ต้นไม้ ทุ่งนา ป่ากว้าง ...
ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมผมมาจนเติบใหญ่ หากคุณครูให้วาดรูปหนึ่งรูป ผลผลิตภาพที่ปรากฏส่วนใหญ่จะเป็นภาพทุ่งนา มีภูเขา ดวงตะวันและนกกางปีกบิน
นั่นคือ ...จินตนาการในวัยเยาว์ที่ถ่ายทอดผ่านรูปภาพสีเทียนหลากสีสัน สิ่งนั้นเป็นสิ่งแทนคำบอกกล่าวว่าเรามีมุมมองต่อธรรมชาติอย่างไร...ในสายตาเด็กคนหนึ่ง
ฝันที่เป็นเหมือนโลกแห่งจินตนาการของเราไม่จบแค่นั้น...
เด็กบนดอยก็ฝันอยากเห็นทะเล หนังสือเรียนที่ปรุเก่า เล่าเรื่อง มานะ มานีไปเที่ยวทะเลที่ประจวบคีรีขันธ์ เรือประมงส่องแสงแวววับ ดุจแสงหิ่งห้อย ชายหาดขาว ลมพัดเย็น มีปูลม นึกภาพตามหนังสือ...ส่วนความฝันของเด็กน้อยนั้นเตลิดลงว่ายล้อคลื่นก่อนหน้านั้นแล้ว
รูปภาพและอักษรในหนังสือ สื่อจินตนาการให้ทำงาน พร้อมผลักดันความฝันให้มีชีวิตชีวา ด้วยความหวังที่โลดแล่น
คงจะดีไม่น้อย หากเราได้เขียนฝันนั้นด้วยตัวเอง...
ฝันที่เป็นตัวอักษร เป็นสิ่งแทนของจินตนาการบนโลกที่รอการค้นพบ
-----------------
ผมเชื่อว่าหลายคน ฝันไว้ว่า อยากมีงานเขียนดีๆเป็นของตนเอง และฝันที่ต่อจากนั้นคือ มีหนังสือที่มีชื่อตัวเองเป็นผู้เขียน...สักเล่ม
ความฝันนั้นไร้ขีดจำกัด แต่หากอยากจะทำความฝันนั้นให้เป็นจริง ก็คงต้องเริ่ม...ผมเชื่อว่าหากเราเริ่มต้นออกเดินทางตามเส้นทางฝัน ปลายทางนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆตามจังหวะก้าวเดินไปข้างหน้าของเรา...หากมีความพยายาม ก็คงถึงหลักชัยในสักวัน
----------------
มีคำถามว่า "จะเริ่มยังไง"
มีแง่มุมดีๆจากนักเขียนมืออาชีพ มาบอกเล่าเส้นทางการเป็นนักเขียนในแบบฉบับของเขา
นักเขียนที่เป็นเจ้าของผลงานรวมเล่ม...สิ่งแทนความฝัน

- ชีวิตไร้สายของนายไฮเปอร์
- มุมที่ลืมมอง
- นักท่องกาลเวลา
คุณสิขเรศ เอี่ยมประชา เจ้าของนามปากกา HyPeR MonKeY นักเขียนในดวงใจ ท่านหนึ่งที่ผมติดตามอ่านความคิดที่ถ่ายทอดเป็นความเรียงอันอบอุ่น
และเขาค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่า "การเขียนหนังสือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว"
ผมนำบทสนทนาระหว่างผม กับ "พี่เอ"ที่ผมเรียกขานหรือ คุณสิขเรศ เอี่ยมประชา ใน MSN เป็นเรื่องราวของการเริ่มต้นบนถนนสายนักเขียน ที่เป็นมุมคิดของคนเขียนหนังสือ อย่างน้อยเราก็ได้รู้จักตัวตนเขามากขึ้นจากที่เราอ่านความคิดผ่านหนังสือ
ที่เราทั้งสองคนเรียกมันว่า "เมื่อตัวอักษรทักทายกัน"
ในการเรียนรู้นั้นมี...มิตรภาพ
ในมิตรภาพนั้นมี...ความอบอุ่น
อยากให้ทุกท่านได้สัมผัสความอบอุ่นในบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันครับ
--------------------
Mr.Ake :) says:
เริ่มต้นเขียน งานเขียน หรือ ไม่เรียกงานเขียนก็ได้ เริ่มต้นเขียนเรื่องสักหนึ่งเรื่อง พี่เตรียมยังไงครับ
สิขเรศ says:
