เชียงคานแล้ว...เชียงคานเล่า...(วันนี้เชียงคานไม่เดินช้าเหมือนดังเช่นทุกวัน)

นับเป็นการไปเที่ยวเมืองเลยเป็นครั้งที่ 3 ในช่วงเวลา 30 วัน และ 2 ทริปในนั้นคือ ภาวะเชียงคานแล้ว...เชียงคานเล่า...จนถูกแซวว่าไปเฝ้าคาน?

แวะเยี่ยมชมเรื่องราวเมือครั้งมาเยือนเชีงคานเมื่อเดือนที่ผ่าน

สืบเนื่องมาจากการไปงานแต่งงานน้องบีและน้องต้อม ที่อ. ท่าบ่อ จ. หนองคาย แหมเพื่อนๆ ก็ request วันเวลาที่จะอยู่ร่วมกัน จึงเป็นช่วงที่ใช้เวลา 2-2.30 ชม จากท่าบ่อก็เลียบโขงมาทาง อ. สังคม แล้วไปนอนเชียงคานกัน เพื่อให้มีวันสุขๆ ร่วมกันอีกวาระ สำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวขอให้หนักแน่น อดทน รักฉ่ำหวานๆไปตราบนานเท่านานนะจ๊ะ

 

เป็นอันว่าตกลง แต่กว่าจะตกลงกันได้ก็ดูวุ่นๆ ในเรื่องรถ เรื่องคนไปนิด แต่สุดท้ายเมื่อถึงเช้าวันเสาร์รถ 2 คันก็ทำหน้าที่รับใช้พวกเราด้วยดี ด้วยการพาพลขับไปรับสมาชิกเพื่อไปงานแต่งงาน

หลังจากนั้นก็เป็นวันของเรา แล้วน้องยุและสมหมายก็บอกว่าจะมาสมทบ...ดีดี...จะได้ครบองค์...ยั้ง ยังไม่หมด ครอบครัวศานติวิวัฒน์ก็ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว 1 คัน

แถวนี้มีวัดดังๆ มากมาก อ.ท่าบ่อมีวัดหลวงพ่อองค์ตื้อ และที่อ.ศรีเชียงใหม่มีวัดหลวงปู่เทสก์ ที่เป็นที่รู้จักของชาวพุทธ แต่คณะเราแวะไหว้พระที่วัดหลวงปู่เหรียญ หรือวัดอรัญบรรพต ซึ่งห่างจากตัวอำเภอท่าบ่อไปประมาณ 15 กม. (มั้ง) เพียงวัดเดียว...แบบว่า กลัวคนบางคนจะขอพรจากพระหลายวัด เดี๋ยวได้ดังใจแล้วจะวุ่นแก้บนอีก...

ระหว่างขับรถเลียบโขงก็มีสายเรียกเข้าจากคนคุ้นเคย แต่อาจจะแปลกหน้าสำหรับใครในทริปอีกหลายๆ คน ก็ลุงอ้อนและคุณหลานสาวปาปา  ถามว่า ป้าอยู่ไหน...พอบอกจะไปเชียงคาน...มาป่าวหล่ะ...2 คนนี้ก็ใจง่ายจัง...ตามมาด้วยความรวดเร็ว  

มีนาคมนี้น้ำโขงลดลงมาก เห็นหาดหทรายขาวและเกาะแก่งสวยงาม ส่วนตัวป้าเองยังชอบเลียบโขงในปลายฝนต้นหนาว...โรแมนติก...มากกว่า

นัดทานข้าวตอนบ่ายกันที่แก่งคุดคู้ แต่เห็นรถ  Toyota Excier หายไปนาน จนต้องโทรตาม...เอ๋หายไปไหนนั่น...ทราบข่าวว่าแวะชมโรงเรียนอยู่...ชักไม่แน่ใจแล้วว่าโรงเรียนนั้นมีอะไรดี 

