การนอนมาก พักผ่อนมาก ไม่ได้ทำให้เราทำงานได้มากตามความคิดหรือสิ่งที่เราเคยรู้เลย
การนอนมาก ถึงแม้ว่าจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อน แต่...การนอนมากนั้นทำให้ “จิตอ่อนแอ”
การเพิ่มขึ้นของกำลังกายร้อยส่วน ไม่เทียบเท่ากับการเพิ่มขึ้นของกำลังจิตหนึ่งส่วน
เช่นเดียวกัน
การเพิ่มขึ้นของกำลังกายจากที่เราคิดว่าได้การนอนมากเท่าใดนั้น ก็สวนทางกับกำลังจิตที่อ่อนแอลง “อ่อนแอเพราะแพ้กิเลส”
การแพ้กิเลสหนึ่งส่วน ทำให้พลังในร่างกายลดน้อยไปร้อยส่วน ลดน้อยทั้งในทางตรงคือเรี่ยวแรงหดหาย เนื่องจากไม่ได้ออกกำลังกาย นอนมากไม่ได้ลุกขึ้นมาทำงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ่อนกำลังและขาดพลังเมื่อต้องเจอ ต้องสู้กับกิเลสในสังคมที่มารุมเร้า
ดังนั้น การนอนมาก จึงส่งผลเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง กล่าวคือ ร่างกายไม่ได้กำลังมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายต้องสูญเสียกำลัง เครียด อ่อนล้าเมื่อเจอกิเลสและตัณหาเข้ามากระแทก สมองล้า อ่อนแรงลงไปตาม ๆ กัน
ความขยันเพิ่มสูงขึ้น เพราะจิตใจแข็งแรงขึ้น จิตใจแข็งแรงขึ้นเพราะมีพลังมากขึ้น พลังที่มากขึ้นเพราะ จิตใจสามารถเอาชนะกิเลส เอาชนะความขี้เกียจ ขี้คร้าน หรือที่เรียกว่า “นิวรณ์” ได้
วันไหนนอนมากยิ่งขี้เกียจมาก วันไหนนอนน้อยความขยันกลับเพิ่มสูงขึ้น

บันทึกนี้คือความรู้ที่ได้รับจากการปฏิบัติด้วยชีวิต ในบันทึกชุด "เมื่อไม่ได้นอน..." จากบล็อก Baby R2R
สวัสดีค่ะ
มาอ่านเรื่อง นอน อิอิ ถึงว่า เวลานอนมากๆถึงได้รู้สึกเพลียๆจัง
แต่ถ้านอนน้อยร่างกายก้ไม่ไหวอีกนะค่ะ
ฉะนั้น เราก็ควรพักผ่อน ให้เพียงพอ และพอดีนะค่ะ
ขอบคุณ สำหรับเนื้อหาดีๆค่ะ...
เรื่องลุก เรื่องตื่นนอน เราต้องเอาชนะให้ได้ ถ้าเราเอาชนะความขี้เกียจจากการนอน หรือละซึ่งการติดสุขจากการนอนได้ จิตของเราจึงมีพลัง
เรื่องดีๆ อย่างนี้คนจำนวนหนึ่งยังไม่เข้าใจ เข้าไม่ถึง หรือไม่ยอมรับ แต่ความจริงเป็นอย่างนี้แหละ ขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงที่มีเรื่องดีๆ มาให้ติดตาม
นมัสการ พระอาจารย์ ครับ
การภาวนาคืออะไร...? คำตอบสำหรับคำถามนี้เป็นสิ่งที่ค้างคาใจนักปฏิบัติมามากหลาย
ต่างคนก็ต่างตีความ ตีความตามที่ตนเคยได้สัมผัสและปฏิบัติมา
การภาวนานั้นเป็นการปฏิบัติที่ครูบาอาจารย์ใช้เทคนิคการสอนแบบยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) ซึ่งนั่นก็แล้วแต่ว่าจริตของแต่ละคนแต่ละท่านเป็นอย่างไร
บางคนท่านก็ให้ขึ้นเขาทางตรง บางคนท่านก็ให้ขึ้นเขาทางอ้อม บางคนท่านก็ให้เก็บผัก ฝ่าฟืนอยู่ตีนเขา ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นคือ “การภาวนา...”
แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร การภาวนาที่เรียกว่าถูกต้องและถูกทางนั้น จักต้องมุ่งที่จะลดซึ่งกิเลสและตัณหา ตัดความโลภ ความโกรธและความหลง
ถ้าหากเราได้ภาวนา แล้วทางนั้นพบว่า ความโลภเราลดลง ความหลงเราลดลง ความโกรธเราลดลง นั่นเรียกได้ว่ามาถูกทางแล้ว
แต่ถ้าหากเราภาวนาแล้ว กิเลสมากขึ้น อยากได้นิมิต อยากเห็นผี เห็นเทวดา หรือแม้กระทั่ง “อยากสงบ” อยากมีความสุข นั่นก็เรียกได้ว่า มาผิดทางแล้ว
การภาวนาคืออะไรท่านทั้งหลายต้องพิจาณาจากการปฏิบัติตามจริตของตนเอง
การภาวนานั้น จำกัดความจากการคิด การอ่านนั้นไม่ได้
การภาวนานั้น ต้องจำกัดความจากการปฏิบัติ และต้องเป็นการปฏิบัติด้วยตนเอง
เพราะว่าการภาวนานั้นเป็น “สันทิฏฐิโก” คือ เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เพราะว่าการภาวนานั้นเป็น “ปัจจัตตัง” คือ เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
ไม่ว่าการภาวนาจะเป็นอะไร คืออะไร จุดมุ่งหมายนั้นคือความผ่องใสแห่ง “นิพพาน...”
กราบขอบพระคุณครับ
มาเรียนรู้ครับ เรื่อง "ภาวนา" นี้ดีมีประโยชน์ต่อผมมาก ขอบคุณครับ
ภาวนาเป็นคำว่า นิพพานัง สุขัง ได้หรือไม่
ขอบคุณครับ