ก่อนอื่น เรื่องที่จะเขียนนั้น ต้องเป็นเรื่องที่เรารู้สึกมีแรงบันดาลใจที่จะเล่า คืออยากเล่า เป็นเรื่องที่เราเจอะเจอมาในชีวิต หรือสิ่งใกล้ตัว อย่างแรกเลยคือให้สังเกตความรู้สึกตัวเองว่าเราอยากเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังหรือเปล่า เช่น อยากคุยให้เพื่อนๆฟังหรือเปล่า? ถ้าอยากเล่า ก็ให้เก็บไว้ อย่าเล่า แต่เขียนลงกระดาษแทน
สิขเรศ says:
ถ้าเขียนลงกระดาษแล้ว มีคนมาคุยด้วยระหว่างยังเขียนไม่เสร็จ ก็ห้ามเผลอเล่า ให้เล่าในกระดาษจนหมด อ่านทวน ลบ แก้ไขจนกว่าจะพอใจ จากนั้นค่อยนำที่เขียนนั้นให้ผู้คนที่เราอยากเล่าได้อ่านกัน นั่นแหละมันจะกลายเป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจ และออกอรรถรสมากๆ
Mr.Ake :) says:
หมายถึงให้เขียนเป็น ต้นฉบับก่อน แก้ไข ปรับ จนคิดว่านำเสนอได้เเล้วจึงนำมาเสนอ สื่อสารสู่สาธารณะ
สิขเรศ says:
ใช่ครับ เขียนเป็นต้นฉบับ และปรับแก้ด้วยตัวเอง ก่อนนำเสนอให้คนอื่นอ่าน แต่สิ่งที่ควรเน้นคือ อย่าเกร็งหรือตั้งใจเกินไปตอนเขียน แค่เขียนให้เหมือนการถ่ายทอดด้วยคำพูด เขียนให้เหมือนกับเล่าด้วยปาก มันจึงจะดูเป็นธรรมชาติ
Mr.Ake :) says:
อ่านดูเหมือนกับว่า ต้องเป็นคนชอบที่จะบันทึก ชอบเขียนไดอารี่ ถึงจะเขียนได้ดี
Mr.Ake :) says:
ดังนั้นผมต้องขออนุญาตถามก่อนนะครับ ว่า คุณสมบัติ นักเขียน ไม่ว่าสมัครเล่นหรือมืออาชีพ น่าจะมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
สิขเรศ says:
ไม่หรอกครับ การเล่าเรื่อง กับไดอารี่ มีจุดแตกต่างอยู่ เพราะไดอารี่มักจะเล่าถึงเหตุการณ์ของวันนั้น เหตุการณ์ปัจจุบัน ไร้การผูกโยงกับเรื่องราวอื่นๆ
สิขเรศ says:
คุณสมบัตินักเขียน คือช่างสังเกต รู้จักเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังแล้วรู้จักคิดไม่ใช่รับมาอย่างเดียว อะไรสงสัยต้องไถ่ถาม ไถ่ถามแล้วอย่าเชื่อในทันที นอกจากจะมีข้อมูลอยู่บ้างแล้วมีเหตุผลดีพอ หรือผู้พูดน่าเชื่อถือ หรือ % ส่วนใหญ่ที่เขาเคยพูด เชื่อได้ ค่อยเชื่อ แต่ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย นักเขียนควรมีความรู้รอบตัวเยอะ และหาข้อมูลอ้างอิงเสมอ สำหรับเรื่องที่ได้ยินมา หากได้ยินมา เล่าต่อทันทีไร้ข้อมูลอ้างอิงมักเป็นข้อมูลที่ผิด และปราศจากที่มา
Mr.Ake :) says:
ผมเคยอ่านกว่าจะมาเป็นนักเขียนของ นักเขียน ชื่อดังหลายท่าน บอกว่า ต้องเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เพราะ "อ่านหนังสือมากๆ ทำให้เราไม่ขัดสนถ้อยคำ" นี่คงเป็นคุณสมบัติพื้นฐานเลย
สิขเรศ says:
เอาเป็นว่าชอบอ่านดีกว่าครับ อย่าจำกัดแค่หนังสือเลย มีเรื่องราวมากมายที่เราอ่านได้มากกว่าในหนังสือ เช่นอ่านจากผู้คน
Mr.Ake :) says:
ครับ "อ่านจากผู้คน" นี่น่าสนใจมาก พี่ช่วยอธิบายเพิ่มเติมสักหน่อยได้ไหมครับ
สิขเรศ says:
ผู้คน ล้วนมีเรื่องราว หนังสือเล่มนึงอธิบายชีวิตคนทั้งชีวิตไม่ได้ แต่คนๆนึง มีเรื่องราวทำเป็นหนังสือได้นับร้อยเล่ม การอ่านคนออก เข้าใจผู้คนรอบตัว ทำให้เราไม่หมดเรื่องราวที่จะถ่ายทอด รู้จักสังเกต ก็ไม่จนต่อหนทางและเรื่องราวที่จะเขียน
Mr.Ake :) says:
หมายถึง ต้องมีความรู้เชิงจิตวิทยา และ จิตวิเคราะห์ ด้วยแบบนั้นหรือเปล่าครับ?
