เห็นว่าเวียงจันทน์ฮ้างเซาๆอย่าฟ่าวว่า มันอี่โป๊บาดหล่ามักแตงช้างหนวยป๋าย

เดือนสามคล้อยคอยฟังเสียงมั่งอี่มั่งหม่วน

เดือนสี่คล้อยปลายแคนน้อยก่ายกัน

ไหลหลั่งเข้าเวียงแก้วฮุ่งเฮือง

ให้คืนมาสร้างเมืองทองให้เฮืองฮุ่ง

เมืองทองฮุ่งแล้ว เมืองแก้วฮุ่งนำ

ออยเอาซ้างเอาม้าให้มากินหญ้าสามใบกับยอด

เกิ่งเดิ่งหางมองไทไกลเอย เข่า(ข้าว)ใส่แล้วแม่นไผสิซ่อยต๋ำ

ต่อไปนี้ให้ชุ่มเจ้าละวางเชือกอ้องไว้ปลายคันนา........

......

เห็นว่าเวียงจันทน์ฮ้างเซาๆอย่าฟ่าวว่า

มันอี่โป๊บาดหล่ามักแตงช้างหนวยป๋าย

เดี๋ยวนี้กำลังเป็นผักหมเหี้ยนกลางทางอย่าฟ้าวเหยียบย่ำ

หากมันทอดยอดขึ้นยังสิได้ก่ายเกิน

(จำได้ไม่หมดครับ )

“””””

เมืออาทิตย์ที่แล้วน้องเกด(ศิรดา)นักศึกษา ป.โทจากม.ศิลากร เมลมาขอให้ผมบันทึกเล่าเรื่องการเสริมพลังชุมชนโดยการปลุกจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์ กับแกนนำชุมชนตำบลบ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ลปรร.ของกลุ่ม COP “การจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น”(มีท่าน อ.ไพบูลย์  วัฒนศิริธรรมเป็นที่ปรึกษากลุ่มนี้)และผมเองก็มีงานวิจัยส่วนตัว(เล็กๆ)ที่นั่นด้วย

พี่สุเทพคะ
 
เกดสนใจประโยคที่พี่สุเทพพูดให้ฟังที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นเวียง ที่เป็นภาษาอีสาน (หรือภาษาลาวเวียงคะ)
 
ตามความหมายที่พี่สุเทพเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการฟื้นเวียงซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ติดตัวคนไม่ใช่อยู่ที่พื้นที่ดั้งเดิม
 
รบกวนพี่สุเทพช่วยเขียนกลับมาอีกครั้งนะคะ เกดรู้สึกว่ามันมีพลังดี และจะขออนุญาตินำมาใช้ในการวางกรอบแนวคิดในงานวิจัยต่อไปคะ
 
ขอบคุณคะ
เกด

น้องเกด(ศิรดา)นักศึกษา ป.โทจากม.ศิลากรสนใจจะทำวิทยานิพนธ์ในเรื่องการ “ฟื้นเวียง”โดยการจัดทำพิพิธภัณฑ์“ฟื้นเวียง”  จากตำนานพื้นเวียง(ตำนานเวียงจันทน์)และคำทวย(ทำนาย)ฟื้นเวียงสู่ยุทธศาสตร์การ "ฟื้นเวียง"

น้องเกศสนใจให้ผมเขียนในเรืองที่ผมได้เล่าจากตำนานพื้นเวียง(ตำนานเวียงจันทน์)และคำทวย(ทำนาย)ฟื้นเวียงสู่ยุทธศาสตร์การ "ฟื้นเวียง"สู่แกนนำชุมชนตำบลบ้านเลือก เมื่อตอนเริ่มกระบวนการ“การจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น”เมื่อปีก่อน โดยครั้งนั้นเราเริ่มจากการสืบค้นประวัติศาสตร์ของชุมชนครับ ทั้งนี้ชุมชนได้ฟื้นประวัติความป็นมาชุมชนบ้านเลือกดังนี้ครับ

 เมื่อครั้งสมัยกรุงธนบุรีในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะดำรงพระอิสริยยศตำแหน่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้เดินทางยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทน์ แห่งอาณาจักรล้านช้าง(พ.ศ.2321)และได้กวาดต้อนชาวเวียงจันทน์ให้มาอาศัยอยู่บริเวณชุมชนแห่งหนึ่งในเขตเมืองราชบุรี ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์มอญและอพยพโยกย้ายกลุ่มชาติพันธุ์มอญไปอาศัยบริเวณชายน้ำแม่กลองตั้งแต่นั้นมา

  ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จประพาสบริเวณชุมชนแห่งนี้ ซึ่งชาวชุมชนแห่งนี้เป็นชาวชุมชนที่มีความเก่งในวิชาชีพการเลี้ยงม้า โค กระบือไว้ใช้งานและเป็นเครื่องบรรณาการแก่เจ้านายชั้นสูง พระองค์ทรงเห็นว่าม้าจากชุมชนแห่งนี้เป็นม้าที่มีลักษณะดี สวยงาม เหมาะสำหรับเป็นม้าศึกหรือม้าสำหรับใช้ในราชการงานทั่วไป จึงทรงคัดเลือกม้าจากชุมชนแห่งนี้ และเพื่อเป็นอนุสรณ์ความดีของชุมชนแห่งนี้ จึงได้มีการขนานนามชุมชนแห่งนี้ว่า “ชุมชนบ้านเลือก” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา(แม้กระทั่งจนถึงทุกวันนี้ ในรัชกาลปัจจุบันพระโคที่ใช้ในประเพณีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญก็ใช้พระโคจากที่นี่ครับ)

