ตอนที่ ๑
ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔
ตอนที่ ๕
ตอนที่ ๗ เป็นการทบทวนบทเรียนทั้งหลักสูตร เฉลยข้อสอบ และเล่น role play ตามข้อสอบ เรียนบ่ายวันที่ ๒๔ เม.ย. ๕๒ โดยผมต้องบึ่งมาจากบางปะกง ส่งคำตอบของข้อสอบที่ให้เวลาไปทำที่บ้านตั้งแต่วันที่ ๑ เม.ย. แล้วจึงเข้าห้องเรียน อาจารย์ผู้สอนคือ มล. ผกาแก้ว บุญเลี้ยง ซึ่งเสียงดังฟังชัดและสร้างบรรยากาศถกเถียงโต้แย้งได้สนุกมาก
แต่มีข่าวร้ายว่าคำตอบของพวกเราไม่ค่อยตรงกับคำเฉลย ผมจึงเตรียมตัวทำใจรอรับโทรศัพท์จาก IOD ใน ๒ สัปดาห์ข้างหน้า ให้เข้าไปสอบซ่อมที่สำนักงาน IOD อาจารย์บอกว่า ส่วนที่มักต้องซ่อมคือส่วนแรก การอ่านงบการเงิน อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจอย่างผมได้รับประโยชน์มากจากหลักสูตรนี้ ผมจะทำหน้าที่ Governance ต่อองค์กรที่หลากหลายได้อย่างมีหลักเกณฑ์ขึ้นมาก
โดยสรุป การทำหน้าที่ บอร์ด ส่วนที่เป็นหัวใจมี ๓ ส่วนคือ Finance, Strategy & Risk, และ Governance บอร์ด มีลูกน้องอยู่คนเดียวคือ CEO ประธาน บอร์ด เป็นประธาน หรือหัวหน้าของ บอร์ด ไม่ใช่ประธานบริษัท
วิธีทำหน้าที่กรรมการคือ เอาใจใส่ ๓ เรื่องที่เป็นหัวใจข้างบน ตั้งคำถามเป็น มอบหมายเป็น คือรู้ว่าจะมอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปวิเคราะห์ข้อมูลใด โดยใช้วิธีการใด มานำเสนอ บอร์ด อ่านรายงานเป็น เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ลึกๆ และร่วมกันตัดสินใจอย่างรอบคอบ หน้าที่หลักของกรรมการคือตั้งคำถามให้ฝ่ายบริหารตอบ เพื่อให้เกิดการดำเนินการของบริษัทอย่างรอบคอบ และ บอร์ด ทำหน้าที่ก่อมีคุณค่าต่อบริษัท เน้นที่คุณค่าต่อความสมารถในการแข่งขันและความยั่งยืน
ก่อนจบคุณเอื้อย ผู้จัดการสำนักงาน IOD มาดำเนินรายการหาเหตุมอบของที่ระลึกให้แก่เกือบทุกคน ย้ำหน้าที่ของกรรมการ และย้ำว่า IOD มีหน้าที่รับใช้กรรมการบริษัท พร้อมทั้งให้คาถาการทำหน้าที่ของกรรมการ ๓ อย่างตามตัวย่อ DCP คือ Detect, Correct และ Protect และให้คาถา ร. ๕ สำหรับทำหน้าที่กรรมการ ว่า
เกรงใจ เสียงาน
สงสาร ฉิบหาย
เชื่อง่าย เป็นทุกข์
ผมกลับมา AAR กับตนเองที่บ้านว่า วิชาของ IOD นี้ อยู่ในวัฒนธรรมของนักบัญชีและนักธุรกิจ ซึ่งผมไม่คุ้นเคย เป็นวิชาสำหรับใช้กำกับความโลภไม่มีขอบเขตของสังคมยุควัตถุนิยม
วันที่ ๑ – ๒ มิ.ย. ๕๒ ผมก็จะเข้ารับการอบรมหลักสูตร FSD (Financial Statements for Directors) อีกครั้งหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๒๔ เม.ย. ๕๒