สิขเรศ says:
คือสังเกตผู้คน แม้แต่การสังเกตตนเอง จะพบว่ามีเรื่องราวและแง่คิดมากมาย ที่ถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นได้แง่คิดดีๆได้ การเขียนที่ดี ต้องให้แง่คิดต่อผู้คน ไม่ถึงขนาดต้องมีความรู้เชิงจิตวิเคราะห์ครับ แค่ "เข้าใจ" คำนี้คำเดียวก็ทำให้เราเขียนอะไรได้มากมายแล้วครับ
สิขเรศ says:
ทำความเข้าใจกับสิ่งรอบข้าง หาเหตุผลว่าทำไม
สิขเรศ says:
ทำไมคนนี้จึงเศร้า
สิขเรศ says:
ทำไมคนนั้นจึงอยากฆ่าตัวตาย
สิขเรศ says:
ทำไมคนนู้นถึงยิ้มได้ทั้งวัน
Mr.Ake :) says:
หากเรา "เข้าใจ" ทำให้ เรา "เข้าถึง" ตัวตนของเขา
สิขเรศ says:
ทำไมคนนั้นจึงไม่เคยมีความสำเร็จในชีวิตเลย หาเหตุผล และเข้าใจ
สิขเรศ says:
ใช่ครับ นักเขียน ต้องเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนจะเข้าใจคนอื่น
Mr.Ake :) says:
พื้นฐานการคิดของผู้คน ว่าเขาแสดงออกมาแบบนั้น ฐานคิด เขาเป็นอย่างไร หากผมจะเขียนแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ
สิขเรศ says:
ส่วนหนึ่ง ใช่ครับ
สิขเรศ says:
ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถบอกให้คนอื่นเข้าใจ หรือเชื่อสิ่งที่เราบอกได้
Mr.Ake :) says:
ผมเห็นด้วยครับว่า เรื่องราวของผู้คน น่าสนใจมาก มีเรื่องเล่ามากมาย และมีแง่มุมที่นำมาร้อยเรียงได้อย่างไม่รู้จบ อยู่ที่ว่าเราจะนำมุมไหนของเขาออกมาเล่า
Mr.Ake :) says:
ที่สังเกตงานเขียนของพี่ จะออกแนว "ความรู้สึก" และ "อารมณ์" ที่เป็นวิถีชีวิต
Mr.Ake :) says:
ส่วนใหญ่นะครับ
สิขเรศ says:
ใช่ครับ ส่วนใหญ่ ผมดึงความรู้สึกข้างในของผู้คนออกมาเปิดเผย ไม่ใช่แค่เปลือกนอก
Mr.Ake :) says:
เป็นความจริงของชีวิต นำมาเล่า ผสานความรู้สึก อารมณ์ของผู้เขียน แบบนี้ผู้เขียนต้องวางตัวเป็นกลาง หรือ IN ไปกับเรื่องราวของเขาครับ
Mr.Ake :) says:
หรือ วางตัวแบบ อุเบกขา ( Equanimity)
สิขเรศ says:
ผู้เขียนต้องวางตัวเป็นกลาง เสนอแง่คิดหรือทัศนคติของตัวเราลงไปด้วย โดยไม่โน้มเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งซะทีเดียว แม้เสนอความคิดที่เป็นส่วนตัว แต่วิธีการเขียนก็เปิดกว้างให้คนอื่นได้คิดต่างด้วยครับ
Mr.Ake :) says:
เหมือนการ แลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก อารมณ์ พื้นฐานของมนุษย์
Mr.Ake :) says:
พี่เอคิดว่างานเขียน ไม่ว่าจะสั้น ยาว ที่เป็นความเรียงชิ้นหนึ่ง จุดที่น่าสนใจ อยู่ตรงไหนครับ...เพราะเรามักจะเห็นว่า งานเขียนชิ้นนี้มีเสน่ห์น่าอ่านมาก แต่อีกชิ้น อ่านแล้วกลับรู้สึกเฉยๆ...เป็นเพราะอะไรครับ?
สิขเรศ says:
งานเขียนไม่ควรสั้น หรือยาวเกินไป อย่างเช่น งานเขียนของผมบางตอนที่ยาวเกินไป จะลดอรรถรสของความน่าสนใจในการอ่านมากทีเดียว นักเขียนต้องกล้าที่จะวิจารณ์งานเขียนตัวเอง หาจุดบกพร่อง และกล้าที่จะรับฟังคนอื่นวิจารณ์ด้วย
สิขเรศ says:
อยู่ราวๆ 2-4 หน้าหนังสือกำลังดี ถ้าเกินจากนั้นไปมาก ก็จะยาวเกินไป
สิขเรศ says:
คือเขียนสัก 2 หน้า A4 ต่อ 1 ตอน หรือไม่เกิน 4 หน้า A4 น่าจะกำลังดีครับ
Mr.Ake :) says:
หาก มีมือใหม่หัดเป็นนักเขียน พี่มีอะไรจะเเนะนำบ้างครับ...
