...ลองใช้จังหวะของ คนอื่นในการดำเนินชีวิตบ้าง ...

 

 

     ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลนี้จากเพื่อน…ชอบใจมากมายจนอดที่จะนำมาแบ่งปัน กัลยาณมิตรใน GTK ไม่ได้...อยากให้ลองอ่านดูนะคะ

 เรื่องของคุณธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น: วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

 

      ผมมีลูกสาวตัวเล็กๆ น่ารักสองคน คนโตชื่อ โมเนต์ อายุห้าขวบกว่า ๆ คนเล็กชื่อเมนิ อายุสี่ขวบ กำลังอยู่ในวัยอ้อนพ่ออ้อนแม่  ไม่รู้ว่าใครติดใครกันแน่ รู้แต่ว่าผมต้องพยายามกลับบ้านให้ทันก่อนสองสาวนอนหลับเกือบทุกวัน เสาร์อาทิตย์ก็ตัวติดกันตลอด

 
         คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็มักจะนึกถึงแต่ว่าจะสอนลูกให้เป็นคนยังไง ให้มีน้ำใจ ไหว้สวย ไม่งอแง นึกอะไร ออกก็พยายามสอน ก็ไม่ค่อยได้นึกว่าจะเรียนรู้อะไรจากลูกได้ เพราะลูกยังเด็กยังเล็กอยู่ แต่ด้วยความ ที่อยู่ด้วยกันตลอด มีบ่อยครั้งที่ลูกผมพูดหรือแสดงท่าทีอะไรที่ทำให้ผมต้องหยุดคิด และทบทวนตัวเองเป็นประจำ


        เมื่อไม่นานมานี้ ผมพาเด็กๆ กับภรรยาไปเที่ยวอเมริกา ไปอยู่หลายเมือง สองอาทิตย์ที่ไปเที่ยวเป็นสองอาทิตย์ที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตผม ได้มีโอกาสตะลอนๆ ไปทั้งครอบครัวได้ผจญภัยเล็กๆ ตามที่ต่างๆ มีอุปสรรคบ้างนิดหน่อยพอเป็นน้ำจิ้ม ได้เห็นตัวเล็กทั้งสองสนุกสนานกับของเล่นบ้าง ทิวทัศน์รอบทางบ้าง เป็นความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ระหว่างทางในหลายๆ ครั้ง ผมกับภรรยาก็จะเดินดูโน่นดูนี่เป็นปกติในจังหวะก้าวย่างของเรา ก็จะได้ยิน เสียงเมนิ ลูกสาวคนเล็กบ่นปวดขา เดินไม่ทัน เหนื่อย เวลาไปเดินในที่ที่คนเยอะก็มีเผลอไปจับมือคนอื่น คิดว่าเป็นพ่อแม่บ้าง เราก็ได้แต่ขำๆ  ในตอนแรก แต่พอใช้ชีวิตด้วยกันตลอดเวลา มีจังหวะหนึ่งที่ลูกผมบ่นว่าเดินไม่ทัน ซึ่งปกติผมก็คงไม่ได้สนใจอะไร แต่จังหวะนั้นผมบอกลูกว่า เดี๋ยวจะลองเดินก้าวช้าๆ เท่าลูกดู ผมก็เลยลองเดินช้าๆ ช้ามาก เพราะลูกผมยังเล็ก ก้าวได้สั้นๆ และไม่ไกล ผมพยายามเดินในจังหวะของลูก ช่วงแรกๆ ก็อึดอัดนิดหน่อยต้องก้าวเท้าถี่ๆ สั้นๆ แต่พอลองบ่อยๆ เข้า ผมก็เริ่มมองเห็นมุมของเขาว่า ทำไมเขาถึงเดินไม่ทัน ปวดขา หรือเหนื่อย เวลาเดินจังหวะผู้ใหญ่ พอเริ่มเห็นมุมแปลกๆ ของเด็ก ผมก็เลย  ลองพยายามย่อตัวลงให้เท่าลูก ในมุมที่เรามองเงยหน้าขึ้นไป ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ในสายตาเขาเหมือนยักษ์ที่อยู่สูง มองไม่ค่อยถนัด ถึงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงจับมือคนผิดอยู่เรื่อยเวลาคนเยอะๆ หลังจากนั้น ผมก็พยายามเดินช้าลงให้ได้จังหวะของเขา พยายามย่อตัวเวลาคุยกับลูก ลูกผมก็ดูจะสนุกขึ้น อารมณ์ดีขึ้นและชอบมากเวลาพ่อย่อตัวคุยด้วย  ลูกผมสอนให้ผมรู้จักสนใจจังหวะของคนอื่น

 
ลองใช้จังหวะของ  คนอื่นในการดำเนินชีวิตบ้าง ชีวิตของ คนทำงาน หลายๆ ครั้งก็พยายามบงการให้คนอื่นเดินจังหวะเรา ไม่ได้เอาใจเขามาใส่ใจเรา พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็จะพยายามลองสังเกตจังหวะคนอื่นดูทุกที”


