชนของผู้คนที่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน อารมณ์ของงานไม่เหมือนกัน ที่นี่สัมผัสได้ถึงความชื่นมื่น ยิ้มแย้ม ปฏิยัมพันธ์กับคนแปลกหน้าอ่อนโยน สุภาพยิ่งนัก ..มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกผมว่า "คนดีมักพบกันที่วัด" เชื่อได้อย่างหนึ่งว่าคนดีๆมารวมตัวกันทำกิจกรรมบุญ คนที่เราสัมผัสเขาที่นี่ เขามีทุนระดับหนึ่งที่เราต่างก็มีประสงค์เดียวกัน

Dscf0961

Dscf0972

บู้ธ (ขอใช้คำนี้) เรียงรายตั้งแต่ปากทางดูสะอาดเรียบร้อย ทั้งขนม ผลไม้ ของคาว หวาน ที่ผู้มาทำบุญนำมาบริการแก่ผู้มาร่วมงานเป็นทาน เป็นไปด้วยความสะอาดเรียบร้อย ผู้ที่ดูแลอาหารต่างก็แย้มยิ้ม 

Dscf0977

เราทั้งสองเดินแทรกฝูงชนเข้าไปใกล้ศาลาทอดกฐินมากที่สุด เรียกว่าใกล้หลวงพ่อใหญ่มากที่สุด ...ชมบรรยากาศที่อิ่มตา พร้อมกับแอบกดชัตเตอร์เป็นระยะๆ หลวงพ่อใหญ่ท่านดูอิ่มเอิบ เมตตาท่ามกลางศิษยานุศิษย์ที่รุมล้อม

Dscf0967

ผู้มีจิตศรัทธา ถวายผ้ากฐินทั้งหมดกว่า ๒๘ ชุด หมายถึงชุดหนึ่งมีผู้ถวายเกือยร้อยท่านถวายทั้งหมด ๒๘ ครั้ง เบียดเสียดแต่เป็นระเบียบเรียบร้อยดี ผมกับกบ ก็นั่งสาธุ อนุโมทนา กับทุกท่านทุกครั้งที่มีการถวาย...

 

มองหาท่าน สุญฺญตา ไม่เจอ จึงปรึกษากับกบว่า ให้รอจนหมดการถวายผ้ากฐิน ค่อยสอบถามว่า ท่าน อยู่ไหน แล้วค่อยไปเจอ  กบก็บอกว่าอยากเจอ อยากกราบท่าน มีเวลาและอยู่ได้ไม่มีปัญหา

ช่วงที่มีการถวายผ้ากฐิน ระหว่างพระ กับพระ และ รับศีล ฟังธรรม เป็นช่วงเวลาที่ดูศักดิ์สิทธิ์มาก เสียงพระท่านฟังแล้วเยือกเย็น กึกก้องกังวาน ผมนั่งหลับตาจิตสงบเป็นสมาธิ รู้สึกปลอดโปร่งมาก...

แว่วเสียงของคุณกบ บอกผมอยู่ข้างหลังว่า ขอบคุณมากที่บอกบุญนี้มายังเขา...ผมยิ่งรู้สึกดีว่าเพื่อนที่มาด้วยเขาก็รู้สึกมีความสุขเช่นเดียวกับเรา

เสร็จงานแล้ว ผมเดินเข้าไปสอบถามถึงพระ สุญฺญตา  ที่พระคุณเจ้ารูปหนึ่ง ท่านบอกให้รอแล้วจะไปแจ้งท่าน ให้รอสักครู่เราก็ได้พบกับพระ สุญฺญตา  

ท่านสุญฺญตาได้เชิญ ผมกับกบ ขึ้นกุฏิหลวงพ่อ ที่สามารถขึ้นไปได้เฉพาะลูกศิษย์ ไปนั่งสนทนากันด้านบน ท่านได้มอบหนังสือธรรมะ พวงมาลัย โอสถ และอาหาร ให้ผมกับกบคนละชุด...หลังจากนั้นท่าน สุญฺญตา ได้พาพวกเราเดินเที่ยวชมพื้นที่วัดทางด้านหลังวัดที่เป็นป่าครึ้มดูสงบ เป็นบ้านของ ดร.พิสิฐ วรอุไร พี่ชายของ ดร.สนอง วรอุไร ที่หลวงพ่อใหญ่ท่านเมตตาสร้างเป็นกุฏิเล็กๆหลังวัดให้ สอบถามได้ความว่า ท่าน ดร.พิสิฐ ท่านได้มอบที่ดินให้แก่วัดทั้งที่ จ.แพร่ และเชียงใหม่ หมดแล้วหลวงพ่อจึงได้สร้างบ้านหลังเล็กๆให้พักอาศัยในพื้นที่วัดดังกล่าว...ขออนุโมทนา สาธุ ด้วย

Dscf0982 Dscf0960

หลังจากเดินชมก็ได้เวลากลับ เพราะท่านสุญฺญตา ก็จะเดินทางต่อไปยังนครราชสีมาต่อเช่นกัน

 

Dscf0987

เดินอ้อมมาทางหน้าวัด พื้นที่เคยเบียดเสียดด้วยผู้คนก็ไม่ค่อยมีผู้คนแล้ว มีเพียงแต่ญาติโยมที่ปัดกวาดทำความดี กันอย่างแข็งขัน พื้นที่วัดสะอาดเรียบร้อยภายในพริบตา...ขออนุโมทนาด้วยอีกครั้ง

Dscf0995

เราได้ลาท่าน  สุญฺญตา  กลับ พร้อมรถสองแถวที่เขียนข้างรถว่า "รถรับส่งงานกฐิน" ที่ส่งพวกเราหน้าปากซอย คนขับยิ้มแย้มด้วยไมตรี คนนั่งในรถก็ทักทายด้วยโอภาปราศัย...คนดีๆที่ผมได้เจอ ขอบคุณวันเวลาที่ดีวันนี้ครับ

ตกลงกันว่าเราจะไปทานข้าว ถ่ายรูปที่คลอง ๒ ยืนรอรถเพื่อจะไปที่ตลาดน้ำคลองรังสิต

เหตุการณ์ภาคต่อ อ่านได้จาก    ตลาดน้ำคลองรังสิต 

    .....

"คลองสองรถติดจริงๆเลยครับ" คนขับ Taxi บอกให้ผมกับ กบ(ข้ามสีทันดร) เมื่อเราสองคนโบกรถหลังจากเสร็จงานกฐิน คำบอกเล่าลอยๆของคนขับ หมายถึง "การปฏิเสธ..." เรารอรถคันต่อไป แต่ กบ เปลี่ยนใจแล้วว่าไปอีกเส้นทางดีกว่า ไปทานข้าวที่ฟิวเจอร์ ปาร์ค เลย ผมตอบตกลง แต่ในใจแอบเสียดายเล็กๆ เพราะแถวคลองส... มีต่อ »