โรงเรียนวิถีพุทธ...ที่นี่จึงไม่ได้หมายถึงการให้เด็กเรียนรู้เรื่องธรรมะโดยตรงแต่ ใช้กระบวนการเรียนรู้ กล่อมเกลา ให้เด็กได้ซึมซับไปกับกิจกรรมที่สร้างขึ้น จนเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิด และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กต่อไป

ภาพของเด็กหญิงสองคนข้างทางพุ่มไหว้ค้อมตัวอย่างสวยงาม  ผมมองจากภายนอกรถที่กำลังวิ่งไปใกล้ถึงโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ทำให้ผมจดจำกิริยาอันน่ารักของเด็กผู้หญิงสองคนไว้ ทราบจากคำบอกเล่าของ ครูคิม (ครูนพวรรณ ) บอกผมว่า เด็กทั้งสองเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ผมมองว่าการไหว้เป็นมารยาทไทยที่ทุกคนเคยฝึกฝนก็เป็นเรื่องปกติในสังคมไทย แต่การไหว้ด้วยใจและมีท่วงท่าที่สง่างามอ่อนน้อมนั้น ตราตรึงใจมากกว่า ซึ่งหมายถึงการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

เหตุการณ์เล็กๆระหว่างการเดินทาง ก็เป็นความประทับแรกเริ่มในการมาเยี่ยมและเก็บข้อมูลโรงเรียนวิทยสัมพันธ์  หากไม่นับถึงความอบอุ่นในการต้อนรับจาก ผอ.มนต์สัณธ์ครูคิม (ครูนพวรรณ )คุณครูนิน (สุนันทา อินทร์เกิด)ในเช้าวันที่ผมเดินทางไปถึงพิษณุโลก...แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่เราก็ผูกพันด้วยใจมาก่อนหน้านี้เเล้ว

โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนทั้งหมดประมาณ ๒๔๘ คน ครูทั้งหมด ๑๕ คน (รวม ผอ.) รับผิดชอบ ๓ หมู่บ้าน ที่ตั้งของโรงเรียนระยะทางจากตัวเมืองพิษณุโลกรวม ๑๒๐ กิโลเมตรมุ่งหน้าไปตามเส้นทางพิษณุโลก – หล่มสัก

Catsbook3

“โรงเรียนเหมือนบ้าน” แม้ว่าโรงเรียนปิดเทอมคุณครูก็ยังขมักเขม้นทำงาน อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พื้นที่โดยรอบสะอาดสะอ้าน อาคารใหม่สีสะดุดตา ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน

ผมได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ ผอ.มนต์สัญธ์ ก่อนที่จะแลกเปลี่ยนกับคณะครูทั้งหมด ผมได้เล่าถึงวัตถุประสงค์การเดินทางมาเก็บข้อมูลในครั้งนี้ อ่านเพิ่มเติมเรื่องเดิมได้ที่บันทึก Humanized Educare : การเคลื่อนงานพัฒนาคนมิติจิตวิญญาณในวงการการศึกษา  และ กระบวนการค้นหาช้างเผือก - โรงเรียนตามโครงการ Humanized Educare และได้คัดเลือกโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ไว้เป็นเบื้องต้นจากการอ่านเอกสารที่ค้นพบ รวมถึงบันทึกครูคิมที่ผมได้อ่านผ่านจาก Internet และจากคำบอกเล่าของพ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ที่แอบมาเยี่ยมโรงเรียนแบบไม่ให้รู้ตัวเมื่อสองสามเดือนก่อนหน้านี้ พ่อครูได้การันตีกับผมว่า โรงเรียนนี้มีดีและน่าสนใจมาก ผมเลยตัดสินเดินทางมาเก็บข้อมูลด้วยตนเองเพื่อให้เห็นข้อมูลเชิงประจักษ์

