จากการไปสัมมนาที่เมืองปักกิ่งประเทศจีน ได้พบเห็นทุกอาคารหรือตึกใหญ่ๆ ร้านอาหาร บ้าน ที่ทำการต่างๆ จะพบว่ามีรูปปั้นแกะสลักปีเซียะอยู่หน้าร้านหรือในร้าน มองเห็นได้ตลอดทางและไม่เว้นแม้แต่คนขับรถก็แขวนหน้ารถหรือห้อยคอ โรงแรม วัด บ่อนการพนัน และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ก็จะนำปีเซียะมาต้อนรับทั้งนั้น จะพบว่าปีเซียะได้รับความนิยมมากรวมทั้งในเมืองไทยเองก็ได้มีหลายวัดสร้างปีเซียะ ขึ้นมาบูชาเหมือนกัน
คนโบราณเล่ากันว่า ในต้นราชวงศ์ “ชิง” (ราชวงศ์แมนจู) เมื่อยุคเฉียนหลงฮ่องเต้ ครั้งยังเป็นราชทายาทเรียกว่า องค์ชายสี่ ขณะที่ตามองค์ฮ่องเต้เข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ เกิดพลัดหลงกับขบวนของฮ่องเต้ ไปพบนักพรตท่านหนึ่ง ท่านได้นำปีเซียะมาถวาย โดยกำชับว่าให้หมั่นดูแลทะนุถนอม ปีเซียะจะคุ้มครองปกป้องภัยและส่งพลังให้ขึ้นสู่บัลลังก์ ซึ่งองค์ชายสี่ก็ปฏิบัติตาม จนได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์จึงพระราชทานยศตำแหน่งแก่ปีเซียะว่าเทียนลู่ (บารมีแห่งสวรรค์) และอยู่คู่เฉียนหลงฮ่องเต้ตลอดรัชสมัย 60 ปีที่ครองราชย์ ซึ่งนับว่าเป็นการขึ้นครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน คนจีนเลยนับถือปีเซียะตั้งแต่นั้นมา

ปีเซียะเป็นมังกรตัวที่ 9 ลูกสุดท้อง ประจำยุค 8 ( พ.ศ.2547- 2566) ปีเซียะ มีชื่อเรียกหลายชื่อ คือ กวางสวรรค์ เดิมชื่อ เทียนลก แต่ไม่ค่อยนิยมเรียกส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อจีนกลางคือ ปีเซียะ คนแต้จิ๋วเรียกว่า ผีซิ่ว คนกวางตุ้งเรียกว่า เพเย้า ส่วนชื่ออื่นคือ เถาปก ผูปอ ตามตำนานจีน ปีเซียะเป็นราชบุตร องค์ที่เก้าของพญามังกรสวรรค์ มีหลายชื่อขึ้นอยู่กับสถานที่พบเห็น เช่น เผเย้า อยู่บนสวรรค์ ผีซิ่ว อยู่บนโลกมนุษย์ พีแคน อยู่ในมหาสมุทร
ลักษณะที่พบ
ปีเซียะเป็นสัตว์ตามตำนานของจีน เป็นการรวมตัวของสัตว์ 5 ชนิดประกอบด้วย สิงโต มังกร กวาง แมว นก ลักษณะของปีเซียะเป็นสัตว์ที่มีญานวิเศษ ส่วนหัวคล้ายมังกรทรงอำนาจ ลำตัวเป็นม้าศึก กรงเล็บสี่เท้าสิงโตที่ทรงพลัง มีเขามีหนวดใต้คาง หน้าแหงน อกตั้ง มีหางแมวที่ศักดิ์สิทธิ์ มีปีก 2 ข้างตั้งแต่อกแนบติดลำตัว หางใหญ่ หน้าดุมาก คึกคะนอง สง่างาม สัตว์ทั้ง 5 ชนิด

พญามังกร (หลง) = ราชาแห่งสัตว์ที่ทรงอำนาจที่สุดในสวรรค์
สิงโต (ซือจื่อ) = ราชาแห่งสัตว์บนพื้นพิภพ ทรงพลังปราบสิ่งชั่วร้ายทั้ง
ปวง และเป็นพาหนะของพระโพธิสัตว์มัญชุศรี
พญาอินทรี(อิง) = ราชาแห่งสัตว์บนท้องฟ้า แข็งแกร่ง กล้าหาญ โผบินได้ทุกที่
