บนถนนชีวิต..มีเส้นทางมากมายให้เลือกก้าวเดิน    ฉันมีเส้นทางเดินของฉัน    คุณมีเส้นทางเดินของคุณ   และใครบางคนก็เช่นกัน   หากแต่ถนนหนทางย่อมมีจุดตัดบนทางแยกหรือเป็นเส้นทางที่เคียงคู่กันไปเป็นเส้นขนานแต่ไม่เคยบรรจบกัน

ฉันเป็นคนที่มีจังหวะเดินของชีวิตเชื่องช้าและสวนทางกับคนอื่นๆ   จนทำให้หลายๆ ครั้งเมื่อคุณมองจากภาพด้านหน้าก็อาจจะทำให้เห็นเหมือนฉันก้าวถอยหลังสวนทางกับใครต่อใครที่มีจังหวะการเดินรีบเร่ง   แต่เพราะจังหวะก้าวเดินที่เอื่อยเฉื่อยนี้เอง    ทำให้ฉันได้มีเวลาพูดคุยกับสายลม ยิ้มให้แสงแดด  ค้อนขวับใส่ก้อนเมฆ  ร้องเพลงไปกับเหล่านกตัวน้อย    แม้กระทั่ง..หยุดเดินเพื่อทักทายกับต้นไม้ใบหญ้า

 

เพราะความเป็นตัวตนของฉัน..ก็เลยอาจทำให้ใครหลายคนที่กำลังเดินอย่างรีบเร่งบนเส้นทางเดินนั้นได้หยุดชะงักและเฝ้ามองดูอย่างสนใจ    บางคนถึงกับกระโดดเข้ามาคุยเล่นกับฉันด้วยความสงสัย    และ "มิตรภาพ"..จึงเกิดขึ้น     ซึ่งหลายๆ ครั้งก็เกิดขึ้นบนความไม่น่าจะเป็น    ผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันเรียกติดปากว่า "เจ้ (คนสวย)" ก็เป็นอีกหนึ่งในผู้คนจำนวนน้อยที่ฉันยอมพูดคุยด้วย     อันนอกเหนือไปจากพี่เหี้ยม ที่ฉันเคยเขียนไว้ในบันทึกครั้งแรก..กับคนจากโลกไซเบอร์    หรือพี่คนสวย จากบันทึกพี่คนสวย กับน้องกระเหรี่ยง  บันทึกพี่สาว   บันทึกพี่น้องชวนวาดภาพ   และบันทึกภาษารื่นรมย์   

 

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน    ฉันนั่งคุยกับเพื่อนโดยผ่านโปรแกรมแชทของ yahoo ที่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ    เนื่องจากวันนั้นโปรแกรม msn ของฉันมีปัญหาและยังไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที    คุยไปคุยมาก็รู้สึกแปลกๆ ว่าทำไมเพื่อนฉันถึงใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องกว่าฉัน    ฉันคุยความลับเรื่องความรัก..และจู่ๆ ทางโน้นก็พิมพ์มาว่า FAT DREAM    สมองฉันประมวลผลออกมาในทันที อืม.."ฝันตุ้ย" มันต้องเป็นเหมือนคำสแลงที่คงมีความหมายประมาณ "ฝันหวาน"    ต้องไม่ใช่เพื่อนฉันแน่ๆ ที่จะเล่นภาษาแบบนี้    ฉันรีบพิมพ์ออกไป Who are you?   ในวินาทีที่คลิกส่งข้อความออกไปก็มีเสียงเรียกเข้าที่มือถือ    เพื่อนฉันนั่นเองค่อยๆ ส่งเสียงกระซิบมาว่า "อย่าพิมพ์อะไรไปนะต้อม   คนที่คุยกับต้อมน่ะไม่ใช่เค้านะ"    ฉันส่งเสียงเขียวถามไปว่า.."แล้วเป็นใคร?"    เพื่อนบอก.."ลูกสาวเจ้านาย    วันนี้ไม่สบาย..นี่ไง เค้าเลยต้องพาไปหาหมอ    เค้าเคลียร์งานนิดหน่อยและเจ้ไปนั่งหน้าคอมพ์ไง   วางสายก่อนนะ   จะไปแล้ว"    กรี๊ดๆๆๆ ความลับของฉันมีคนอื่นรู้แล้ว 