ความจริงแล้ว การเดินทางมาเก็บข้อมูลในครั้งนี้ ผมไม่ได้จะเก็บข้อมูลเชิงลึกสักเท่าไหร่ แค่ผมอยากมาสัมผัสเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นมากกว่า ผมเคยพูดเล่นๆ กับทางคณะครูว่า “อยากมาแค่สบตาคุณครูที่นี่ก็พอแล้ว” โรงเรียนที่เราคัดเลือกเพื่อนำเข้าสู่โรงเรียนที่มีกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการจิตปัญญา เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา ที่สำคัญ “ผู้เรียนมีความสุข ครูก็มีความสุข ชุมชนก็มีความสุข” เรียกว่า มีบรรยากาศแห่งความสุข เราเชื่อว่าในบรรยากาศแห่งความสุข ความผ่อนคลาย และความมั่นใจภูมิใจในตนเองนั้น จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาจิตใต้สำนึก เกิดมิติปัญญา พัฒนาคนจากข้างใน

สุขจริง หรือ สุขหลอก  แค่มองแววตา หรือสังเกตสีหน้าก็พอรู้ว่า มีความสุขอย่างที่บอกหรือไม่

เสียงหัวเราะครื้นเครงของคณะครูในยามที่เราคุยกันในประเด็นที่สบายๆ คุณครูหลายท่านตั้งใจนำเสนอเรื่องราวที่ครูรับผิดชอบ ที่ผมสังเกตเห็นแววตาแห่งความมุ่งมั่นและภูมิใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้น... เท่านี้ผมก็สัมผัสได้แล้วว่า ที่วิทยาสัมพันธ์ มีบรรยากาศที่มีความสุข

 Bcoms200814194931

บนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาสามัญในชนบทไทย กล่าวคือ ปัญหาผลกระทบศรษฐกิจระบบทุน ที่ทำให้สถาบันครอบครัวต้องล่มสลาย ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ การอพยพย้ายถิ่นเพื่อเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานทำ ทิ้งลูกให้อยู่กับบ้านที่ดีหน่อยก็อยู่กับปู่ย่าตายาย ยังมีที่ทิ้งลูกไว้เผชิญชีวิตตามลำพังที่บ้านนอก แล้วแต่ยถากรรม

ผอ.มนต์สัณธ์ บอกข้อมูลว่า เด็กที่เป็นผลผลิตจากปัญหานี้ มีอยู่ราวร้อยละ ๕๐ ของจำนวนเด็กทั้งหมด แน่นอนว่า สถานการณ์ชีวิตของเด็กๆส่งผลต่อชีวิตพวกเขาเป็นอย่างมาก เด็กวัยเรียนเหล่านี้มีสภาพจิตใจที่จำเป็นต้องเยียวยา หลายคนมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง เงียบ,ซึม,เก็บตัว บางคนมีพฤติกรรมเชิงลบ ขาดสมาธิในการเรียน ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในฐานะครูเป็นพ่อแม่คนที่สอง จึงได้พูดคุยให้คำปรึกษา เป็นกระบวนการเยียวยาในเบื้องต้น

Catsm4

แต่ปัญหาที่ซับซ้อน การแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องค้นหาสาเหตุที่แท้จริง แล้วจึงคิดหากระบวนการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ทางโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ได้วิเคราะห์ปัญหา พร้อมกับแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดย การกล่อมเกลาเด็กผ่านกระบวนการเรียนรู้ พัฒนารูปแบบทักษะชีวิต, สร้างกิจกรรมจิตอาสา,กระบวนการธรรมาภิบาล และกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนร่วมในทุกชั้นเรียนก็คือ กระบวนการบูรณาการเรียนรู้คุณธรรม ๙ ประการ เพื่อการสร้างจิตสำนึกที่ดีงาม