สิขเรศ says:
ก็แค่เล่าเรื่อง ให้คนอื่นฟัง แทนที่จะเล่าจากปาก ก็เขียนลงบนกระดาษ พยายามเขียน หรือพิมพ์ให้ได้เร็ว เพื่อเรื่องที่อยากเล่าจะได้ไม่จางหายไปจากความคิดหรือความจำก่อนเราจะพิมพ์หรือเขียนเสร็จ
สิขเรศ says:
รู้จักคัดกรองสิ่งแย่ๆออกจากงานเขียนของตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นอ่าน
สิขเรศ says:
อย่ามั่นใจตัวเองมากไปจนไม่รับฟังความคิดอ่านของคนอื่น
สิขเรศ says:
เขียนรวดเดียวให้จบตอน อย่าพยายามมาเขียนต่อภายหลัง เพราะจะกลายเป็นคนละอารมณ์กัน
Mr.Ake :) says:
"สิ่งที่แย่ๆ" ในงานเขียนที่พี่พูดถึง มีอะไรบ้างครับ
สิขเรศ says:
ก็เช่นการใช้ภาษาผิดๆ หรือเขียนผิด
Mr.Ake :) says:
ครับ
สิขเรศ says:
สภาวะ กับ ภาวะ คำประมาณนี้ เช่น สภาวะ มักใช้กับสิ่งแวดล้อม แต่ภาวะ มักใช้กับตัวคน ก็ใช้ให้ถูก
สิขเรศ says:
คำว่า รู้สึก กับคำว่า คิด
สิขเรศ says:
ความคิดกับความรู้สึกแตกต่างกันอยู่มาก แยกให้ออกว่าสิ่งที่เราเขียน จะเขียนว่านั่นคือความคิด หรือความรู้สึก
สิขเรศ says:
การโจมตีให้ร้าย เช่น สอดแทรกเรื่องเสียดสีทางการเมือง แอบด่านักการเมือง ไม่ควรมีในงานเขียน
Mr.Ake :) says:
พาดพิงบุคคลที่สาม?!?
สิขเรศ says:
จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ
สิขเรศ says:
อารมณ์ขุ่นมัว อคติ ต่อสิ่งใด หรือต่อคน ไม่ควรใส่ในงานเขียน
Mr.Ake :) says:
ครับ
Mr.Ake :) says:
สุดท้ายพี่จะฝากอะไรกับ นัก(อยาก) เขียนเพิ่มเติมอีกบ้างครับ
สิขเรศ says:
ถ้ารู้สึกว่า อยากเขียน จงเขียน,
ถ้าจะต้องเรียนรู้ จงเรียนรู้ตนเอง,
ถ้าจะต้องถ่ายทอด จงถ่ายทอดโดยปราศจากอคติ
สิขเรศ says:
ทุกๆครั้งที่เขียน ควรให้อะไรกับผู้อ่านด้วย ไม่ใช่แค่ให้เขาอ่านแล้วผ่านเลยไป ไม่ได้อะไรกลับไปเลย อย่างน้อยก็แค่คิด ความรู้ หรือความรู้สึกดีๆ
Mr.Ake :) says:
ครับ
สิขเรศ says:
จำไว้ว่า.. เรื่องของเรา ไม่มีใครอยากรู้ อย่าเที่ยวเอาเรื่องของตัวเองมาเล่า โดยไม่ได้ให้อะไรกับคนอื่น สิ่งที่คนอื่นต้องการคือแง่คิด และประสบการณ์ ไม่ใช่การรู้เรื่องชาวบ้าน
สิขเรศ says:
ฉะนั้น การเขียนแบบชีวประวัติ หรือเล่าเรื่องส่วนตัว วันนี้ วันนั้น ฉันทำอะไรบ้าง มันไม่น่าสนใจพอที่คนอื่นจะอ่าน
Mr.Ake :) says:
พี่หมายถึง ต้อง คิดให้มาก ว่า งานของเรา ผู้อ่านจะได้อะไรบ้าง
สิขเรศ says:
ใช่ครับ
สิขเรศ says:
ควรแฝงแง่คิดด้วย
Mr.Ake :) says:
ครับ
Mr.Ake :) says:
ต้องขอบคุณพี่ เอ สิขเรศ มากครับ ผมคิดว่า เรื่องที่พูดคุยผ่าน MSN นี้ น่าจะเกิดประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับ นัก(อยากเขียน) มือใหม่หัดเขียน มากขึ้น ไม่ว่า มีวัตถุประสงค์สื่อสารแบบไหน หนังสือ หรือบันทึกออนไลน์ (Blog)
Mr.Ake :) says:
โดยเฉพาะงานเขียน และ บันทึก ที่มุ่งพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ สร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม
สิขเรศ says:
ยินดีครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่รักการเขียน ได้เขียนสิ่งดีๆพื่อให้ผู้อ่าน ได้อ่านสิ่งดีๆครับ
Mr.Ake :) says:
ขอบคุณมากครับ
สิขเรศ says:
ยินดีครับ
------------------------
บทสนทนา MSN
ตอนบ่าย วันที่ ๑๑ มิ.ย. ๕๑
กรุงเทพฯ