 

ไม่ยอมนะ  ทำกับฉันแบบนี้ได้อย่างไร   ฉันเกลียดคำว่า FAT DREAM    ฉันต้องเคลียร์กับเธอคนนั้นให้ได้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาว่าให้ฉันนะ    เปิดดู fw.mail จากเพื่อนและไล่ดูรายชื่อที่น่าสงสัย    จัดการแอดอีเมล์ที่สงสัยไว้ในโปรแกรมแชททั้ง hotmail และ yahoo    ผ่านไปหลายวันก็ยังไร้วี่แววของเธอคนนั้น   พอเพื่อนนัดทานข้าวมื้อกลางวันก็สบโอกาสถามหาเธอ    และวันหนึ่ง..ฉันมีโอกาสเข้าไปในบ้านของเธอ(พร้อมเพื่อน)    เพื่อนชี้ให้ดูรูปเธอ..ฉันก็นึกในใจว่า "ผู้หญิงคนนี้ดูเชิดหยิ่งเสียเหลือเกิน   ไม่ถูกชะตาเลย"    ในที่สุด..ฉันก็ได้เจอเธอในอีกหลายวันต่อมา    ฉันมาเที่ยวเล่นหาเพื่อนและเธอกำลังเปิดประตูออกมาและร้องทักมาที่ฉันเพราะเห็นแวบๆ แล้วคงเข้าใจว่าฉันเป็นเพื่อนหรือแม่บ้าน    ฉันหันหน้าไปมองและเราต่างก็ชะงัก    ก่อนที่เธอจะเดินขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยความงวยงงว่ายัยเด็กคนนี้คือใคร?  มาทำอะไรในนี้?

 

หลังจากนั้นฉันได้เข้ามาทำงานกับคุณพ่อของเธอก็เลยทำให้เราได้เจอกันบ่อยและได้มีโอกาสเคลียร์เรื่อง FAT DREAM (ที่ยังค้างคาในใจฉัน)    มาถึงตอนนี้..ฉันจะขำทุกทีเมื่อนึกถึงวันที่ฉันเคยไม่ชอบเธอเอามากๆ    เพราะทุกวันนี้เธอคือ เจ้คนสวยที่เข้าใจในอารมณ์ฉันเสียเกือบทุกเรื่อง    รวมไปถึงการสนับสนุนให้ฉันได้ทำอะไรและเดินทางไปตามหาความฝัน    เป็นเรื่องปกติที่อยู่ดีๆ เธอจะโผล่พรวดเข้ามาใน msn แล้วถามฉันว่าอยากได้หนังสืออะไร? เธอจะซื้อมาให้(ยืม)อ่านเป็นกองๆ    บ่อยๆ ที่ฉันตั้งประโยคใน Display name แสนเศร้า..เธอจะเข้ามาถามในทันทีที่เห็นว่า "วันนี้น้องสาวเราเป็นอะไรไป?"    บ่อยๆ ที่แม่บ้านจะหิ้วเค้กหลายๆ ชิ้นหรือบราวนี่กล่องโตจากร้านอร่อย/ร้านโปรดมาให้แล้วบอกว่าเจ้ฝากมา    บ่อยๆ ที่เรามักจะมี/มักจะทำอะไรกระจุกกระจิกร่วมกันหรือคล้ายกัน    และหลายวันก่อนที่ฉันสติแตกอยากทำเค้กและขนมอบมากจนต้องเสิร์ชหาดูเตาอบไฟฟ้าสำหรับทำขนมได้และราคาไม่แพง    พอเล่าให้เธอฟัง(อ่าน--ใน msn) เธอก็ถามว่า "เอาป่ะ?"    ฉันได้แต่ถามไปว่า.."เอาอะไรเหรอ?"    เธอบอกว่าจะเป็นสปอนเซอร์ให้ทั้งที่ก็รู้ว่าฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน    และทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าอารมณ์ติสท์แตกของฉันมาแค่เป็นพักๆ แล้วก็อาจจะหายไปเลย     เหมือนอย่างคราวตุ๊กตาหมีของเธอในบันทึกของขวัญปีใหม่..ตุ๊กตาหมีน้อย teddy bear..กับ ความพยายาม    หรือกระทั่งในบันทึกของฉัน  D.I.Y. ทำสร้อย ร้อยใจ    เธอก็ยกสมบัติของเธอให้มาหนึ่งกล่อง (อุปกรณ์ทำสร้อย)เพื่อแลกกับสร้อยคอหนึ่งเส้นและก็ยังไม่ได้จนเวลาล่วงมา ณ บัดนี้      แต่เธอก็เป็นของเธออย่างนี้..เป็นเจ้คนสวยที่ใจดีกับฉันมาโดยสม่ำเสมอ    เป็นเจ้ที่คอยปลอบโยนฉันในเวลาที่เศร้าใจ    เป็นเจ้ที่มีกำลังใจมาถึงกันในทุกครั้ง    และฉันดีใจ..ที่บนเส้นทางเดินของฉันได้เคยมีโอกาสมาบรรจบกับเส้นทางเดินของเธอ    มันอาจจะเป็นเพียงระยะเวลาที่ไม่นาน    หากแต่ฉันก็มีความสุขและยิ้มได้เมื่อนึกถึงวันเวลาดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน 

