วันที่ ๒๖ ก.พ. ๕๒ เป็นวันประกาศชัยชนะของเครื่องมือฝึก KM ที่ สคส. คิดขึ้นเมื่อปีเศษมาแล้ว    เป็นเครื่องมือที่เมื่อผ่านการทดสอบเช่นนี้ เราก็มั่นใจว่าดีเยี่ยม 

          ตอนที่ สคส. จะให้บริการ IOCS ผมได้เขียนแนะนำไว้ที่  http://gotoknow.org/blog/thaikm/159916

          แต่ระหว่างการฝึกหัด ๑ ปี เราได้พบว่าทีมงานต้องเผชิญภาวะอึดอัด   ผมจึงได้เสนอวิธีทำงานไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/thaikm/212608

          วันนี้เป็นรายการสุดท้ายของ IOCS รุ่นแรก ให้ชื่อว่าเวที Success Story Sharing   โดยผมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กล่าวนำ ๑๕ นาที    โดยคุณอ้อมช่วยเขียนโพยให้    เพราะผมค่อนข้างห่างเหินกับโครงการจนชักจะจำรายละเอียดไม่ได้   อ่านโพยได้ที่นี่  

          ภายในครึ่งวัน เราก็ได้เห็นพลังของ IOCS ว่าได้ทำให้เกิดการเรียนรู้ KM & OM ขึ้นในกลุ่มแกนนำของแต่ละองค์กร ในทั้ง ๔ องค์กรอย่างชัดเจน   จากการฝึกกับ สคส. แล้วกลับไปฝึกประยุกต์ใช้พัฒนางานภายในองค์กรของตน

          ผมกระซิบถามคุณอ้อว่า สคส. รู้ล่วงหน้าก่อนงานนี้ไหม ว่าผลมันจะออกมาดีขนาดนี้    อ้อบอกว่าไม่รู้   เพิ่งมารู้แน่ชัดในงานนี้แหละ   เห็นการทำงานแบบ เคออร์ดิค ไหมครับ

          มีคนมาถามว่าเมื่อไรจะจัด IOCS รุ่น ๒   ทาง สคส. บอกว่าเขาอยากจัดเป็นบริการ in-house ของแต่ละองค์กรมากกว่า    เพราะจัดง่ายกว่ากันมาก   และเวลานี้ก็มีองค์กรมาขอจองหลายรายแล้ว   การจัดแบบมีหลายองค์กรมีข้อดีคือได้ ลปรร. ข้ามวัฒนธรรมองค์กร    แต่ก็ยากลำบากต่อ สคส. มากในการนัดหมายวัน 

 

          ผมสรุปการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม ๒ ข้อ
               ๑. วิธีการฝึก KM & OM แบบผสม workshop สลับการนำไปฝึกปฏิบัติ ในองค์กรของตนเอง    เป็นวิธีที่ดีมากต่อการเรียนรู้แบบฝึกทักษะในสถานการณ์จริง 


               ๒. เห็นผลของการเรียนรู้แบบบูรณาการจากการซึมซับด้วยการปฏิบัติ   ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเรียนรู้จากภายใน  

 

         การเรียนรู้ KM & OM เป็นการเรียนรู้แบบประณีต ไม่สามารถเรียนแบบเร่งรัด หรือเรียนแบบลวกๆ ได้

 

วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.พ. ๕๒