เรื่องราวของ มหกรรม KM เครือข่ายเบาหวาน ครั้งที่ ๒ ดร. วัลลาเล่าแล้ว ที่ , , , ,    ผมเอามาเล่าเฉพาะความประทับใจของผมเท่านั้น ได้แก่

 ขอชมว่า หนังสือที่แจกในที่ประชุม คือ “เรื่องเล่าเบาหวาน : เรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ” มีคุณภาพสูงขึ้นกว่าที่แจกในปีที่แล้ว


 ปีนี้มีการนำเอา “ความรู้ทฤษฎี” เข้ามาเสริมได้อย่างน่าสนใจมาก   หลักในการนำเอาความรู้ทฤษฎีเข้ามาในวง KM ก็คือ   ต้องอย่าให้ความรู้ทฤษฎีเข้ามาครอบงำวง ลปรร.   ต้องให้เข้ามาเสริม   ต้องให้ความรู้ปฏิบัติเป็นตัวอบอวลเวที ลปรร.   และให้ความรู้ทฤษฎีเข้ามาเสริมความอบอวลนั้น   ให้เป็นเวทีแห่งความสุขความกระตือรือร้น   ศ. นพ. บุญส่ง องค์พิพัฒน์กุล ที่มาบรรยายความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับเบาหวาน ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีมาก


 อีกท่านหนึ่งที่นำเอาความรู้ทฤษฎีเข้ามาเติม คือ ศ. นพ. เทพ หิมะทองคำ ปรมาจารย์ด้านเบาหวานของโลก   ที่สร้างทั้งความรู้ทฤษฎี และเอาไปหนุนความรู้ปฏิบัติ 


 ผมชื่นใจ ที่มีการนำ R2R เข้ามาในวง KM เบาหวานด้วย   ยิ่งมี ดร. กะปุ๋มมากระตุก “ต่อมเอ๊ะ” ของวงการ KM เบาหวานด้วยแล้ว    ผมยิ่งเห็นโอกาสที่ วงการผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวานจะขยับจาก KM สู่ R2R


 ภาพการจัดการประชุมแบบที่สมาชิกเครือข่ายพร้อมใจกันร่วมกันจัด   ไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของการประชุม   เป็นภาพที่งดงาม    เป็นภาพของการจัดการ หรือ “องค์กร” สมัยใหม่   ที่สมาชิกทำงานด้วยใจ   เป้าหมายสุดท้ายคือประโยชน์ของสังคม   น่าจะเป็นตัวอย่างของการรวมตัวกันทำงาน โดยมีเบาหวานเป็นตัวเชื่อมโยง    เท่ากับเป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส    เบาหวานเป็นวิกฤติของสังคม   และเบาหวานได้กลายเป็นโอกาสให้สมาชิกของเครือข่าย KM เบาหวานได้เข้ามาร่วมมือกัน   ได้เพื่อนที่รักกันสนิทสนม กันผ่านการพร้อมใจกันทำงานให้แก่บ้านเมือง   โดยที่ตนเองไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆ นอกจากความสุขใจ


 Preconference ในวันที่ ๓ ก.ย. แตกต่างจากของปีที่แล้ว    คือเป็นบูรณาการ KM – OM   และ ดร. ประพนธ์ทดลองการบรรยายแบบใหม่ที่ชวนติดตามยิ่งขึ้น    มีแบบทดสอบทำความเข้าใจที่เฮฮา


 ฐานการเรียนรู้วิธีการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ๑๐ ฐานไม่ซ้ำกับของปีที่แล้ว    และมีลูกเล่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่นฐานสนุกกับการเรียนรู้เบาหวาน    เรียนรู้ด้วยการเล่นเกม   เป็นอุบายให้เรียนรู้ explicit knowledge ที่สนุกสนานมาก   

 

 

 

วิจารณ์ พานิช
๙ ก.ย. ๕๑