ผมได้ตอบน้องเกดไปทางเมลดังนี้.....
น้องเกดครับ ในครั้งนั้นในช่วงแรกๆของการพูดคุย  พี่คุยชาวบ้านถึงประวัติความเป็นมาของคนบ้านเลือกว่า พวกเขาได้รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากไหนแน่นอนตามประวัติความเป็นมาชุมชนของพวกเขารู้ชัดเจนแล้ว ในการลปรร.พี่ได้ตั้งคำถามกับแกนนำ   เป็นคำถามเชิงAI_สุนทรียสาธก(การค้นหาความดีด้วยความชื่นชม) ครับ

  • ถามว่า ;คนลาวเวียงมีอะไรที่ดีๆ น่าภาคภูมิใจ(ในระดับนานาชาติเลยนะ)
  • ตอบว่า;พบว่ามีหลายอย่าง เช่นความเป็นพี่เป็นน้อง..อัธยาศัยเป็นมิตร
    การเป็นเครือญาติดูแลช่วยเหลือกัน  รักความสุข(จึงต้องทำงานความสุขมวลรวม)
    สนุกสนาน  ร่าเริงแจ่มใส....(ดนตรี ศิลปธวัฒนาธรรม สุนทรียะ)สรุปเป็นความภาคภูมิใจหรือทุนทางสังคมที่เป็นความภาคภูมิใจของชุมชน 10 ด้าน

น้องเกดพี่ได้เคยบันทึกเรื่องนี้แล้วไว้ที่  http://gotoknow.org/blog/suthepkm/264627

และที่   http://gotoknow.org/blog/suthepkm/264624

  • ถามว่า ;ถ้าคนลาวเวียงมีอะไรดีๆอย่างนี้    เราอยากสืบสานไหม  เราอยากฟื้นไหม
  • ตอบว่า;.........(จึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ฟื้นเวียง)

 ....
น้องเกดครับ พี่ได้ให้ข้อมูลกับแกนนำเขาไปว่า  ตามตำนานเวียงจันทน์(พื้นเวียง)มีคำนายว่าภายหลังเมื่อเวียงจันทน์ล่มสลาย......
ต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงจะฟื้นคืนได้ กลับมาเจริญรุ่งเรืองได้อีกและยังทำให้เมืองบริวารเจริญรุ่งเรืองไปด้วย
แต่ว่าบางกอกล่มสลายแล้วแห่ๆๆๆๆๆ หายไปเลย (อินเทรนด์-นำท่วม)

  • ถามว่า;ฟื้นเวียงฟื้นที่ไหน  ฟื้นคนหรือสถานที่  
  • ตอบว่า:ตอบทั้งสอง
  • ถามว่า;อะไรก่อนหลัง
  • ตอบว่า;คน
  • ถามว่า ;หากเป็นคน คนที่ไหน  จิตวิญาณ เวียงจันทน์อยู่ที่ไหน
  • ตอบว่า;ทั้งสอง  ซึ่งสอดคล้องกับตำนาน "พื้นเวียง" ว่าจะเจริญ ทั้งเมืองแก้ว และเมืองเวียง 
  • ถามว่า;ถ้าเราจะ "ฟื้นเวียง"(ฟื้นจิตวิญญาณเวียงจันทน์ที่เคยรุ่งเรืองให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง)ทำอย่างไร
  • ตอบว่า;......
     .....

เรื่อง “จากตำนานพื้นเวียง(ตำนานเวียงจันทน์)และคำทวย(ทำนาย)ฟื้นเวียง” นี้

คนเฒ่าคนแก่บอกเล่าต่อๆกันมาว่าเป็นกลอนลำ

ของพวกหมอลำ “ผีบุญ”ในยุคก่อน  

กลอนลำดังกล่าวเป็นภาษาอีสานครับ

 เท่าที่พอจำได้....และพี่จึงได้เล่าให้ชาวบ้านเลือกฟัง

เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างยุทธศาสตร์ “ฟื้นเวียง”ของพวกเขาในครั้งนั้นครับ

 “””””

นอกจากนี้ผมได้บอกน้องเกด ไปว่าในวันที่ 23 ม.ค. 53 นี้ที่บ้านเลือกกลุ่ม COP “การกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนา”จะลงพื้นที่เพื่อการ ลปรร.ที่ต่อเนื่อง เป็นการไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตาม “ตัวชี้วัดความสุขมวลรวมของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก” 9 ด้าน 16 ข้อ  ตามยุทธศาสตร์ “ฟื้นเวียง”(หรืออาจจะเรียกตัวชี้วัดการ "ฟื้นเวียง"ก็ได้นะครับ)

งานนี้ท่านอ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ที่ปรึกษาของกลุ่มCOP นี้ซึ่งตอนนี้สุขภาพท่านแข็งแรง ดีขึ้นมากแล้ว ท่านจะลงไปร่วม ลปรร.ด้วยคนครับ