กวาง (ลู่) = เป็นสัตว์มงคลหมายถึง ยศถาบรรดาศักดิ์ ตัวแทนแห่งความยั่งยืน ร่ำรวยพร้อมชื่อเสียง
แมว = เป็นสัตว์ตาทิพย์ มองเห็นที่มืด และสิ่งชั่วร้ายได้ หางสามารถขจัดปัดสิ่งชั่วร้ายขณะเดียวกันก็กวาดโชคลาภเข้าบ้านด้วย
ความเชื่อ ปีเซียะเป็นวัตถุมงคลที่เป็นยอดนิยมมากที่สุดในปัจจุบันพบเห็นได้ทั่วไป ได้รับศรัทธา เชื่อถืออย่างแรงกล้า ได้รับการแนะนำโดยผู้เชียวชาญด้านฮวงจุ้ย เป็นวัตถุมงคลที่ขายดีที่สุดในการขายที่เกี่ยวกับฮวงจุ้ยเนื่องจากให้คุณประโยชน์มากมาย

ลักษณะปีเซียะที่พบ จะเห็นในท่านั่งตะครุบเหรียญจีน เพื่อแสดงถึงการรักษาทรัพย์สินและโชคลาภไว้ ช่วยให้มั่งคั่ง ร่ำรวย คนส่วนใหญ่นิยมปีเซียะมากกว่ากิเลน ปีเซียะนั้นซื่อสัตย์และเชื่อฟังเจ้าของมากๆ ซึ่งให้คุณ 6 อย่าง
1. เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์สินและโชคลาภ
2. เสริมฮวงจุ้ยและเป็นสิ่งมงคล
3. ส่งเสริมความมั่งคั่งร่ำรวย
4. ป้องกันสิ่งชั่วร้ายในบ้านเรือน
5. ขจัดปีศาจและอุปสรรค์ ความยุ่งยากทั้งปวง
6. นำโชคลาภให้ไหลมาเทมาคนจีนสมัยก่อนมักเขียนภาพหรือตั้งประติมากรรมรูปปีเซียะ ไว้ตามประตูบ้าน สุสานต่างๆทั่วไป บางทีก็ประดับไว้บนหลังคาพระราชวังต่างๆ เพื่อให้มันช่วยขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลายนั่นเองซึ่งมีพลังในการกำราบสิ่งชั่วร้าย

การเลือกปีเซียะที่มีพลังดูดทรัพย์
1. การเลือกหินธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะนิยมใช้หิน Agate หรือหินโมราเพราะถือว่าเป็นหินนำโชค ตามหลักฮวงจุ้ย ราคาไม่แพง จะแตกต่างตามขนาด หยก และวัสดุที่ใช้ทำและฝีมือการแกะสลักหิน ควรซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ ไม่ควรซื้อตามข้างทางหรือแผงลอย ที่ทำด้วยพลาสติก เรซิ่น ไฟเบอร์กลาสหรือเศษหินทั่วไป ซึ่งไม่มีพลังในหิน
2. ควรเลือกปีเซียะที่มีความสง่างาม แกะได้คมชัด ไม่มีรอยร้าวหรือบิ่นแตก ถ้ามีรอยร้าวหรือตำหนิ ถือว่าพลังรั่วไหลหรือพลังตก ความสวยงามจะบอกถึงการดูดทรัพย์และมีพลัง
3. ตามหลักฮวงจุ้ยจีนอธิบายจุดเด่นของปีเซียะ ไว้ว่าต้องมีลักษณะ หัวมังกร เท้าสิงโต ลำตัวกวาง ปีกนกอินทรีและหางแมว อกใหญ่ผึ่งผาย ก้นใหญ่(เก็บทรัพย์ได้มาก) ปากต้องกว้าง แลบลิ้น (อ้าปากดูดทรัพย์ ลิ้นตวัดเงินทอง) ไม่มีรูทวาร (กักทรัพย์) หน้าตาดุร้ายน่าเกรงขาม(ขับสิ่งอัปมงคลออกไป)
4. ปีเซียะมีหลายรูปทรง 26 ชนิด เช่น เดี่ยว คู่ แม่ลูกอ่อน ไม่มีปีกแต่เพิ่มก้อนทอง หยู่อี่ เหรียญจักพรรดิ์ หรือสิ่งมงคลที่เพิ่มโชคลาภ บูชาที่บ้านหรือที่ทำงานหรือพกติดตัว

