วันสิ้นปีนี้ เจอทั้งสิ่งสวยงามและน่าสลดหดหู่ใจ จนแทบจะไม่มีอารมณ์กระทำการใด ๆ ต่อไป

ระยะนี้สภาพอากาศที่พิษณุโลกค่อนข้างเปลี่ยนแปลงมาก  ช่วงกลางคืนถึงเช้าตรู่ดูเหมือนอากาศจะค่อนข้างเย็น  แต่พอสาย ๆ จนกระทั่งตอนเย็นจะร้อนอบอ้าวมาก ตัวอย่างวันสิ้นปี วันที่ 31 ธันวาคม 2552  (เมื่อวานนี้)  ช่วงเช้าที่พาตัวเองไปออกกำลังกาย  พบว่า ท้องฟ้าบางส่วนดูเหมือนจะมีเมฆฝนตั้งเค้า  มืดดำขมุกขมัวโดยทั่วไป ดังภาพ

 

แต่พอสักครู่หนึ่ง  ดูเหมือนลมบนท้องฟ้าคงพัดแรง  ทำให้เมฆฝนกลุ่มนี้ลอยออกไปที่อื่นหมด  ชาวบ้านบางคนพูดคุยว่า  ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย  ไม่กี่วันที่ผ่านมาฝนตก  ลองเพ่งมองภาพนี้ดูให้ดี ๆ นะครับ  ช่วงใต้ช่องว่างของเมฆนิดหนึ่งจะเห็นกลุ่มนกตัวเล็ก ๆ พากันบินเป็นฝูงไปมา  น่าจะเป็นนกเป็ดน้ำที่อพยพมาอาศัยบางพื้นที่ของพิษณุโลกในช่วงที่บ้านเกิดของมันมีความหนาวเย็นมากกว่า  ว่าแล้วดูภาพใหญ่ของนกกลุ่มนี้ที่พากันบินขวักไขว่ไปมา  พร้อมกับส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ดังระงมทั่วท้องฟ้า เป็นเวลาค่อนข้างนาน  จะด้วยเหตุใดไม่ทราบครับ (หรือจะเข้าใจผิดว่าเป็นเวลาเย็นที่ต้องเข้าที่พักแล้ว) สักพักเขาก็พากันบินไปตามที่ต่าง ๆ

ระหว่างการเดินทางในเช้าวันสิ้นปีนี้  เจอทั้งสิ่งสวยงามและน่าสลดหดหู่ใจ จนแทบจะไม่มีอารมณ์กระทำการใด ๆ ต่อไป  สิ่งสวยงามที่ว่าคือ มีต้นไม้ยืนต้นทั้งในบ้าน และข้างทางชนิดหนึ่ง (ไม่รู้จักชื่อ) ออกดอกสีเหลืองดังภาพต่อไปนี้ครับ

(ภาพทั้งต้นครับ)

(ภาพเฉพาะดอกเดี่ยว ๆ )

ท่านใดทราบชื่อกรุณาแจ้งด้วยครับ  และนอกจากบนต้นไม้แล้ว ยังพบต้นวัชชพืชบางประเภทออกดอกสีเหลือง  อยู่บริเวณข้างทางด้วย ดังภาพ

หลังจากพบกับความสวยงามของธรรมชาติแล้ว  ระหว่างเส้นทางในหมู่บ้านที่เดินทางซึ่งเป็นถนนคอนกรีต ไม่น่าจะกว้างเกิน 4 เมตร  มีสุนัขไทยตัวหนึ่ง อายุคงจะค่อนข้างมากแล้ว  นอนอยู่ฝั่งขวามือของถนนในลักษณะเอาหัวและลำตัวขวางถนน  จู่ ๆ มีรถยนต์กระบะน่าจะเป็นรถรุ่น D Max ขนาดมาตรฐาน (ไม่โหลดเตี้ย)  วิ่งมายังที่สุนัขตัวนั้นนอน  จะด้วยนึกว่ามันตายแล้วหรืออย่างไรไม่ทราบ  เจ้าของรถยนต์คันนี้ตัดสินใจวิ่งให้รถของตัวเองคล่อมสุนัขตัวดังกล่าว  กว่าที่มันจะรู้สึกตัว  รถยนต์คันนี้ก็วิ่งผ่านร่างมันไป แล้ว พร้อม ๆ กับที่เจ้าของรถยนต์โบกมือให้ผู้บันทึก (เพราะรู้จัก หรือเหตุใดไม่ทราบชัด) ด้วยความตกใจมันทะลึ่งลุกพรวดขึ้นมา  แล้วก็นอนนิ่งอยู่ที่เดิม  มองใกล้ ๆ เห็นปัสสาวะของมันไหลออก  สักครู่หนึ่งมันก็ลุกเดินโซซัดโซเซเข้าข้างทาง  นั่นคือสภาพ ณ วันที่ถูกรถยนต์วิ่งผ่านตัว  (31 ธค. 52)  มันยังไม่ถึงกับเสียชีวิตคาที่  ได้แต่ภาวนาว่าขอให้มันมีชีวิตรอด 