โครงการจิตสาธารณะสู่กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนมีส่วนร่วม มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนด้วยคุณธรรมพื้นฐาน 9 ประการได้แก่ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ สะอาด สามัคคี วินัย สุภาพ มีน้ำใจ และกตัญญู  จาก ๙ ชั้นเรียน ที่รับผิดชอบคุณธรรมแต่ละประเด็น  (ม.๑ – ม.๓) รับผิดชอบห้องละ ๑ ประเด็น แล้วนำไปสร้างรูปแบบการเรียนรู้เฉพาะประเด็น ทำสื่อให้เข้าใจและน่าสนใจ รวมถึงการหมุนเวียนกันเรียนรู้ในโรงเรียนแต่ละประเด็นใน ๙ คุณธรรมพื้นฐาน

กิจกรรมที่กล่อมเกลาจิตใจของเด็กนักเรียนอีกกิจกรรมหนึ่ง คือ “การไหว้” เป็นกิจกรรมง่ายๆ แต่ถูกสร้างให้เป็นนิสัยความเคยชิน การไหว้แสดงถึงคุณธรรม สุภาพ,มีน้ำใจ และความกตัญญู กิจกรรมน้องไหว้พี่ พี่ไหว้น้อง หรือแม้กระทั่งต้นแบบที่สำคัญ ครูไหว้ครูด้วยกัน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นวัฒนธรรมของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ที่ปฏิบัติได้โดยไม่เคอะเขิน หากแต่สวยงามด้วยท่วงท่าการไหว้ พร้อมกับพลังของจิตใจที่ดีงามที่ส่งผ่านการไหว้ที่อ่อนช้อย จนกระทั่งผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานที่โรงเรียนเรียนรู้การไหว้เหล่านี้ไปด้วย บรรยากาศการนบไหว้จึงเป็นบรรยากาศของการให้เกียรติ การแสดงความรักและปรารถนาดีที่พึงมีต่อกันและกัน ...และผมเชื่อว่า พฤติกรรมที่แสดงออก หมายถึงจิตใจที่ดีงามจากข้างใน

โรงเรียนวิถีพุทธ...ที่นี่จึงไม่ได้หมายถึงการให้เด็กเรียนรู้เรื่องธรรมะโดยตรงแต่ ใช้กระบวนการเรียนรู้ กล่อมเกลา ให้เด็กได้ซึมซับไปกับกิจกรรมที่สร้างขึ้น จนเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิด และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กต่อไป

 

หัวใจของโรงเรียนแห่งความสุขที่นี่คือ การใช้ทักษะชีวิต และโครงการจิตอาสาบูรณาการเพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีงาม” 

  • ผู้นำ (ผอ.)ผอ.มนต์สัณธ์ ที่เป็นผู้นำทางความคิด  และเป็นนักบริหารที่เข้าใจและเข้าถึง
  • มีครูที่มีอุดมการณ์ คิดแบบนอกกะลา ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เอื้อต่อการทำความดี
  • ความรักความสามัคคีของคณะครู เป็นพลังหนึ่งที่ผลักดันกิจกรรมของโรงเรียน อย่างมีชีวิตชีวา
  • ความเอาใจใส่ อย่างจริงใจ ของผู้ปกครอง และครู ในการเรียนรู้ของบุตรหลาน

ขอขอบคุณ ผอ.มนต์สัณธ์ สุขสวัสดิ์ พร้อมด้วย ครูคิม (นพวรรณ พงษ์เจริญ) ครูนิน,ครูเดย์,ครูผึ้ง,ครูน้อย,ครูอ๊า,ครูนิ้ง,ครูตุ้ม,ครูแหวว,ครูชาญวิทย์ และคุณครูมณนภา ที่ย้ายมาใหม่

ขอให้กำลังใจครูดีในดวงใจทุกท่าน

“ถิ่นไทยในป่ากว้างห่างไกล

แสงวัฒนธรรมใด ส่องบ้าง

เห็นเทียนรำไร เล่มหนึ่ง

ครูนั่นหละอาจสร้าง เสกให้ชัชวาลย์”

 

 


 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๓๐ มี.ค.๕๒

นนทบุรี