ชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุ 40 น่ะ ล้าสมัยแล้ว ไม่มีใครรู้ลิขิตแห่งฟ้า วันนี้ยังไม่สายที่เราจะวางแผนการออม ลองวางแผนไปด้วยกันไหมคะ อย่าเครียดค่ะ เรื่องการเงินสำคัญและจำเป็นสำหรับชีวิตมากที่สุดอย่างหนึ่งค่ะ เราควรวางแผนชีวิตไว้ตั้งแต่อายุเท่าใด จึงจะอยู่อย่างสบายพอสมควรเมื่อเราอายุ 60 ปี
คำตอบสำหรับผู้มีความรอบคอบสูงคือ ตั้งแต่เมื่ออายุได้ 20 ปีเศษถึง 30 ปี คือเมื่อจบการศึกษาเลย ไม่ใช่มาวางแผนเมื่อ อีก 5 ปี จะเกษียณ ก็ไม่ทันการแล้วค่ะ มีอีกหลายคนมากที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย คิดแต่จะใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงเมื่อตอนทำมาหาคล่อง และหวังว่าลูกๆหลานๆ คงจะเลี้ยงเราได้ตอนแก่
ตอนนี้ ศตวรรษที่ 21นี้ ไม่ง่ายแล้วค่ะ การเปลี่ยนแปลงมีมากจนเราตามไม่ทัน เศรษฐกิจเดี๋ยวดี เดี๋ยวไม่ดี เร็วๆนี้ 4 มิ.ย. 50 มีการประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีแนวโน้มขยายตัวไม่เกิน4-4.5% ลดลงจากประมาณการเดิม 4-5% สถานการณ์การขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาภาคใต้ ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้สถานการณ์อาจพลิกผันได้เสมอ
ทางภาคธุรกิจเอง เพื่อความอยู่รอด สิ่งที่ง่ายที่สุดคือ การลดพนักงานลง ส่วนรัฐวิสาหกิจ อาจพยายามให้มีการ early retirement plan ตามความจำเป็น
เป็นเรื่องน่าเครียดที่จะนึกถึงค่ะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคะ ในช่วงชีวิตที่ทำงานอยู่ อาจต้องเผชิญวิกฤติทางการเงินอย่างกระทันหันขึ้นมาก็ได้ และถ้าเราไม่มีเงินออมเพียงพอล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น พอจะนึกภาพออกไหมคะ
แล้วเราควรจะเริ่มต้นกันที่ตรงไหนดี ดิฉันขอนำcaseส่วนตัวมาเล่า เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ท่านใดได้บ้างค่ะ เรื่องนี้ เป็นการวาดภาพล่วงหน้าค่ะ
1. ประเมินตัวเองว่า น่าจะมีอายุยืนสักเท่าใด โดยดูจากคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อเสียเมื่ออายุ 87ปี และดิฉันมั่นใจว่ามีพันธุกรรมจากคุณพ่อแน่นอน (ขอข้ามรายละเอียดไปนะคะ)รวมทั้งlife styleที่ค่อนข้างดูแลตัวเองได้ดีระดับหนึ่ง ในการนี้ ต้องบวกเวลาเพิ่มไว้อีก 5 ปี เป็น 92 ปี ( เพราะเราต้องเผื่อเงินเฟ้อที่อยู่ในอัตรา3-5 %ต่อปี แค่นี้ คำนวณแล้ว อาจต้องนั่งงงๆไปพักหนึ่ง ลองเข้าไปดูที่ www.livingto100.com แนวโน้มต่อไปคนเราจะมีอายุยืนยาวถึง 90 ปีโดยเฉลี่ยทีเดียวค่ะ
2. พยายามไม่สร้างหนี้สินใดๆทั้งสิ้น หรือล้างหนี้ให้หมดก่อนเกษียณ โดยความเป็นจริง ดิฉันเป็นคนโบราณเรื่องนี้ ไม่ค่อยมีเจ้าหนี้
แม้แต่การทำธุรกิจ เมื่อได้จังหวะกิจการอยู่ในระยะ peak นานพอควร นำหุ้นเข้าตลาดหลัทรัพย์แล้ว และทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เข้าระบบดีแล้วดิฉันจะขายหุ้นบางส่วนออก ให้ได้กำไรเป็นที่พอใจ คุ้มกับความเหนื่อยอย่างมากมาตลอดหลายปี ไม่เคยมีความคิดว่า จะต้องทำธุรกิจอะไรไปไม่มีวันจบ เพราะทุกอย่างในโลกมีวงจรชีวิตของตัวเอง มี sun rise /sun shine/sun set จริงๆธุรกิจยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ณ ปัจจุบันนี้ แต่เราก็อิ่มตัวเสียเอง บุกเบิกมาตั้งแต่เป็นวุ้น ตั้งแต่ไปซื้อที่มาทำโรงงาน พอรุ่งมากๆ เราขายหุ้นบางส่วนออก จะได้capital gain ตรงนี้ดี จะส่งต่อให้ลูกๆก็ไม่สนใจ เขาชอบทำงานแบบอื่นมากว่า
