บันทึกที่ผมเขียนมาทั้งหมด เป็นการเรียนรู้ผ่านตัวของผมเองในฐานะที่เป็นผู้นำกระบวนการ ความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ที่สังเคราะห์มาจากประสบการณ์ ไม่ได้ยึดติดในเครื่องมือใดๆ เพียงแต่เห็นว่า หากมีวิธีการใหม่ๆที่สามารถเรียนรู้ได้ และใช้ได้กับวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการ Dialogue ให้เกิดพลังในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเกิดพลังในการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเชิงบวกของผู้เข้าร่วมกระบวนการได้ใคร่ครวญอย่างใช้ปัญญา ผมก็พร้อมเปิดใจที่เรียนรู้ แต่อย่างไรก็ตามขอให้มีความเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์ (Humanistic value) เป็นพื้นฐานของทุกกระบวนการในฐานะศูนย์กลางของการเรียนรู้

เปิดใจที่จะเรียนรู้ เพือพัฒนาตัวเอง : บทบาทของผู้นำกระบวนการมือใหม่

ผมเชื่อในพลังของการจัดการความรู้ และเชื่อมั่นว่า การแลกเปลี่ยนความรู้อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงความรู้จากผู้คน เป็นวิธีการที่ทรงพลังหากเราใช้อย่างมีพลังและสอดคล้องกับธรรมชาติของคน ช่วงหลังผมใช้กระบวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มผู้คนที่เข้ามารวมกลุ่มกัน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้นเป็นแนวทาง Dialogue และสร้างความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอีกว่า สุนทรียะสนทนาจะเป็นการสนทนาที่นอบน้อมให้เกียรติผู้คน ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะเผยใจ เล่าเรื่องราวของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับบริบทที่ซับซ้อนออกมา หลักง่ายๆที่ผมคิดก็คือ ลองคิดทบทวนจากตัวเองว่า วิธีการแบบไหน กระบวนการแบบใด และผู้นำกระบวนการ(Facilitator)ไหนที่ผมรู้สึกว่าปลอดภัย ผมจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและมีความสุขกับการได้เล่าเรื่องของตัวเอง ความเข้าใจมนุษย์โดยพื้นฐานโดยใช้ตัวเองสัมผัสด้วยใจกลางๆใคร่ครวญถึงทัศนะและความเชื่อพื้นฐานเพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศการแลกเปลี่ยนทางความคิดเชิงวิภาษอย่างมีวิจารณญาณได้อย่างเต็มที่และเป็นอิสระ ทั้งหมดคือทัศนะของผมในการเป็น ผู้นำกระบวนการ(Facilitator)ในทัศนะพื้นฐาน ที่ตั้งต้นในทุกวงสนทนา

ประเด็นที่สองที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทัศนะตามแนวทางข้างต้น ก็คือ ผู้นำกระบวนการ(Facilitator)  ต้องเป็นคนที่เต็ม และเพียงพอที่จะแบ่งปัน โดยเฉพาะความสุขความอบอุ่น ผ่านออกมาทางอวัจนภาษาและวัจนภาษา  ซึ่งคนเราสามารถสัมผัสได้จากผู้นำกระบวนการ(Facilitator)ที่อ่อนโยนเหล่านั้น

มีคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ผู้นำกระบวนการ(Facilitator)เต็มสุขและพร้อมแบ่งปัน ผมคิดว่าในส่วนของเราเองที่เป็นผู้นำกระบวนการเองก็ต้องพัฒนาตัวเองจากพื้นฐานของตัวเอง ใคร่ครวญกับความเป็นตัวตน เชื่อมต่อกับโลกภายในและภายนอกตัวอย่างสมดุล และเข้าใจ ซึ่งต้องอาศัยเวลาบ่มเพาะ ใช้ทุนที่มีอยู่ ต่อทุนขึ้นไปเรื่อยๆ ในประสบการณ์ที่ผ่านมา เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เราได้ร่วมเรียนรู้นั่นหละเป็นกระบวนการบ่มเพาะ ขัดเกลา เพิ่มทุนให้กับผู้นำกระบวนการได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ตามกระบวนการการเปิดรับ (receptivity) การยอมรับ (recognition) และการตัดสินใจ (grieving) เกิดขึ้นตลอดเวลาในตัวของผู้นำกระบวนการ และวงจรการเรียนรู้แบบนี้ได้ทิ้งผลึกของความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อผู้คนได้เป็นอย่างดี