ขอบคุณอย่างจริงใจ สำหรับแรงบันดาลใจที่ดี
พี่เอ สิขเรศ เอี่ยมประชา
อ้างอิงภาพหนังสือจาก http://hypermonkey.multiply.com


เมนูของ mhsresearch







เมื่อ พฤ. 12 มิ.ย. 2551 @ 15:29
698258 [ลบ]
กัลยา ก็มีความฝันว่าจะเป็นนักเขียน เป็นนักข่าว โตมาก็อยากเป็นนักวิจัย อยากเป็นอาจารย์ ... สุดท้ายก็ได้เป็นอย่างที่ฝัน แต่มันก็คือการเริ่มต้น ซึ่งต่อไปก็คงจะต้องเป็นนักเขียน... เขียนตำรา ฮือ ฮือ เพราะสถานการณ์บังคับต้องเขียน แต่ก็ดีนะ ได้พัฒนาตัวเองไปอีกขั้น
ที่นครพนม ฝนตกแทบทุกวัน ตกบ่อยมากๆ ก่อนฝนตกก็อบอ้าวนิดหน่อย หลังฝนก็สดชื่นเป็นธรรมดา
เมื่อวานเข้าเมือง ระหว่างนั่งรถไปมองไปทางด้านขวา (แขวงคำม่วน) ภาพที่เห็นสวยงามมาก เย็นตา เย็นใจ ภาพภูเขาหลายๆ ลูกซ้อนกัน ภูเขาสีฟ้าจางๆ เหมือนคนวาดประหยัดสียังไงก็ไม่รู้ หรือว่าจงใจวาดให้มีสีจางๆ ก็ไม่แน่แต่ในความประหยัดสีนั้น คือความงาม เย็นตา มองได้นานๆ ไม่รู้เบื่อ
คิดจะถ่ายภาพมาอวด แต่สุดท้าย ภาพถ่ายก็ไม่สามารถถ่ายอารมณ์ภาพได้อย่างตาเห็น
คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน อยากให้มาชม มาดื่มด่ำ บรรยกาศยามเย็นที่นครพนมด้วยกัน นะ
ว่างๆ โปรดแวะมา
เมื่อ พฤ. 12 มิ.ย. 2551 @ 16:26
698314 [ลบ]
มาเก็บเกี่ยวความรู้จากนักเขียนมืออาชีพครับ ได้ความรู้และเทคนิคหลายอย่างครับ ขอบคุณมากๆนะครับกระผม
เมื่อ ศ. 13 มิ.ย. 2551 @ 01:10
698816 [ลบ]
สวัสดีครับ คุณครูแอ๊ว
ครูแอ๊วก็เขียนฝันได้งดงามครับ เรื่องราวระหว่สงครูกับนักเรียน เป็นเรื่องราวที่น่ารัก มีแง่มุมที่งดงาม แฝงไปด้วยความรักระหว่างครูกับศิษย์ตัวน้อย
เมื่อครูแอ๊วลงบันทึกเมื่อไหร่ ก็ชวนติดตามเมื่อนั้นครับ...
ผมสัมผัสได้ถึงพลังความรู้สึกบวก สดใส ในบันทึกครูเสมอครับ
---------------
ตามจริงแล้วบันทึกนี้ผมเขียนมาเพื่อประโยชน์ของผู้อ่านนะครับ อย่างน้อยเรื่องราวที่คุยกันผ่าน MSN ก็คิดว่าจะเกิดประโยชน์สำหรับผู้ที่จะเริ่มเขียนฝันของตนเอง
:)
ขอบคุณมากครับผม
เมื่อ ศ. 13 มิ.ย. 2551 @ 01:13
698817 [ลบ]
น้องต่ายดอกไม้บานในใจเราครับ
ดีใจครับที่น้องต่ายมาเขียนบันทึก และถ่ายทอดมุมดีๆจากการทำงานชุมชน แบ่งปันผู้อ่าน (คนทำงานจริงๆถึงจะเขียนออกมาได้แบบที่น้องเขียน)แบบนี้ถือเป็นการเริ่มที่ดีแล้วครับ และบันทึกของน้องก็น่าอ่าน เป็นธรรมชาติดีครับ
ให้กำลังใจในการเขียนเรื่องราวดีๆต่อไปนะครับ
ฝากความระลึกถึงล้านนาด้วยนะครับ
:)
เมื่อ ศ. 13 มิ.ย. 2551 @ 01:16
698818 [ลบ]
สวัสดีครับ พี่ท้องฟ้า
ผมเขียนบันทึกเพื่อนำเสนอและแลกเปลี่ยนสำหรับผู้สนใจเขียนฝันของตัวเองครับ
ผมเองก็ฝึกฝน ฝึกปรือ ฝีมืออาจยังไม่ถึงขั้น
พี่ท้องฟ้าอ่าน Blog ผมไปพลางๆก่อนนะครับ หากผมมีงานเขียนออกมาเป็นเล่มเมื่อไหร่ จะแจ้งให้ทราบครับผม
ยินดีสำหรับกำลังใจที่พี่มีให้ผมเสมอมาครับ
ดูแลสุขภาพและมีความสุขมากๆครับ :)
เมื่อ ศ. 13 มิ.ย. 2551 @ 08:44
698978 [ลบ]
เมื่อ ศ. 13 มิ.ย. 2551 @ 13:33
699230 [ลบ]
สวัสดีครับเอก
มาเก็บเกี่ยวเคล็ดวิชา "นักเขียน"ครับ
น่าสนใจ กระตุ้นต่อมอยากดีแท้
เอาไว้จะพยายามเข็นออกมาสักเรื่องครับ
เมื่อ ศ. 13 มิ.ย. 2551 @ 15:43
699387 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยม มาทักทาย และขอทำความรู้จักด้วยคนนะค่ะ..