3. สมมุติปัจจุบันอายุ 30 ปี เงินเดือน 20,000.00และมีการขึ้นเงินเดือน 3%/ปีทุกปี เราจะรู้ว่า ตอนเกษียนจะมีเงินเท่าใด
4. ตอนเกษียณจริงๆต้อง ปรับระดับlife styleของตนเองลงมาให้เหมาะสม พอดีกับเงินที่สะสมเอาไว้ เพราะ เราอาจมีเงินใช้ต่อเดือน แค่ 70%-80% ของเงินเดือนล่าสุดที่เคยได้ อาจมีมากกว่านี้ แต่ต้องคิดมีน้อยๆไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท ตอนนี้ภาษีเงินได้ ไม่ต้องจ่าย ประหยัดไปอีกหน่อย
5. ช่วงนี้ ควรถอนเงินออม มาใช้ได้ ไม่เกิน 5%/ปี ของเงินออม
6. ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวเบาๆได้ ก็ต้องทำ อย่าอยู่เฉยๆ เพราะเงินออมจะหมดเร็วมาก ตัวดิฉันเองทำธุรกิจอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเวลาว่าง ซึ่งเป็นความเคยชินและความสุข เพื่อนๆอาจารย์มีหลายคน แต่ละคน วางแผน รับทำงานวิจัย หรือรับสอนตามมหาวิทยาลัยเอกชน
ส่วนคนที่ทำงานราชการอื่นๆ ก็พยายามขอเกษียณ 65 ปีเข้าไว้ ยืดไปอีกหน่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสำเร็จ มีเพื่อนเป็นนายทหารหญิงหลายคน เขาได้ยศนายพลหญิงกันทุกคน แต่มีข้อแม้ ว่าต้องเกษียณเมื่ออายุ 59 ปี เด็กรุ่นน้องมาดันหลังอยู่แล้ว
7. บางท่าน อาจจะมีเงินบำนาญใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องถอนเงินออม ตอนนี้ จะรู้สึกปลอดภัยไร้กังวล มีความสุขพอควรค่ะ แต่จริงๆ ยังไม่สุขแท้จริงค่ะ
เพราะ ยังมีปัญหาด้านสุขภาพ และปัญหาบุพการีที่เรายังต้องรับผิดชอบ ซึ่งเพื่อความไม่ประมาท ต้องมีประกันสุขภาพทุกคนด้วยค่ะ ที่บริษัทของดิฉัน เราประกันสังคมให้พนักงานทุกคน ถ้าคนใดออกไป ดิฉันรีบให้เขาไปประกันตัวเองภายใน 6 เดือน แม้กระทั่งแม่บ้านหรือคนขับรถ ก็ให้ประกันตัวเอง โดยดิฉันออกเงินให้ ทุกคนต้องมีหลักประกันในชีวิตค่ะ
ตัวดิฉันเอง มีหลักประกันตรงนี้แล้ว แต่ลูกก็ยังห่วง ไปทำประกันสุขภาพเพิ่มให้แม่อีกส่วนหนึ่ง เลยตอนนี้ มีหลายหลักประกันหน่อย พออุ่นใจ
เรื่องนี้ สำหรับบางคน อาจดูไกลตัว แต่ดิฉันว่า อย่าประมาท ดีที่สุด บางคนอาจถูกเกษียณก่อนกำหนดโดยไม่ทันตั้งตัวก็ได้
เพราะมันจะส่งผลลบอย่างรุนแรงมาก กับปัญหาการเงินและการนับถือตัวเองของเรา ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้นค่ะ


เมนูของ sasinanda







เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 16:15
293897 [ลบ]
สวัสดีครับ
แล้วพวกอพาร์ทเม้นท์ล่ะครับ เป็นการลงทุนสำหรับคนเกิน 60ปี ที่ดีไหม คุณแม่ผมกำลังจะเกษียณปีนี้ครับ
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 21:01
294151 [ลบ]
---ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ
---เห็นด้วยทุกประการเลยค่ะ
---แอ๊ะสนใจเรื่องนี้มาก ก่อนมาเรียนแอ๊ะยืมหนังสือพวกนี้มาสิบกว่าเล่มแหนะ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาอ่าน เพราะมัวยุ่งกับการเตรียมตัวมาเรียนต่อ
---คิดว่าจะเริ่มวางแผนอย่างจริงจังซะทีค่ะ
---เพราะยิ่งเริ่มช้า เราอาจต้องออมเงินในแต่ละเดือนมากขึ้น ใช่มั้ยค่ะ
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 21:12
294167 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
การทำอพาร์ท้ม้นท์ คอนโด ทำบ้านขาย ทำตึกแถวให้เช่า ทำที่พักแบบรีสอร์ทย่อมๆ ในที่ดินที่เรามีอยู่แล้ว ก็เป็นการลงทุนที่ดีค่ะ
ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์เป็นธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในประเทศ
เป็นการลงทุนที่ดีอีกอย่างหนึ่ง และเป็นการทำงานส่วนตัว ในช่วงหลังเกษียณ ที่ไม่ต้องมีเวลาเข้าออกงานแน่นอน ไม่มีผู้บังคับบัญชา เป็นตัวของตัวเองค่ะ
แต่การลงทุน ควรเป็นทุนตัวเอง 70% และกู้แค่ 30%ก็พอค่ะ มิฉะนั้นจะเป็นภาระมากค่ะ
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 21:22
294178 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ดีใจที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ
การออมเป็นเรื่องสำคัญ ลองดูที่ดร.สุวรรณ วลัยเสถียรแนะนำนะคะ
Dr. Suvarn ValaisathienA financial advisor always tells his clients to strive for “Financial Independence”.
This means once the client achieves Financial Independence he no longer has to work because he has enough money working for him. So, how much money do you need? If you are a big spender, perhaps you need a couple of hundred millions Baht.
For an average Thai family, it requires about 20 millions Baht.
Dr. Suvarn Valaisathien
เมื่อ อ. 19 มิ.ย. 2550 @ 00:38
297034 [ลบ]
สวัสดีคะ
ขอบคุณมากคะ นับว่าได้แนวคิดที่ดีมากคะ ยิ่งคิดว่าต่อไปในอนาคต คนวัยแรงงานต้องรับภาระ คนสูงอายุมากขึ้น เราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจ เพื่อที่จะไม่เป็นภาระของคนอื่นมากขึ้น คงต้องอยู่อย่างระวังมากขึ้น ขอบคุณคะ
เมื่อ พ. 20 มิ.ย. 2550 @ 08:56
298194 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยม เป็นครั้งแรกค่ะ เข้ามาบ่อยๆนะคะ
คุณก้ามปูเป็นพยาบาล พบปะผู้ป่วยทุกวัน ได้ฟังความทุกข์ร้อนของเขาในเรื่องการเจ็บป่วย บางคนก็ยังมีอายุน้อยๆด้วยซ้ำไป
คุณคงได้สัจธรรมบางอย่างว่า ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตจริงๆ คนสูงอายุยิ่งมีการเจ็บป่วยบ่อย วันหนึ่ง เราก็อาจมีปัญหาสุขภาพบ้างก็ได้
ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาทในชีวิต เราต้องมีเงินเก็บไว้ส่วนตัวสักก้อนหนึ่ง เป็นเงินสำรองยามฉุกเฉินค่ะ ไม่เกี่ยวกับรายได้จากบำเหน็จบำนาญใดๆ
ไม่ต้องไปเคร่งเครียดอะไรมากมาย เพียงแต่ไม่ประมาท มีวินัยการใช้เงินค่ะ
เมื่อ ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 20:25
300902 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
สำหรับเรื่องการออมเงินเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆเลยนะค่ะ...ตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่จะซื้อกระปุกออมสินให้ค่ะ เพื่อฝีกการออมเงิน โดยเงินเหลือจากที่ไปโรงเรียนก็จะเก็บค่ะ สมัยนั้นจบมหาวิทยาลัยยังไม่ทำงานมีเงินเก็บเล็กน้อย เมื่อเริ่มทำงานก็เริ่มเก็บเงินในธนาคารค่ะ รวมกับเงินเก็บที่มีเอาไปซื้อที่ดินค่ะ แต่การออมก็ออมต่อมาตลอดค่ะโดยไม่ได้วางแผนว่าจะเก็บกี่เปอร์เซ็นต์ รู้แต่ว่าต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดแล้วเก็บเงิน อีกอย่างที่แม่สอนคือต้องไม่สร้างหนี้ค่ะ แต่ก็ต้องสร้างหนี้เมื่อต้องสร้างบ้านเพราะตอนนั้นอายุ 28 ปี ค่ะเงินเก็บและเงินเดือนยังน้อยต้องกู้ค่ะ แต่หลังจากผ่อนไปได้ประมาณ 2-3 ปี คุณแม่ให้ที่ดินมา จึงเอาไปขายและปลดหนี้ธนาคารหมดค่ะ จึงมีบ้านโดยไม่มีหนี้ค่ะ จากนั้นเราก็เก็บเงินซื้อรถค่ะ ... ตอนนี้ก็เก็บออมเงินค่ะ เพราะกลัวลำบากหลังเกษียณค่ะ... ไม่ได้ลงทุนอะไรเลยค่ะ... ก็คิดๆ อยู่ค่ะว่าหลังเกษียณจะทำอะไรดี...