5. ถ้าจะบูชาตามฮวงจุ้ยจีนโบราณ จะนำเหรียญจักรพรรดิ 5 แผ่นดิน ร้อยตามพระนามของแต่ละราชวงศ์คล้องเชือกสีแดง ห้อยไว้ที่คอปีเซียะหรือนำเหรียญใส่ในปากก็ได้ เหรียญ 5 แผ่นดินถือว่าเป็นตัวแทนจักรพรรดิซียทรงอำนาจบารมีมั่งคั่งที่สุดของแผ่นดินใหญ่ ต้องเลือกวางปีเซียะตำแหน่งที่หันออกหน้าบ้านหรือหน้าร้านหรือทิศทางเป็นมงคล
6. ปีเซียะที่นำเข้ามา ถ้าไม่มั่นใจให้นำไปปลุกเสกที่วัดหรือหลวงพ่อที่นับถือ หรือบูชาเองที่บ้านก็ได้ที่วัดก็ได้
7. เมื่อบูชาแล้วให้หมั่นลูบส่วนหัว ทำให้บารมีดี ปัญญาผ่องใส ลูบ ท้องจะเกิดความสมบูรณ์พูนสุข ลูบหลังทำให้มีโชควาสนา ลูบบั้นท้ายมีทรัพย์มาก

ข้อห้ามสำหรับปีเซีย
1. ปีเซียะเป็นสัตว์มงคลเฉพาะบุคคล เมื่อบูชาแล้วป็นของคนนั้น ห้ามยกให้ใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นก็เหมือนว่าท่านยกโชคลาภให้คนอื่น
2. ระวังอย่าให้คนอื่นมาจับลูบคลำปีเซียะของท่าน เนื่องจากลาภเคยได้จะถูกแบ่งออกไ
3. ห้ามเดินข้ามหรือวางไว้ที่ต่ำ หรือห้องเก็บของ ห้องน้ำ
4. ห้ามพกพาปีเซียะไปงานศพ เพราะจะซึมซับพลังไม่ดี
5. ก่อนหรือหลังการเสี่ยงใดๆ ถ้ามีอาการเครียดหรือหงุดหงิดไม่สบาย ให้หยุดเสี่ยงโชคทันที เพราะท่านจะไม่มีโชค6. ห้ามลูบปากเพราะจะทำให้เก็บทรัพย์ไม่อยู่
วิธีการเปิดตาปีเซียะ
1. เมื่อเช่าปีเซียะมาแล้วต้องทำพิธีเปิดตาก่อนโดยการนำปีเซียะไปแช่ในแก้วที่มีน้ำเย็นและน้ำร้อน อย่างละเท่ากันครึ่งๆ เป็นการปรับหยิน-หยาง
2. แล้วนำปีเซียะแช่ไว้ 2 วัน ในระหว่างนี้ให้แวะไปมองหน้าปีเซียะเป็นระยะๆ เพื่อให้ปีเซียะรู้ว่า เราเป็นเจ้าของแล้วนะจะได้จำหน้าได้และรู้จักเจ้าขอ
3. เมื่อครบ 2 วันให้นำผ้าขนหนูสีขาวใหม่ๆ มาซับแล้วพูดแต่สิ่งที่มีมงคล บอกให้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์แล้ว เป็นเสร็จพิธี
การจัดวางปีเซียะ
1. ทิศที่ดีที่สุดในการตั้งไว้ในบ้านคือ ทิศตะวันออก ให้วางต่ำกว่าระดับสายตา ณ จุดที่สูงสุดในบ้าน
2. ถ้าอยากมีโชคลาภ ต้องการป้องกันสิ่งชั่วร้าย ควรวางไว้บนโต๊ะ ห้องรับแขก หรือจุดสำคัญของบ้าน จะช่วยให้มีอำนาจในการบริหารจัดการ ให้วางไว้ตั้งโต๊ะทำงานโดยวางไว้ทิศตะวันตกเฉียงหนื
3. สำหรับคนเดินทางไกลบ่อยๆ ให้ตั้งหันหน้าออกที่หน้าประตูหลัก (หรือตั้งไว้ในรถ 1 ตัว) เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและอุบัติเหตุ และเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นประสบความสำเร็จ ในการเดินทางธุรกิจ และสามารถแยกแยะคนชั่วร้าย ป้องกันไม่ให้เข้ามาทำอันตรายได้