การเป็นผู้นำกระบวนการจึงต้องตอบคำถามกับตนเองตลอดเวลา กับกลุ่มใหม่ๆที่เราเข้าไปร่วมเรียนรู้ ช่วงหลังผมเรียนรู้ศาสตร์นพลักษณ์ ๙ ที่ อาจารย์ศิลาได้มานั่งคุยกับผมเป็น Mini workshop แบบสองสามคน ทำให้ผมได้เรียรู้ว่าศาสตร์นี้ทำให้เราเรียนรู้ผู้คนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันจะเป็นเครื่องมือในการวางแผนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายได้ในระยะเวลาอันสั้น จริงๆจะเรียกว่า “รู้เขา รู้เรา” ก็คงไม่ผิด ผู้นำกระบวนการนอกจากจะรู้เราแล้ว หากเราได้รู้จักเขาในระยะเวลาสั้นๆมีคุณค่ามากในการเริ่มต้นสนทนา นพลักษณ์ ๙ อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาบ้างแต่ในเบื้องต้นหากเราพอเข้าใจ เราก็สามารถเทียบเคียงอย่างรวดเร็วผ่านการรู้ผ่านสัญลักษณ์หรือสิ่งที่แสดงออกถึงความเป็นจริงบางประการ(Presentation Knowing)  การรู้ผ่านมโนทัศน์ (Propositional Knowing)แม้แต่การสังเกตจากการเล่าเรื่องที่ผ่านการปฏิบัติ เล่าเรื่องที่ผ่านประสบการณ์เองของผู้เข้าร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสังเกตของผู้นำกระบวนการ ผสานศาสตร์ของนพลักษณ์ก็ถือว่าเป็นทางลัดในการเดินทางเข้าสู่การแลกเปลี่ยนที่ลึกมากยิ่งขึ้นได้โดยแนบเนียน

บันทึกที่ผมเขียนมาทั้งหมด เป็นการเรียนรู้ผ่านตัวของผมเองในฐานะที่เป็นผู้นำกระบวนการ ความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ที่สังเคราะห์มาจากประสบการณ์ ไม่ได้ยึดติดในเครื่องมือใดๆ เพียงแต่เห็นว่า หากมีวิธีการใหม่ๆที่สามารถเรียนรู้ได้ และใช้ได้กับวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการ Dialogue ให้เกิดพลังในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเกิดพลังในการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเชิงบวกของผู้เข้าร่วมกระบวนการได้ใคร่ครวญอย่างใช้ปัญญา ผมก็พร้อมเปิดใจที่เรียนรู้ แต่อย่างไรก็ตามขอให้มีความเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์ (Humanistic value) เป็นพื้นฐานของทุกกระบวนการในฐานะศูนย์กลางของการเรียนรู้ ที่เจตนาให้ผู้ร่วมกระบวนการเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง รวมไปถึงสร้างความเข้าใจต่อสิ่งภายนอกที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสมดุล ให้เกิดขึ้นอย่างพร้อมๆกัน รวมถึงผู้นำกระบวนการด้วย

หากท่านผู้อ่าน หรือท่านที่มีประสบการณ์เป็นผู้นำกระบวนการ(Facilitator) มีประสบการณ์หรือข้อเสนอแนะอื่นใดที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่านี้ ยินดีเสมอสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ศาลายา,นครปฐม

๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