ทานข้าวบ่ายแล้ว คงเริ่มเหนื่อยจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว จึงตรงเข้าที่พักที่โรงแรมสุขสมบูรณ์เลย...งานนี้ต้องขอบคุณ iAom น้องสาวในg2K ที่ช่วยเป็นธุระประสานงานให้ทุกอย่าง จนพี่ๆ ได้นอนผึ่งพุงอย่างสบายใจ...แต่สำหรับพี่จั๊กจั่นขออาบน้ำก่อนใครเพื่อน...เพื่อคืนนี้จะไม่ต้องเสียเวลาอาบอีก...ใช่ป่าว

  • บ้านเรือนไม้...เสน่ห์ของเชียงคาน

แต่ "ป้า"ยังเอนหลังไม่ได้ ต้องไปหาที่พักให้คุณลุงและคุณหลานก่อน โรงแรมเต็มแล้ว งานนี้ง่ายๆ ค่ะ แยกกันพักแบบตัวไม่ติดกัน ได้บ้านพักครูนาง อยู่ตรงกันข้ามกับโรงแรมสุขสมบูรณ์

  • ร้านเล็กๆในเชียงคานที่มี มุม...และเวลาให้ใช้แบบสบายๆ

ตัวไม่ติดกัน แปลได้ความว่า ตามอัธยาศัยจ่ะ...แล้วเจอกันอีกทีตอน 18.30 น. หากประสงค์จะกินข้าวเย็นร่วมกัน หลายคนไปปั่นจักรยาน เห็นชุดปั่นจักรยานของน้องหน่อยแล้วต้องแซวว่า คุณนายมาเอง หลายคนเลือกการเดินเที่ยวช้อบ โฉบ และชมตามร้านรวงต่างๆ อย่างพี่ปูก็ได้ข้าวของมาก่อนใครๆ บ้างก็เลือกใช้เวลานั่งเขียนความในใจส่งผ่าน Postcard  สำหรับหญิงแอ้สงสัยเหนื่อยจากการขับรถจนขอนอนพัก ตื่นอีกทีก็พอดีที่ลุงอ้อนและพี่ปาปามาถึง

18.30 น. ที่ร้านอาหารเฮือนหลวงพระบาง...น้องเอ หน่อย อ้อม ช่วยไปจองโต๊ะไว้ แถมทำดีด้วยการสั่งอาหารไว้ล่วงหน้า...รู้งาน กินไปจนจะหมดโต๊ะเพิ่งได้ความว่า 3 สาวนี้ไม่ได้สั่งอาหารไว้ก่อน...แล้วที่กินๆ เข้าไปนี่หล่ะ...ฝีมือใครสั่งหล่ะ...ใครสั่งก็ช่าง แต่แหมข้าวจี่ทอดนี้มันได้ใจชาวคณะมากมาย...ไม่อยากบอกเลยว่าสรุปแล้วสมาชิกเรามากถึง 15 คน ขยับต่อโต๊ะตั้ง 3 รอบ ถึงจะพอกันนั่ง แถมหัวเราะกันโขงแทบแตกจากเรื่องราวของสมาชิกร่วมโต๊ะ และการสาธิตการ "กรน" ของนายเฟริสท์...เล่นเล่าแบบนี้ใคร้ จะกล้านอนกับมันเนี๊ยะ 

 

 

  • งานวัดบุญเดือนสี่ และบรรยากาศของนักท่องเที่ยว

ถึงเวลาตามอัธยาศัยอีกครั้ง หลายคนกลายเป็น Miss Photogenic แอบมีคน 2 คนไปรำเหมารอบช่วยงานบุญเดือนสี่ที่วัดด้วย บุญหน่ะไม่เท่าไหร่ เอามันส์นี่สิ นับถือเจ้าหล่อนจริงๆ ลุงอ้อนกับสมหมายก็ได้โอกาสทำความรู้จักประสาศิษย์พี่ศิษย์น้องสถาบันเดียวกันจนหมดเบียร์ไปหลายขวด เช้าอีกวันต้องฝากไว้ให้น้องๆ เป็นที่ระลึกอีกลังแหน่ะ