ปัจจุบันปีเซียะที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จีน คือ ปีเซียะฮ่องเต้ ตั้งอยู่ที่หอชัยชนะ กรมศาสนา กรุงปักกิ่ง และขณะนี้รัฐบาลจีนกำลังพิจารณานำปีเซียะมาเป็นสัญลักษณ์ในการแข่งขันโอลิมปิกที่ยิ่งใหญ่ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปี 2008
ปีเซียะเป็นความเชื่อและศรัทธามาแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยม เริ่มจากประเทศจีนและก็กระจายไปประเทศอื่นๆรวมทั้งไทยด้วย เรื่องราวความเป็นมาน่าสนใจและจะพบสดุดตามากในทุกแห่งของปักกิ่ง ดังนั้นจึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในคนที่สนใจเลยนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
สวัสดีค่ะ
ได้ความรู้มากเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ sasinanda
ขอปรึกษาหน่อยนะค่ะ พอดี น้องอยากได้ ผีซิ่วบูชา จะหา บูชาจากเว็บ ก็ไม่มั่นใจ พอดี ข้างบ้าน เป็นคนประเทศจีนว่าจะฝากเค๊า บูชามาให้ เลย พี่ว่า ที่เมืองจีนที่ไหน มีบูชาบ้างค่ะ ราคาประมาณเท่าไร ของไทย ที่ไม่สูงมาก พี่พอรู้รึเปล่าค่ะ แต่ถ้าหากเรา ได้มา แต่เป็น หิน อะไรเราก็ไม่สามารถรู้ได้ แต่เราศัรทธาด้วยใจ จริง จะส่งผลให้ รึเปล่าค่ะ แล้วส่วนผีซิ่วที่ห้อยติด ตัว หรือ ห้อย คอใส่อาบน้ำได้มั๊ยค่ะ อีกข้อนะค่ตอนนี้ได้ผีซิ่วจากเพือนแต่คงซื้อจากแผง ต่างๆ เค๊าแกะสลักไม่สวยเอาเสียเลยปากอ้าแต่หินติดกัน อันนั้นไม่ศักดิ์สิทธ์ใช่มั๊ยค่ะ จะเอาเก็บไว้เฉยๆ ไม่ต้องไหว้ไม่ต้องพูดคุยก็ได้ ใช่มั๊ยค่ะ รบกวนหน่อยค่ะ ขอบคุณพี่มากนะค่ะ
โทษที่ค่ะ ถามผิดคน ว่าจะถามพี่ ผึ้งงานนะค่ะ รวบกวนหน่อยนะค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณธนัญญา
ขอบคุรค่ะ พี่ ผึงงานที่บอกน้องจนหายสงสัย
ผมก้อไปเมืองจีนมาเหมือนกัน ที่ปักกิ่ง แต่เค้าไม่เห็นบอกว่าวิธีเปิดตาทำแบบนั้น ที่ขายปีเซียะที่เมืองจีนเป็นของรัฐบาลประเทศจีนเองขายเอง เค้าบอกว่าวิธีเปิดตาให้เอาตาทั้งสองก้อคือต้องหน้าปีเซียะนี้แหละจุ่มลงน้ำเกลือที่ผสมเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 8 นาที แล้วนำขึ้นมาบอกว่าต่อไปนี้เราคือเจ้านายของเธอน่ะ ขอให้เธอนำเงินนำทองนำโชคนำลาภ มาให้แก่ฉันซึ่งเป็นเจ้าของเธอน่ะ แล้วตั้งหน้าให้หันออกไปทางหน้าร้าน
อยากสอบถามว่าการบูชาผีซิ่วบูชาด้วยอะไร..แล้วต้องบูชาอะไรเป็นพิเศษมัยสำหรับวันสำคัญ…ช่วยตอบด้วยคับ
สวัสดีค่ะคุณหมูสนาม
ถ้าบูชาควรบูชาเป็นคู่หรือเดียวครับ