 

จุ๊ๆๆ  ในหนังสือของฉันมีนินทาเจ้เยอะมาก    ถ้าอยากรู้ว่าเป็นเรื่องอะไรบ้างก็ต้องคอยติดตามอ่านกัน   ^^   และอยากรู้ไหมว่าทำไมเจ้ของฉันถึงน่ารัก    ไปแอบดูความน่ารักของเธอกันเถอะค่ะ  ในบันทึกศิลปะการปั้นแป้งโดว์  ของเธอคนนี้ P

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 P  11. ครูบิ๋ม
เมื่อ พฤ. 21 ส.ค. 2551 @ 16:22

น้องสาวตัวกลม..   และแล้ว เรื่องเล่า-มิตรภาพบนเส้นทางเดิน..ก็ถูกถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือออกมาได้จริงๆ    หลังจากที่ต้อมจะถามว่าต้อมจะเขียนเรื่องของเจ้นะ..

ยังคิดอยู่ว่าจะมีอะไรให้เขียนถึงเหรอ    แต่เจ้าตัวกลมนี่มีหน่วยความจำระดับดีเยี่ยม    ก็เขียนเล่าเรื่องราวออกมาได้จริงๆแฮะ..(ว่าไปแล้วเรื่องเริ่มต้นนี่ นานหลายๆๆๆๆ ปีมาแล้วนี่นะ)

อย่างไรก็ตามแต่..อยากบอกว่าไม่ใช่แค่ที่เจ้าตัวกลมๆ บอกว่าเจ้สนับสนุนหลายอย่างของต้อม   แต่จริงๆ ต้อมเองก็สนับสนุนงานอะไรต่อมิอะไรให้เค้าเยอะแยะเหมือนกัน...   การบ้าน  การโรงเรียน  การฝีมือ  การเขียน  การกิน..การทำของที่ระลึกนู้น นี่..  ทำหนังสือทำมือ..(((ไม่อยากจะคุย ว่าเจ้าหล่อนสารพัดนึกจริงๆๆ))) ฯลฯ..

ว่าไปแล้วต้อมก็คล้ายๆ คุณลุงกูเกิ้ลให้เค้าเหมือนกัน..แต่ดีกว่า    เพราะ search เสร็จ ละก็ทำให้ด้วย..อิอิ...แบบนี้ต้องมีคนแอบอิจฉาเราแง๋ๆๆๆ..

ขอบคุณ FAT DREAM ที่ทำให้เราได้เจอกัน..อิอิ