  • กิจกรรมหลากหลายในเชียงคาน

บรรยากาศในคืนค่ำของเชียงคานคงเหมือนทุกวันที่ผ่านมา แสงไฟ และอัธยาศัยระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าของร้าน ผู้คนล้วนถือกล้องตัวเล็กตัวใหญ่ไปตามสไตล์ 

แต่คนของเราหลายคนหมกตัวอยู่ในห้องพักพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ ที่กระตุ้นสมอง ทำหน้าที่ถาม-ตอบปัญหาโลกแตกตามประสาเพื่อนพ้องน้องพี่มาอยู่รวมกัน บางวาระก็ได้เพียงแต่ "ดูใจ" งานนี้มีเพื่อนอยู่เคียงข้างจะกลัวอะไรอีก

เพื่อนเอนกเคยบอกว่า "สัมพันธภาพระหว่างเพื่อนมันมหาศาล" มากไปป่าวเพื่อน แต่ก็กระตุกความคิด ขออนุญาตฝากไว้ในวาระนี้ด้วยก็แล้วกัน

 

ค่ำคืนผ่านไป...ใครเอ่ยล๊อกห้อง...ทำให้หนุ่มน้อยที่ลุงอ้อน ชมเชยว่า "มันช่างกล้า" คนนั้นต้องนอนนอกห้อง...อิอิ

รุ่งเช้าอีกวัน เตรียมตัวตักบาตรตอน 06.30 ...ซื้อมาเองก็ได้ รออยู่หน้าโรงแรมนั่นแหละ พระบิณฑบาตรผ่าน...หรือให้บ้านเชียงคานโฮมสเตย์ของป้าคำไดจัดให้ก็ได้ อยู่ถัดโรงแรมสุขสมบูรณ์ไปประมาณ 200 เมตร ชุด 50-80 บาท (ข้าวเหนียว-อาหารคาว-หวาน-น้ำ)

ครั้งนี้ที่เชียงคาน ไม่ได้เดินช้าดังที่เคยเป็น....เพราะเรามีนัดไปล่องแพที่ลำน้ำหมาน

ดังนั้นก่อน 10.00 น. จึงเป็นเวลาที่ทุกคนได้ใช้ตามอัธยาศัย ชมตลาด หาของกิน ถ่ายรูป และบางคนยังหลับอุตุกับอากาศดีๆ ที่เชียงคาน

  • น้ำใสกับการล่องแพลำน้ำหมาน

ล่องแพลำน้ำหมานนี้ มีด้วยกัน 2 จุด ที่อยู่ห่างจากเชียงคานไปทางภูเรือประมาณ 1 ชม. ตามถนนหมายเลข 203 ไป

จุดแรกคือ อบต. น้ำหมาน ผ่านตัวเมืองเลยไปประมาณ 10 กม. ที่เรียกว่าลำน้ำหมานตอนบน

จุดที่สองต้องผ่านไปอีกประมาณ 5 กม. หรือ ห้วยกระทิง (อันนี้วิวดีเพราะจะมองไม่เห็นสันเขื่อน)

ทั้งสองจุดต้องแยกขวาเข้าไปประมาณ 7-10 กม. เห็นจะได้ จุดเลี้ยวมีป้ายบอกชัดเจนลักษณะเป็นแพไม้ไผ่ ราคาเช่าทั้งวันประมาณ 150-300 บาท ตามแต่ขนาดแพ บนแพไม่มีห้องน้ำ จะหนัก-เบา โทร.ให้เรือเร็วมารับ...เพื่อไปเข้าห้องน้ำบนฝั่ง แต่น่าแปลกใจจริง ป้าไม่เห็นใครที่ drink หนักจะเรียกเรือเลยอ่ะ สำหรับอาหาร เตรียมไปก็ได้ค่ะ สั่งทางร้านก็สะดวกดี

ว่าแล้วทริปมิตรภาพระหว่างพี่น้องผองเพื่อน จากทุกสารทิศ ก็จบสิ้นลงด้วยโปรแกรมใหม่ในหัวว่า....ครั้งหน้าเราจะไปที่ไหนกันดี