ตอนนั้นเหมือนหนูได้คำตอบจากธรรมชาติว่า ธรรมชาติมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะเห็นหรือไม่เห็น การที่จะยืนหยัดและทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะอ่อนน้อมและปรับตัวให้ได้กับบริบทที่ยืนอยู่

เส้นทางที่หนูวิ่งออกกำลังกาย และเดินกลับบ้าน เมื่อผ่านไปบริเวณของกรมควบคุมโรค บ่อยครั้งที่หนูมองเข้าไปที่สนามที่มีต้นปาล์มปลูกไว้เรียงราย

 

ในขณะที่หนูรู้สึกเหนื่อยกับการทำงาน และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในชีวิต เพราะสถานะของหนูต้องย้ายห้องทำงาน ย้ายหน้างาน ทุก ๆ 1 เดือน หรือ 3 เดือน ตามแต่รอบ การย้ายทุก ๆ ครั้งก็เหมือนการเริ่มต้นใหม่ ด้านดีก็คือ หนูมีโอกาสเรียนรู้อย่างไม่จำกัด ทำให้หนูเป็นเด็กที่อ่อนน้อมมากขึ้น ปรับตัวได้เร็วขึ้น ข้อเสียคืดบางทีก็เครียด การเปลี่ยนหน้างาน เปลี่ยนหัวหน้า เปลี่ยนเพื่อนร่วมงาน หนูก็ไม่ปฏิเสธว่าบางทีหนูก็ เผลอคิด จนกลุ้มใจไปเองก็เมื่อ ในวันที่เหนื่อยล้าของหนู พอเดินผ่านข้าง ๆ กรมควบคุมโรคหนูมองเห็นต้นปาล์มต้นนี้

 

 

 

ตอนนั้นเหมือนหนูได้คำตอบจากธรรมชาติว่า ธรรมชาติมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะเห็นหรือไม่เห็น การที่จะยืนหยัดและทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะอ่อนน้อมและปรับตัวให้ได้กับบริบทที่ยืนอยู่

อย่างนี้นี่เอง ครูถึงย้ำนักย้ำหนาว่า

"ให้หัดสังเกต ให้ช่างสังเกต สิ่ง ๆ ต่างคือ ครู"

พอหนูเห็นต้นปาล์มต้นนี้แล้วใจหนูสว่าง โล่งใจสบาย เหมือนได้คำตอบของความเปลี่ยนแปลง และยอมรับมัน

ขอบพระคุณนะคะครู ที่เมตตาปลูกฝังสิ่งดี ๆ ให้หนูเสมอมา อ.ตือ ท่านก็บอกหนูบ่อยครั้งว่า ให้ละเอียดหน่อย ให้ช่างสังเกต แล้วเราจะได้อะไรอีกเยอะ อย่างนี้นี่เอง