เมื่อ ศ. 13 มิ.ย. 2551 @ 23:35
699782 [ลบ]
หวัดดีจ้ะ...น้องเอก
สบายดีนะจ้ะ
เมื่อสมัยวัยรุ่น เคยฝันอยากจะเป็นนักเขียนนิยาย เพราะชอบอ่านนิยาย แต่สุดท้ายเพราะเขียนไม่เก่ง ลอกเก่งอยากเดียว อิอิ...จึงไม่ได้เป็นสักอย่างสิน่า อิอิ
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:14
700216 [ลบ]
น้องกรรณิการ์ วิศิษฏ์โชติอังกูร
ขอให้ตั้งใจ และเริ่มต้น เขียนงาน เขียนฝัน ของตัวเองและขอให้มีความสุขนะครับ
ให้กำลังใจครับ
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:24
700227 [ลบ]
พี่หมอ จริยา ครับ
ยินดี และมีความสุขยิ่งครับ ที่ได้พบเจอ"คนคอเดียวกัน" ผมคิดว่าหลายคนว่าผมเป็นพวกสุขนิยม ผมก็ยอมรับนะครับ เพราะเรามักมีความสุขง่ายๆกับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงรับเป็นคนถอดบทเรียน Humanized Health Care ครับ ผมอยากเรียนรู้เรื่องราวของ บุคลากรสุขภาพ ผู้ที่ทุ่มเท กาย ใจ เพื่อคนอื่น ด้วยการพัฒนาด้าน จิตวิญญาณ หากเราเรียนรู้และเข้าถึง รวมทั้งนำมาถ่ายทอดได้...ก็เป็นประโยชน์กับสังคมมาก
ผมชื่นชมพี่หมอจังครับ ที่สามารถเข้าถึงความสุขเล็กๆที่แทรกตามวิถีชีวิต ไม่ง่ายนะครับ ที่จะมองเห็น หากใจไม่ละเอียดและไม่พร้อมที่จะเรียนรู้กับบริบทรอบข้าง
เชื่อมั้ยครับ พี่หมอครับ เราชอบเหมือนกันหมดเลย สิ่งที่กล่าวมา
ท้องฟ้าสายลม แสงแดด ต้นไม้ แสงจันทร์ รวมถึง หนังสือ
ผมชอบถ่ายภาพใบไม้ด้วยครับ ผมมองว่า ภาพใบไม้บอกถึงความอุดมของธรรมชาติ และสวยมากขึ้นหากเราถ่ายย้อนแสงขึ้นไป เราจะเห็ความงามของธรรมชาติที่ลงตัว
ผมถ่ายภาพใบเมเปิล ที่โครงการหลวงแห่งหนึ่งไม่ไกลจาก ปาย บ้านเกิดผมมากนัก ถ่ายแบบย้อนแสงครับ สวย สดใส ดี
คิดว่าพี่หมอคงชอบเช่นกัน
ผมเอามาฝากพี่หมอนะครับ
ขอให้ วันและคืนที่มีคุณค่าของพี่หมอ มีความสุขมากๆ และเจือจานความสุขนั้นเผื่อแผ่ให้ท่านอื่นๆในสังคมที่กำลังวิกฤติตอนนี้ครับ
ขอ Add Blog หมอไว้ใน Planet ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับผม
*** ผมเคยถ่ายช่อฟ้าสวยๆ ครั้งหนึ่งที่ วัดแม่กำปอง ที่เชียงใหม่ เป็นโบสถ์ไม้เก่า และ ที่หลวงพระบาง ลาว สวยมากครับ แต่ตอนนี้หายังไม่เจอ เอาไว้หาเจอจะนำมาฝากนะครับผม
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:28
700232 [ลบ]
อาจารย์กัลยา ครับ
ขอบคุณมากครับ สำหรับ การเคาะประตูบ้าน วันนี้
...
ขอแสดงความยินดีสำหรับเส้นทางฝันของเพื่อนด้วยนะครับ วันนี้ก็ได้เป็นความจริงแล้ว ขอให้ทำให้ดีที่สุด
เรื่องจะไปเยี่ยมกัลยานั้น ผมและ ดร.ปุ๋ม ก็เล็งๆไว้แล้ว รอให้เพื่อนรักผม ดิเรก เคลียร์งานเรียบร้อยก่อน จะไปเยี่ยม ไปนอนเล่นที่บ้านกัลยาแน่ๆครับ
เตรียมตัวให้ดีนะครับ...