       ที่ดิสนีย์แลนด์ ช่วงเที่ยงๆ ผมกับโมเนต์ลูกสาวคนโตไปต่อคิวยาวเหยียดเพื่อซื้ออาหารกลางวัน รอตั้งสิบกว่านาที อยู่ดีๆ ก็มีแม่ลูกตัวอ้วนๆ คู่นึงทำเนียนมาแซงคิวเอาโค้งสุดท้ายข้างหน้าผม คงเห็นว่าเราหน้าเอเชียดูใจดี ก็เลยเบียดซะอย่างนั้น ผมก็เลือดขึ้นหน้า โมโหสุดๆ กำลังจะโวยวายด้วยความฉุนก่อนจะโวย ก็บอกโมเนต์ เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าพ่อจะต้องโกรธเพราะอะไร โมเนต์สะกิดแขนผมแล้วทำหน้าชิลล์มากๆ บอกผมว่า "พ่อขา เขาอาจจะรีบก็ได้นะพ่อนะ" ผมอึ้งไปพักใหญ่ ในหัวหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ดีใจที่ลูกมองโลกในแง่ดีแบบนี้ แถมรู้สึกตัวเองแย่มากๆ ที่ต้องให้ลูกสอนการมองโลก การให้อภัย ระหว่างรอแถว

 
         ผมนึกถึงเพลงอื่นๆ อีกมากมายของวงเฉลียงอยู่ในหัว เด็กหนีไม่ยอมเรียน โดดเรียนเพราะเหตุใด ใครตอบได้ไหม เด็กไปเพราะใจเบ่ง แม่ให้ไปขายของ ครูสอนไม่ดีเอง เด็กรักเป็นนักเลง อื่นๆ อีกมากมาย 


       เมื่อวันก่อน ผมพาเด็กหญิงสองคนไปทำฟัน คุณหมอตรวจเจอว่าโมเนต์ฟันผุ ต้องอุดฟันน้ำนม คุณหมอก็เลยทำการอุดให้ เราก็คอยบอกโมเนต์ว่าถ้าเจ็บให้ยกมือขึ้น เพราะอุดฟันเด็กห้าขวบ โดนเหงือก โดนปาก เด็กคงต้องเจ็บน่าดู ตลอดการอุดฟัน ผมก็ถามเป็นระยะว่าเจ็บรึเปล่า โมเนต์ไม่ยกมือว่าเจ็บเลยซักครั้ง ผมก็นึกว่าคงไม่เป็นไร อุดเสร็จ เรียบร้อยก็กลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้าน ผมก็ถามลูกว่า อุดฟันเจ็บมั้ย โมเนต์บอกว่า เจ็บมากเพราะโดนเหงือก
       ผมก็ถามต่อด้วย ความสงสัยว่าทำไมไม่ยกมือ หรือร้องล่ะ โมเนต์บอกสั้น ๆ ยิ้มอาย ๆ  "หนูอดทน อยากให้พ่อดีใจ"

                       หนูสอนพ่อเยอะเหลือเกิน...

 

อ่านแล้วนั่งยิ้ม นอนก็ยังยิ้มอยู่นาน ให้นึกได้ต่อไปว่า...

หากเรารู้จัก “เดินในจังหวะของคนอื่น” หรือลอง “ย่อตัว” ลงไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคนอื่นที่อยู่รายรอบตัวเราบ้างแล้ว...

 เราจะพบว่า...โลกนี้มีสิ่งงดงามมากมาย ไม่โดดเดี่ยวสักหน่อยเลย...

         เพราะการที่เราเข้าใจคนอื่นได้ดีขึ้น มากขึ้น ง่ายขึ้น นั่นเพราะเราได้ลองคิด พูด ทำแบบคนอื่น (หลายครั้งที่เรามักจะตั้งคำถามกับการกระทำของคนอื่น) จะทำให้เรายอมรับและเข้าใจความรู้สึก นึกคิดของคนอื่นได้อย่างถ่องแท้ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง...อย่างแท้จริง

 

“จังหวะชีวิต” ของแต่ละคนย่อมแตกต่าง หลากหลาย...

 

       เราควรจะยอมรับ เปิดใจ ให้อภัย ชื่นชม ยินดี ร่วมกันไปกับจังหวะชีวิตของคนที่รายรอบตัวเรา...พร้อม ๆ กันไปกับการรักษาจังหวะชีวิตของตัวเองให้มั่นคง สอดคล้องกับจังหวะของคนอื่น สังคม และโลก...

 

...ลองแบ่งปัน "จังหวะชีวิต" ร่วมกันกับคนอื่นบ้าง...จะดีไหม...

 

แค่นี้...ก็มีความสุขมากมายแล้ว...จริงไหมคะ

                                   (^___^)