"ก๋อย" ก็คือ "กลอย" นั่นเองค่ะ

     "ก๋อย"  เป็นภาษาถิ่นเหนือ  ใช้เรียก  "กลอย"   ซึ่งเป็นพืชไม้เถาเลื้อยประเภทแป้ง อยู่ในวงศ์ Dioscoreaceae   มีชื่อว่า Dioscorea hispida  คนเรารู้จักนำหัว (ราก, root vegetable) ของมันมาทำเป็นอาหารนับหลายชั่วคนแล้ว  แต่หัวกลอยนั้นมีสารพิษที่เรียกว่า Dioscorine อยู่ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะนำมาทำเป็นอาหารต้องขจัดสารพิษออกให้หมดก่อน   สมัยก่อนนิยมนำไปแช่ไว้ในธารน้ำไหลเป็นเวลา 1 คืน หรือนานกว่านี้ ในยามเกิดข้าวยากหมากแพง ก็ยังรับประทานหัวกลอยแทนข้าวได้ 

 

     เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นของ "ก๋อย" กันแล้ว  เรามาทำความรู้จักกับผู้อยู่เบื้องหลังของการนำ "ก๋อย"  มาเป็นอาหารกันค่ะ

ป้าบัว  สายเนตร  ซึ่งคนในหมู่บ้านสุขสวัสดิ์  ตำบลแม่ถอด  อำเภอเถิน  จังหวัดลำปาง  ยกให้ป้าบัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องของ "ก๋อย"  ค่ะ

 

 

       ...ทีนี้ก็ได้เวลาเตรียมตัวออกเดินทาง  ตามติดชีวิตของ...ก๋อย  กับป้าบัว  สายเนตร  กันล่ะค่ะ

 

 

ป้าบัว  พาเราเข้าไปในป่าของหมู่บ้านค่ะ  ป้าบอกว่าป่าแถบนี้จะมี "ต้นก๋อย"  ขึ้นเยอะ  เราจึงต้องเดิน  เดิน  เดิน และก็เดิน 

 

 

 

เดินไปได้สักพักใหญ่ๆ  ในที่สุดก็หาเจอล่ะค่ะ  "ต้นก๋อย"  ที่เราตามหามาตั้งนาน  "ต้นก๋อย"  จะมีลักษณะเป็นไม้เลื้อยค่ะ  ใบใหญ่ๆ หน่อย  เมื่อพบเป้าหมายแล้ว  ป้าบัว  ก็ทำการขุด  ขุด  ขุด  และก็ขุดค่ะ 

 

 

 

หน้าตาของ "หัวก๋อย"  หรือ "หัวกลอย"  ค่ะ  จะมีขนยาวๆ ขึ้นรอบหัวเลยค่ะ  (ลักษณะเหมือนคนมีผมขึ้นห่างๆ เลย อิอิ)

 

 

 

เมื่อได้ "หัวก๋อย"  มาแล้ว  ก็นำมาปอกเปลือกออกให้หมดค่ะ 

 

 

 

 เสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาด  ก็ถึงขั้นตอนที่ป้าเรียกว่า  "ฮ้อ"  ค่ะ  ลักษณะเหมือนการไสน้ำแข็งค่ะ (อันนี้ข้าพเจ้าคิดเองนะค่ะ)  "ก๋อย"  ก็จะออกมาเป็นแผ่นๆ ค่ะ

 

 

 

นำ "ก๋อย" ที่ได้ไปแช่น้ำไว้ประมาณ  4-5  คืน  ป้าบอกว่าก๋อย มีสารพิษที่จะทำให้เมาได้  ต้องบีบเอาน้ำเมาออกให้หมดก่อนจึงจะนำมากินได้ค่ะ 

 

     เทคนิคของป้า ที่จะพิสูจน์ว่า "ก๋อย" หมดพิษหรือยัง  คือนำ "ก๋อย" ที่แช่น้ำไว้แล้วมา "ปิ้ง" ค่ะ  ถ้ามันยังมีเสียงแตกดัง "แต๊บ แต๊บ"  แบบนี้ ป้าว่าต้องแช่น้ำต่ออีก  จนกว่าจะไม่มีเสียงดังค่ะ 

 

 

หลังจากผ่านการพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว  ก็นำ "ก๋อย"  มาหมักไว้อีกประมาณ 1  อาทิตย์ค่ะ (ถ้าต้องการเก็บไว้นานๆ สามารถนำ "ก๋อย" ที่หมักได้ที่แล้ว  ไปตากแห้งได้ค่ะ)

 

     .....1 อาทิตย์ผ่านไป  ไวเหมือนโกหก  อิอิ....เราก็สามารถนำ "ก๋อย"  มานึ่งกินได้แล้วค่ะ  โดยนำมานึ่งกับฟักทอง  หรือกล้วย ก็ได้ค่ะ  สุกแล้วก็โรยหน้าด้วย น้ำตาลกับมะพร้าว  อยากบอกว่า "ลำ" ขนาดค่ะ "ลำ"  จนหายเหนื่อยเลย (ซึ่ง "ลำ"  ภาษาเหนือ  แปลว่า "อร่อย" ค่ะ)  

 

 

เป็นงัยค่ะ หน้าตาของ "ก๋อย"  น่ากินป่ะค่ะ  

 

 

     ที่ตั้งใจเขียนบันทึกนี้ไว้ เพราะหลายคนอาจยังไม่รู้จัก "ก๋อย"  และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  "ก๋อย" อาจสูญหายไปแล้วก็ได้  ส่วนคนทำก๋อยในหมู่บ้าน  นอกจากป้าบัว    สายเนตร  แล้ว  ก็ไม่มีใครทำอีก  ป้าบัวเล่าว่า  สมัยก่อนหลายครอบครัวก็กินก๋อยแทนข้าวด้วยค่ะ 

 

 

     ปิดท้ายด้วยภาพต้นไม้สวยๆ ที่เจอระหว่างทางไปตามหา "ก๋อย" ค่ะ  (มีคนถามด้วยว่ามันคืออะไร  ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ  เห็นสวยดีก็เลยเก็บภาพมาฝาก  ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะค่ะ) 

 

     ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ  ป้าบัว  สายเนตร  ที่เล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง และให้เราร่วมเดินทางไป ตามติดชีวิต...ก๋อย ด้วยกัน    ขอบคุณข้อมูลที่นำมาอ้างอิงจาก  วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี  และที่สำคัญที่สุด  ขอบคุณบ้านสุขสวัสดิ์  ที่ยังมี "ก๋อย" ให้เราได้กินกันค่ะ 

 

 

แล้วพบกันใหม่ค่ะ

กอหญ้า...