ไม่น่าจะเกินปีนี้
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:30
700237 [ลบ]
น้องกวิน ครับ
น้องกวินเป็นนักเขียนที่ดีได้เเน่นอนครับ เพราะจากบันทึกที่น้องเขียน ได้ละเอียด และมีแง่งามที่สัมผัสได้
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับผม :)
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:31
700239 [ลบ]
น้องสาว กรรณิการ์ วิศิษฏ์โชติอังกูร
ดูแลสุขภาพเช่นกัน และ บันทึกใหม่ ก็น่าจะออกได้แล้วนะ จะรออ่านครับ :)
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:34
700242 [ลบ]
อ้าย paleeyon ครับ
ยินดีครับ ที่อ้ายมาเยือนบันทึก "อยากเป็นนักเขียน" ของผมครับ นี่เป็นความฝันผมเลยนะครับ พอดีสบโอกาสได้พูดคุยกับ คุณสิขเรศ นักเขียนในดวงใจของผม ก็พยายามดึงแง่มุมดีๆจากพี่สิขเรศ ออกมาเป็นบันทึก เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนางานเขียนของตัวเอง
บันทึกนี้ รวมถึง ข้อคิดเห็นของทุกท่าน ก็เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการเสวนา เครือข่ายปลายปากกา ของ นัก(อยาก)เขียน ที่ กระทรวงสาธารณสุขอีกไม่กี่วันนี้ครับ
ขอบคุณมากครับผม :)
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:36
700244 [ลบ]
คุณกล้วยแขก
ยินดีต้อนรับ และ ยินดีที่ได้รู้จักและทักทายนะครับ
ให้กำลังใจในทำงานและทำตามฝันครับผม
:)
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 11:38
700246 [ลบ]
พี่สาวอ้อยควั้น
ที่คิดถึงครับ
ยะลาเป็นยังไงบ้างครับ...?? คงได้ไปอีกไม่นานนี้นะครับ
เรื่อง ความฝัน อย่าปล่อยให้หลุดลอยไปครับ มีโอกาสย้อนมานั่งเริ่มต้นก็ยังทัน ผมเชื่อว่าพี่อ้อยมีแง่มุมดีๆมาถ่ายทอดได้แน่นอนครับ
ลองดูดีมั้ยครับ ไม่แน่บางทีอาจมีนักเขียนสาวใต้ นาม "อ้อยควั้น" ก็ได้นะครับผม
คิดถึงครับ ดูแลสุขภาพด้วยครับผม
เมื่อ ส. 14 มิ.ย. 2551 @ 19:56
700645 [ลบ]
แวะมาให้กำลังใจพี่เอกค่ะ
งานเขียนที่พี่เอกถ่ายทอดลงมาผ่านบล็อกใน GotoKnow.org มีคุณค่าแก่ผู้อ่านและสังคมอย่างมากมายค่ะ
หากมีส่วนไหนอยากให้ทีมงานปรับปรุงเพิ่มเติม รบกวนเสนอแนะด้วยนะคะ
เมื่อ อา. 15 มิ.ย. 2551 @ 17:26
701646 [ลบ]
สวัสดีครับน้องสุนทรี มะปรางเปรี้ยว และทีมงาน
ขอบคุณครับ กำลังใจที่ดี จากทีมงาน Gotoknow
บันทึกนี้ผมเขียนเพื่อใช้ประกอบการเสวนา เครือข่ายปลายปากกา ของกลุ่มนักเขียนวารสารฉบับหนึ่งครับ ผมเห็นว่าการสื่อสารสาธารณะ ประเด็นนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับ ผู้ที่สนใจ รวมถึงแนวทางการเขียน บันทึกออนไลน์ด้วย
ระบบการพัฒนาของ gotoknow เดินหน้าไปข้างหน้าเรื่อยๆตอบสนองกับผู้ใช้ที่ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงเปิดกว้างเป็นมิตรเสมอครับ
และทุกอย่างดีแล้วครับตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคืออยากให้บันทึกทุกบันทึกเป็นไปอย่างธรรมชาติ อยากเล่าก็เล่า อยากเขียนก็เขียน ให้มีความสุข และสร้างสรรค์สังคมไปด้วย ไม่ว่าเรื่องไหนล้วนเชื่อมโยงกันได้หมด ตามวิทยาศาสตร์ใหม่ มองแบบ holistic view นะครับ
ขอให้กำลังใจ ทีมงานผู้บริหารเว็บไซต์ และ KnowledgeVolution ครับ
:)
เมื่อ จ. 16 มิ.ย. 2551 @ 22:39
703362 [ลบ]
ผมเชื่อว่าหลายคน ฝันไว้ว่า อยากมีงานเขียนดีๆเป็นของตนเอง และฝันที่ต่อจากนั้นคือ มีหนังสือที่มีชื่อตัวเองเป็นผู้เขียน...สักเล่ม
.....
แทบไม่น่าเชื่อว่า ผมซื้อหนังสือสองเล่มนี้มาได้ระยะหนึ่ง และกำลังลงมืออย่างหนักกับการเขียนความทรงจำของตัวเอง
ตั้งใจว่าจะให้ชื่อหนังสือว่า "ความทรงจำไม่รู้จบ.." เนื้อหาเน้นในแนวออกวิถีชีวิตที่ผูกพันกับท้องทุ่ง...ไร่นา เรือกสวน ฯลฯ
แต่ที่กำลังเร่งต้นฉบับนี้มีชื่อว่า "นอกห้องเรียนมหา'ลัย" ...สนใจเขียนคำ (ไม่) นิยมให้หรือเปล่า ครับ !