เมื่อ ศ. 22 มิ.ย. 2550 @ 20:38
300915 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
คิดถึงอาจารย์ค่ะ ชีพจรลงเท้าจริงๆนะคะ
คงมีรูปสวยๆมาฝากอีกเช่นเคย ไปทำงาน ก็ต้องมีพักผ่อนอยู่บ้าง
เรื่องการออมเป็นวินัยประจำตัวคนทุกคนค่ะ ถ้าไม่อยากลำบากตอนท้ายๆของชีวิต
ดีแล้วค่ะ ที่อาจารย์เคลียร์หนี้ใหญ่ไปได้ เหลือจะนิดหน่อยเล็กน้อย ก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เครียด
แต่พอเกษียณ เราก็อาจต้องหาอะไรทำแก้เหงาสักหน่อยนะคะ และยังไม่ต้องเอาเงินออมมาใช้ ส่วนบำเหน็จบำนาญ ก็คงทำให้เราสบายใจพอควรค่ะ
มีรูปต้อนรับอาจารย์กลับบ้านค่ะ
เมื่อ ส. 23 มิ.ย. 2550 @ 18:30
301657 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ตอนนี้เกษียณแล้ว แต่ยังรับสอนตามมหาวิทยาลัยเอกชน สอนอย่างเดียว ไม่รับบริหาร กลัวเครียด โรคถามหาค่ะ ชีวิตพอแล้ว พอใจกับช่วงชีวิตตอนนี้
ไม่ลำบากเพราะมีเงินออม และก็ทำงานอยู่ด้วย กะจะทำงานไปอีก6ปีค่ะ
ขอบคุณที่ตอกย้ำแนวคิดการออม ถูกต้องจริงๆค่ะ
เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 12:56
302219 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 19:05
302451 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
มีเงินอย่างไร เรียกว่า รวยค่ะ
เมื่อ จ. 25 มิ.ย. 2550 @ 00:25
302692 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
เราหาเงินมาด้วยความเหนื่อยยาก แต่เราจะไม่ละเลยที่จะเก็บเงินบางส่วนไว้เพื่อประกันความเสี่ยง กรณี มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน หรือ เพื่อ ไว้ใช้ในยามที่เราไม่ได้ทำงานประจำแล้ว และมีรายได้ลดลง
เราจะรู้สึกมั่นคงในชีวิต ถ้าเรามีเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณแล้วค่ะ
เมื่อ จ. 25 มิ.ย. 2550 @ 11:03
302977 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
คุณจารีบอกว่า
ไม่ลำบากเพราะมีเงินออม และก็ทำงานอยู่ด้วย กะจะทำงานไปอีก6ปีค่ะ
ขอบคุณที่ตอกย้ำแนวคิดการออม ถูกต้องจริงๆค่ะ
ขอแสดงความยินดีด้วย ที่คุณจารีตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและมองการณ์ไกล เลือกเส้นทาง
ไม่สุขเต็มที่ในวันนี้มากๆ แต่จะสุขยาวกว่านี้ในอนาคต ค่ะ
เมื่อ จ. 25 มิ.ย. 2550 @ 11:14
302993 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
คุณLala ถามว่า มีเงินอย่างไร เรียกว่า รวยค่ะ
ถ้าจะเรียกว่า รวย ตามความหมายทั่วไป น่า จะเป็นการมีเงินทองมากมาย เหลือใช้ เหลือกิน มีชีวิตสบายบริบูรณ์ อยากได้อะไรก็ได้กระมังคะ
แต่ในความหมายที่ดิฉันชอบคือ การมีชีวิตที่มีคุณภาพดี สม่ำเสมอตลอดชีวิต ทั้งระหว่างทำงาน และวัยพ้นทำงานค่ะ
มีอิสระทางการเงิน มีเกียรติ์ มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงในด้านการเงิน ชีวิตมีความสุขตามอัตภาพไปตลอดชีวิต มีความสุขความสงบ อันเกิดจากความมั่นคงทางการเงินค่ะ
เมื่อ ศ. 29 มิ.ย. 2550 @ 18:36
307337 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
มีเพื่อนๆหลายๆคนไม่แน่ใจว่า จะประกันชีวิตดีหรือไม่
ดิฉันพอทราบเรื่องนี้อยู่ค่ะ