พอรุ่งเช้าวันนี้ (1 มกราคม 2553) ผ่าน ณ บริเวณที่พบเห็นมันเดินโซเซเข้าข้างทาง ไม่พบร่างของสุนัขตัวดังกล่าวแล้ว  แต่เลยไปอีกนิดหนึ่ง  ดูเหมือนจะเห็นว่ามันนอนอยู่ใต้ต้นไผ่ริมตลิ่งแม่น้ำน่าน (คงจะใช่ตัวเมื่อวานนี้)

สอบถามชาวบ้านใกล้เคียง ได้ความว่า พบเห็นสุนัขตัวนี้มาอาศัยละแวกดังกล่าวประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว  อาจจะถูกนำมาปล่อย  เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน   และไม่ค่อยยอมให้ผู้คนเข้าใกล้  คงด้วยความกลัว ฯลฯ  ทดลองเรียกมันเข้ามา  มันได้แต่นอนตั้งศีรษะขึ้น ทำตาปริบ ๆ ผู้บันทึกจึงฝากเงินให้พี่ชายคนดังกล่าว  นำไปซื้อนมหวานใส่ถ้วย  และช่วยนำมาวางใกล้ ๆ เพื่อให้มันกิน  และได้แต่ภาวนาว่า  ชีวิตของสุนัขตัวนี้จะอยู่รอดปลอดภัยได้  หรือในทางกลับกันมันจะต้องจบชีวิตลง  ก็สุดแล้วแต่เวรกรรมของมันครับ  ผู้ขับรถยนต์ที่ใช้ความเร็วในถนนของหมู่บ้านรายข้างต้น  คงจะนอนหลับฝันดีกระมังที่เป็นเหตุให้สุนัขได้รับบาดเจ็บไป 1 ตัว

เป็นเพราะใช้เส้นทางริมแม่น้ำน่านของพิษณุโลกค่อนข้างหลายเดือนแล้ว  บางครั้งจะเห็นการใช้ประโยชน์จากที่ริมตลิ่ง หรือในแม่น้ำน่าน เป็นช่วง ๆ  จนกระทั่งวันที่ 27 ธันวาคม 2552 เห็นป้ายตักเตือนนี้ของสำนักการขนส่งทางน้ำที่ 1 สาขาพิษณุโลก ร่วมกับ อบต.บ้านคลอง ดังนี้ครับ

 

ท่านคิดว่า เจ้าหน้าที่คนใดจะกล้าดำเนินการตามข้อห้ามนี้ครับ

และส่งท้ายวันสิ้นปี 2552  มีสิ่งที่เห็นแล้วรู้สึกว่า  หน่วยงานที่รับผิดชอบยังทำหน้าที่ของตนเองได้ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน 1 เรื่อง ครับ  เกี่ยวกับการบูรณะกำแพงเมืองพิษณุโลก บริเวณวัดโพธิญาณ ของสำนักศิลปากรที่ 6 จ.สุโขทัย สภาพวันนี้ของโครงการ ฯ ซึ่งครบรอบการดำเนินงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552  เป็นไปตามภาพตัวอย่างนี้ครับ  ในขณะที่ป้ายประกาศการทำงานโครงการ ฯ  ดูเหมือนจะเปลี่ยนใหม่  ลองเข้าไปดูเรื่องเดิมนี้ที่เคยบันทึกไว้เมื่อวันที่  24 ตุลาคม 2552 ที่http://gotoknow.org/blog/middle-man/308152 และบันทึกย้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 ที่ http://gotoknow.org/blog/middle-man/313666 ครับ