เมื่อ จ. 16 มิ.ย. 2551 @ 23:27
703436 [ลบ]
มาอ่านคำตอบแล้วค่ะ เชื่อในเรื่องแรงดึงดูดน่ะค่ะ คิดดูสิคะ ฟ้าก่อนฝนตกที่เส้นทางนครชัยศรี-นครปฐม เงยหน้าขึ้นมองในเวลาใกล้กันมาก ๆ อาจจะเดียวกัน พิกัดที่มองก็น่าจะเกือบเดียวกัน เพราะภาพที่น้องเอกโพสต์น่ะค่ะ
พี่ก็มีภาพใบเมเปิ้ล..อีกแล้ว..ค้นแล้วจะโพสต์ค่ะ
วันนี้ฝากอันนี้ ต่อจากนี้..โพ(ธิ์)แดงขอลดขนาดภาพก่อนค่ะ
เมื่อ จ. 16 มิ.ย. 2551 @ 23:31
703440 [ลบ]
เมื่อ อ. 17 มิ.ย. 2551 @ 00:02
703478 [ลบ]
สวัสดีค่ะน้องน้องเอก
สำหรับพี่ พี่คิดว่าน้องเอกไม่ใช่นัก(อยาก)เขียนหรอกค่ะ แต่น้องเอกเป็น "นักเขียน" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีอารมณ์ ความรู้สึก และเสน่ห์อยู่ในตัวอักษร เป็นบล็อกเกอร์อีกคนหนึ่งที่พี่ชอบสไตล์การเขียนค่ะ...
เมื่อ จ. 23 มิ.ย. 2551 @ 08:10
712344 [ลบ]
คุณแผ่นดิน ครับ
ผมคาดหวังจะได้อ่านงานดีๆในเร็ววันนี้ครับ
สำหรับคุณพนัส ผมได้เรียนรู้ทักษะทางภาษา วรรณกรรมผ่านการบันทึก ทำให้ผมได้มุมมองที่ต่างออกไป
ผมเองมีทักษะด้านนี้น้อยมาก แต่สิ่งที่มีคือ ความตั้งใจครับ ผมมีความหวังว่า อยากเขียนหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม (ตอนนี้มีแล้ว)
แต่พยายามจะพัฒนาฝีมือตนเองให้ดียิ่งๆขึ้นไปครับ
ขอบคุณครับกัลยาณมิตรของผม
เมื่อ ศ. 18 ก.ค. 2551 @ 06:08
746804 [ลบ]
สิขเรศ says:
ทุกๆครั้งที่เขียน ควรให้อะไรกับผู้อ่านด้วย ไม่ใช่แค่ให้เขาอ่านแล้วผ่านเลยไป ไม่ได้อะไรกลับไปเลย อย่างน้อยก็แค่คิด ความรู้ หรือความรู้สึกดีๆ
.................................
คุณสิขเรศ แนะนำ ได้ดีมากเลยคะ
ขอบคุณน้องเอกคะที่บันทึกให้อ่านกัน
เมื่อ ศ. 18 ก.ค. 2551 @ 07:04
746818 [ลบ]
สวัสดีครับพี่ ดอกแก้ว ครับ
สบลายดีนะครับผม
---
พี่เอ หรือ สิขเรศ เป็นพี่ชายที่ดีครับ ผมได้แง่มุมดีๆจากเขาเสมอ และบันทึกนี้ผมตั้งใจเขียนออกมาเพื่อให้เห็นว่า คุยเรื่องอะไร และนำไปสู่เรื่องอะไร...
เราเขียนบันทึก เราก็กำลังสร้างประวัติศาสตร์ตัวเองอยู่เงียบๆ ดังนั้นการให้เกียรติทั้งตนเองและผู้อื่นเป็นเรื่องสำคัญครับ
จดหมายเหตุตัวเอง...
เมื่อ ศ. 25 ก.ค. 2551 @ 12:38
757804 [ลบ]
...เกลือกกลั้ว..อยู่กับสวนอักษร...เครือข่ายปลายปากกาหมออนามัย ตั้งแต่ รุ่น 2 จนถึง VOL.8
จนได้มุมมองใหม่ๆ จาก อ.ไม้เอก ทั้งในขนบ และแตกนอกขนบ
อยากให้ วารสารหมออนามัย มีพื้นที่ "นอกกรอบอิสระ" บ้าง
เฉกเช่น อินดี้อื่นๆ
อยากรู้มุมมอง&ความรู้สึก อ.ไม้เอก????
เมื่อ ส. 26 ก.ค. 2551 @ 20:03
759574 [ลบ]
ครับ ยินดีอย่างยิ่งครับ คุณขบถกวี...
จะเป็นการดีหากผมได้สดับเสียงกวีจากห้วยขาแข้งบ้าง...ผมหวังไว้ว่า บนพื้นที่แห่งนี้จะเห็น งานเขียนดีๆของเพื่อนพ้องหมออนามัยครับ
อยากให้วารสาร นอกกรอบ หรือ ในกรอบเราเป็นผู้สร้างสรรค์นะครับ
เราช่วยกันคิด และผลักดัน...
ให้กำลังใจครับ
ไม้เอกครับ