การประกันชีวิต เป็นวิธีการที่บุคคลกลุ่มหนึ่งร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องจากการตาย การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และการสูญเสียรายได้ในยามชรา
โดยที่เมื่อบุคคลใดต้องประสบกับภัยเหล่านั้น ก็ได้รับเงินเฉลี่ยช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตนเองและครอบครัว
โดยบริษัทประกันชีวิตจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการนำเงินก้อนดังกล่าวไปจ่ายให้แก่ผู้ได้รับภัย
กรณี พ่อแม่ประกันชีวิตไว้ และเสียชีวิต ลูกก็จะได้เงินประกันของพ่อแม่ มาเป็นทุนการศึกษาได้
ถึงแม้จะซื้อเพียงกรมธรรม์สินเชื่อที่อยู่อาศัย หากพ่อแม่ เสียชีวิต ลูกก็จะได้รับสินไหมจากการประกันสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนี้ ก็จะไม่เป็นภาระแก่ลูกในการผ่อนชำระที่อยู่อาศัย ลูกสามารถมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อมีหลักทรัพย์ ก็สามารถ กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้
โดยชำระเงินคืนเมื่อมีงานทำแล้วก็ได้
เบี้ยประกันชีวิตสามารถ นำไปหักลดหย่อน สำหรับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในวงเงิน ไม่เกิน 50,000.00อีกด้วย
การประกันชีวิตแบบต่างๆจากกรมการประกันภัย
เมื่อ จ. 02 ก.ค. 2550 @ 16:27
309604 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ดิฉันอยากจะหารายได้เพิ่ม ทำงานราชการไม่ค่อยพอ คงไม่สามารถมีเงินออมได้เลย
พอดีลุกสาวอยู่ม.3 จะสอบเข้าร.ร.อื่นตอนม.4 เลยสอนลูกที่บ้านค่ะ ไม่พอให้ไปเรียนพิเศษ
คุยให้ฟัง เผื่อคุณมีข้อแนะนำค่ะ
เมื่อ จ. 02 ก.ค. 2550 @ 23:47
309931 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
เมื่อ อา. 22 ก.ค. 2550 @ 19:50
327438 [ลบ]
สวัสดีครับ
เมื่อตอนเด็กสมัยที่อยากได้อะไรก็จะเก็บตังจากค่าขนมที่แม่ให้ไปโรงเรียนวันละ20บาท และทำงานพิเศษเพิ่มเติมตั้งแต่คนงานก่อสร้าง เด็กปั้ม ทำให้มีนิสัยชอบออมเงินมาตลอด ตอนนี้ผมอายุ26แล้วครับ ผมอยากทราบเรื่องการออมการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารครับ ว่าควรแบ่งเงินรายได้ไว้ลงทุนแบบไหนบาง(ผมสามารถเก็บเงินได้เดือนละ5000บาทครับ)
อนาคตถ้าผมมีครอบครัวรายจ่ายต่างๆก็จะเข้ามาอีกมาก เพื่อความไม่ประมาณและเพื่อความมั่นคงของครอบครัวที่จะมีด้วย ผมอยากมีชิวิตครอบครัวมีความสุขและให้อนาคตการศึกษาของบุตรอย่างเต็มที่ จึงต้องการ การวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบครับ
เมื่อ ส. 11 ส.ค. 2550 @ 21:39
346507 [ลบ]
ธวัชชัย
คุณธวัชชัยถามว่าผมอยากทราบเรื่องการออมการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารครับ ว่าควรแบ่งเงินรายได้ไว้ลงทุนแบบไหนบาง(ผมสามารถเก็บเงินได้เดือนละ5000บาทครับ)
ค่ะ
ก็มีการออมอยู่หลายแบบ
แต่มักจะต้องใช้การลงทุนที่สูงหน่อย เช่นการซื้อพันธบัตรต่างๆจากธนาคาร เพราะการซื้อหน่วยลงทุนแบบนี้ ซื้อทีละนิfละหน่อยไม่ได้
แต่จะมีพวก สหกรณ์แบบต่างๆที่ให้ดอกเบี้ยดีเหมือนกัน ดิฉันไม่อยากเอ่ยชื่อ คุณธวัชชัยช่วยไปสอบถามดูนะคะ