พูดคุยกับ รศ.ประภาภัทร นิยม :  

ประเด็นการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง

 

ท่าน รศ.ประภาภัทร นิยม ท่านแจ้งผมผ่านทางโทรศัพท์ว่า อาศรมศิลป์ที่ท่านอยู่นั้น อยู่ในเขตบางมด ถนนธนบุรี – ปากท่อ ท่านบอกอีกว่า ทางเข้าไปยังโรงเรียนรุ่งอรุณ และ อาศรมศิลป์นั้นต้องข้ามสะพานเล็กๆ ถึง ๘ จุด ด้วยกัน ด้วยความที่ไม่เคยไป ก็คิดว่า โอ้โฮ้ สะพานตั้ง ๘ จุด เชียวหรือ!!!

ท่านกรุณาให้เวลานัดผม ในช่วงเช้าเวลา ๐๘.๐๐ น.ของวัน ที่อาศรมศิลป์ ผมเพิ่งทราบภายหลังว่าอาศรมศิลป์ กับโรงเรียนรุ่งอรุณนั้นคือ ที่ๆเดียวกัน และสะพานที่เราต้องข้ามสะพาน ๘ จุด เป็นเพียงสะพานเล็กๆข้ามคลองเท่านั้นเอง

023

อาศรมศิลป์ - (ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือครับ)

 

ผมเดินทางมาถึงอาศรมศิลป์ในยามเช้า อากาศที่นี่สดชื่นดีมาก และสถานที่ตั้งของโรงเรียนรุ่งอรุณ –สถาบันอาศรมศิลป์ สถาบันทั้งสองมีสถานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้สีเขียวขจี ลมพัดเอื่อยๆเย็นกาย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสถานที่สัปปายะเช่นนี้ในเมืองหลวง

022

อาศรมศิลป์ - (ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ)

ที่อาศรมศิลป์ มีอาจารย์สุรพล ธรรมร่มดี ท่านนั่งรอผมอยู่ก่อนแล้ว และสักครู่ใหญ่ รศ.ประภาภัทร นิยม ท่านก็เดินทางมาสมทบ ประเด็นที่สนทนากันในเช้าที่สดชื่น เป็นประเด็นที่ผมสนใจและเป็นประเด็นที่ตั้งใจจะศึกษาเชิงลึก ได้แก่ การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง  หรือ Transformative learning ภายใต้ฐานความเชื่อที่ว่า “ธรรมชาติล้วนไม่หยุดนิ่ง” ธรรมชาติล้วนมีการเปลี่ยนแปลง แต่การศึกษากระแสหลักทำให้หยุดนิ่ง การศึกษากระแสหลักมีกระบวนการเรียนรู้-หลักสูตรที่ นิ่ง และแข็ง  

การเรียนรู้ที่เป็นทางการ เป็นการที่ครูส่งความรู้ก้อนเดียวไปที่นักเรียน ๓๐ – ๕๐ คนในชั้นเรียน ราวกับว่านักเรียนเป็นเครื่องรับที่เหมือนๆกัน แล้วก็คิดเองว่าเด็กคงรับได้ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ มนุษย์เรามีความแตกต่างและมีความหลากหลาย การรับรู้ก็แตกต่างกัน

รศ.ประภาภัทร ท่านได้เกริ่นเกี่ยวกับ กระบวนการเรียนรู้ ที่ผมเข้าใจว่าส่วนหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างรูปแบบการศึกษาที่เป็นเส้นทางเลือกใหม่ๆ เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ ท่านบอกว่า

เด็กๆมักไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง และเขาพร้อมที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลง ผู้ใหญ่เสียอีกที่เรียนรู้ผ่านความรู้ที่แข็ง ผ่านการต่อสู้และแข่งขัน และผู้ที่แข่งขันก็ประสบความสำเร็จ และเมื่อสำเร็จ ก็ยึดมันเอาไว้พอกพูนเป็นอัตตา เหตุนี้เองทำให้ผู้ใหญ่ไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนแปลง

โรงเรียนรุ่งอรุณจึงมุ่งเน้นการออกแบบเรียนรู้ ให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตรง ให้มีเวลาใคร่ครวญ ตรึกตรอง ข้อคิด ข้อทำ(ธรรม) และข้อปฏิบัติ ผ่านกระบวนการกลุ่ม ที่โรงเรียนรุ่งอรุณมีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้แบบเป็นองค์รวมโดยมีครูเป็นกัลยาณมิตร สนับสนุนให้ทุกคนได้เรียนรู้และมีวิธีการสร้างความรู้ความเข้าใจด้วยตนเอง และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น โดยผ่านการลงมือทำกิจกรรมต่างๆ ในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่เน้นความเป็นธรรมชาติ และห้องเรียนธรรมชาตินี่เอง ที่เป็นพื้นฐานกระตุ้นให้นักเรียนในแต่ละวัยบูรณาการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

สิ่งที่ รศ.ประภาภัทร และ อ.สุรพล ท่านได้สนทนากับผมก็เพื่อจะเชื่อมให้เห็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนรุ่งอรุณ และโรงเรียนในเครือข่าย เช่น โรงเรียนสัตยาไส โรงเรียนเพลินพัฒนา ฯลฯ  เรื่องที่เราสนทนาจะไปเชื่อมโยงประเด็นที่ผมตั้งใจจะมาปรึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในสถาบันอุดมศึกษา โดยเราตั้งสมมุติฐานว่า ในสถาบันอุดมศึกษามีกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ อาจจะมีการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบนี้ในรายวิชาใด วิชาหนึ่ง หรืออาจเป็นภาควิชา,คณะ (อาจค้นหายาก) แต่เรายังไม่ได้ถอดบทเรียนออกมา ดังนั้น งานที่เราต้องศึกษาและพัฒนาก็จะมุ่งไปยังสถาบันอุดมศึกษา หรือ Transformative learning in higher education  

งานศึกษาและพัฒนาดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการคิดและหากระบวนการขับเคลื่อน และผมเองเข้ามาในฐานะผู้ที่ที่สนใจประเด็นดังกล่าวพร้อมกับผมจะเป็นทีมงานในการทำงานโครงการนี้ร่วมกับ สกอ. (สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา)

ในการประสานงานเบื้องต้นหน้าที่ของผมก็คือ ค้นหา (Mapping)  การจัดกระบวนการเรียนรู้ในสถาบันอุดมศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด เช่น อาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งที่ใช้กระบวนการเรียนรู้รูปแบบนี้ ภาควิชา คณะ ในมหาวิทยาลัยต่างๆ  

กระบวนการค้นหาครั้งนี้จะใช้วาระที่ท่าน Dasho Karma Ura ซึ่งท่านเป็นผู้อำนวยการ Centre for Bhutan Studies และเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุขมวลรวมของประชาชาติ หรือ  Gross national happiness (GNH. ) ท่านจะเดินทางมาเมืองไทยราวกลางเดือนธันวาคม ในโอกาสนี้จะมีการ ปาถกฐาพิเศษ ประเด็น GNH in Education ที่กรุงเทพฯ

Dasho Karma Ura  -Director of Centre for Bhutan Studies

 

เราจะใช้เวทีการปราถกฐาของท่าน Dasho Karma Ura เป็นเวทีที่จะดึงเอากลุ่มเป้าหมายเข้ามารวมตัวกัน คาดว่าจะใช้โอกาสนี้ mapping กลุ่มเป้าหมายไปด้วย และอีกเวทีหนึ่งที่จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วันนี้คือ เวที การประชุมวิชาการ จิตตปัญญาศึกษา: ทางเลือก หรือ ทางรอดของสังคม? วันพุธที่ ๒ – วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เวทีนี้ก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่จะรวมเอากลุ่มเป้าหมาย ที่เราสนใจมารวมตัวในงานนี้ ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ดีอีกวาระหนึ่งในการเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทั้ง ตัวคน  สถานที่ กระบวนการที่ใช้

เป็นการเริ่มต้นในการศึกษา ประเด็น “การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง” หรือ Transformative learning ประเด็นที่ผมสนใจและท้าทายสำหรับผม

 


ขอบคุณผู้ใหญ่ที่เคารพหลายๆท่านที่ให้โอกาสครับ

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช,รศ.ประภาภัทร นิยม,ที่ปรึกษา รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกุล รองเลขาธิการ สกอ.,ผอ.สมศักดิ์ ,อ.สุรพล ร่มธรรมดี
อ. ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหิดล ที่ให้กำลังใจและให้คำปรึกษา, Academic advisor รศ.ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อย คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหิดล ที่เป็นเเรงบันดาลใจของผม