ผมเดียวครับหรือควรไปหาให้ครบคู่หละครับ
พอดีผมได้ยินมาว่าผีซิ่วนั้นมีผู้หญิง ผู้ชายด้วยอะครับ
ขอความกระจ่างหน่อยครับผม
สวัสดีค่ะคุณโน๊ต
ขอบคุณครับผม
ได้ความรู้เยอะขึ้นครับ
แต่อยากทราบเพิ่มเรื่องเหรียญจักรพรรดิ 5 แผ่นดินนะครับ
ผมไม่แน่ใจเรื่องราชวงศ์ไหนบ้างอะครับ
เพื่อหามาแก้เคล็ดบ้าง
สวัสดีค่ะคุณ โน๊ต
เก็บไว้ติดตัวดีไหมครับ
สวัสดีครับผมพึ่งไปปักกิ่งมา พอดีคณะทัวร์ผม ไม่ได้พาไปซื้อ เผ่เย้า(ปี่เซี๊ยะ) ที่ประตูชัยหรือวัดลามะเลย เค้าพาผมไป ร้าน ๆ หนึ่งจำชื่อไม่ได้ร้าน(เหมือนโรงงาน) ทางไปด่านกำแพงเมืองจีนชานเมืองปักกิ่งอ่ะครับ(ในนั้นตามทางเดินมี ชุดหยก ของฮ่องเต้ หรือ อะไรซักอย่าง โชว์ด้วยครับ) แต่เค้าบอกว่า หยกหรือ ผลิตภัณฑ์ที่นี่ จะได้รับใบ การันตี รองรับ จากรัฐบาล(ไม่รู้จริงเป่า) ผม ก็ ซื้อ เผ่เย้ามา ขนาด ลำตัวยาว ประมาณ2นิ้ว สุง1นิ้ว กว่าๆ หยก สีเขียวออกคล้ำๆ ราคา 2580 หยวน คิดเป็นเงินไทย ก้อ หมื่นกว่าบาท แต่ เค้าไม่ได้บอก อะไร หรือวิธีอะไรเลย ครับ พอผมกลับมาเมืองไทย พี่ที่รู้จัก เค้าบอกว่า เค้าซื้อที่ประตูชัย แค่2500 บาท เอง และ ที่นั่น เค้าบอกว่า ปลุกเสก มาเรียบร้อย แล้ว เค้าแนะนำ วิธี การ เบิกเนตร อีก คือ นำมาแช่น้ำเกลือ แล้วใช้ใบส้มโอ8ใบแช่ไปด้วย แช่ ไว้ซัก(กี่นาทีจำไม่ได้) และ เอาผ้าแดงคลุม หยิบบ เผ่เย้าขึ้นมา แล้วเช็ดๆ หัน หน้ามาหาเรา เปนอันเสร็จพิธี ผม จึง อยาก ถาม พี่ ผึ้งงาน หรือพี่คนอื่นๆว่า..
..ต่อ..
1.ที่ผมได้มานั้นจะเป็นของแท้แน่นอนมั้ยครับ(แต่มีใบรับรองเป็นเรื่องเป็นราว บอก ลักษณะ และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ของ ชิ้นงานชิ้นนี้พร้อมรูปถ่ายด้วยนะครับ)
2.ผมได้ของแพงมั้ยอ่ะ เพราะเค้าไม่ลดเลย ได้แต่แถม หยกน้ำเต้า ใช้ คล้องแขน กะอีกอักนึน หยก กลมๆ
3.ไกด์จะหลอกผม ให้ซื้อมั้ยอ่ะ เปนไกด์จีน นะ แต่พูดไทยได้ บ้าง (แต่ผมก็ทราบว่า ไกด์ ต้องได้ เปอร์เซน อยู่แล้ว)
4.ผมต้องไปปลุกเสก อะไรก่อนมั้ยครับเพราะเค้าไม่ได้บอกเลยว่า ปลุกเสกมาหรือยัง และไม่บอกวิธีด้วย แล้วผมต้องปลุกเสก วิธีไหน มีเยอะเหลือเกิน หรือ แค่ จุดธูป เหมือน ที่ แนะนำข้างต้น ก้อพอครับ
5.แล้วเบิกเนตร ควรเลือกใช้วิธีไหนดีครับ
6.ถ้าผม มีโอกาส ไป จีน ที่อื่นๆ ผมจะบูชา มาเพิ่มได้มั้ย คือแบบว่า อาจเอาเก็บไว้ที่บ้าน ที่ทำงานไรงี้อะครับ
ป.ล. ที่ผมซื้อมานั้นเพราะผมเห็น แล้ว ชอบ จริงๆ ถึงซื้อมาครับ แต่ ทำไมมันแพงกว่าที่คนอื่นซื้อมาอ่า(หรือ มันแล้วแต่เนื้อหยกครับ) ขอบคุณมากครับ..
สวัสดีค่ะคุณ ต.โต้ง
สวัสดีค่ะคุณหมิง