เคยเขียนบันทึก เล่าประสบการณ์ 6 เดือน ใน Gotoknow.org ให้ฟัง ... และให้ความตั้งใจว่า เขียนถึงบันทึกที่ 200 เมื่อใดก็จะหยุดเขียน ... คุณเบิร์ดได้ให้กำลังใจ และใช้วลีว่า "เป็นการพักร้อนบันทึก" ซึ่งผมก็รู้สึกดีกับวลีคำนี้ ... อาจจะเกิดจากความเหนื่อยล้ากับชีวิตของตัวเองที่มีชีวิตเพื่อการต่อสู้มาทั้งชีวิต ... มีปัญหาประเดประดังจนน่ารำคาญใจ ... พร้อมเมื่อไหร่จึงค่อยกลับมาเขียนอีกครั้ง ก็ถือเป็นสิ่งดี ... ผมหยุดเขียนมาหลายวันแล้ว เมื่อถึงบันทึกที่ 199 เอาการ "ฆ่าตัวตาย" มาเป็นเงื่อนไขของ "ความรัก" ... หลัง ๆ หันกลับเขียนบันทึกสั้น ๆ กับ "อนุทิน" ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สำหรับผม ความสุขไม่เกิดขึ้นที่ "อนุทิน" แต่กลับเกิดจาก "บันทึก" มากกว่า
จากบันทึกที่ 199 เอาการ "ฆ่าตัวตาย" มาเป็นเงื่อนไขของ "ความรัก" ... ผมมองเห็นถึง การที่คน ๆ หนึ่งมองชีวิตตัวเองไร้ค่า พร้อมที่จะฆ่าตัวตายให้กับใครก็ไม่รู้ที่เพิ่งรู้จักกันประเดี๋ยวประด๋าว ตามข้อเท็จจริงที่ควรคิด อย่าไปมองว่า นี่คือเพศชายได้เปรียบ นี่คือเพศหญิงเสียเปรียบ ขอให้มองตรงกลาง ๆ ว่า ไม่ว่าเพศใด เป็นผู้ริเริ่มการฆ่าตัวตายก่อน ผู้นั้นเห็นสมควรต้องถูก "ประนาม" ในความคิดนั้น
ทั้งเรื่องการพักร้อนบันทึก และ เรื่องการฆ่าตัวตายประชดรักของใครหลายคน นั้น ... ได้รับคำตอบจากข้อเขียนหนึ่งของท่านชุติปัญโญ ว่า "ชีวิตเป็นของเรามิใช่หรือ ?"
จึงอยากปิดท้ายการเขียนบันทึกที่ 200 ด้วยข้อเขียนนี้ ...
***********************************************************************
ชีวิตของคนเราเกิดมาท่ามกลางความสงสัยที่แต่ละคนก็พยายามค้นหาคำตอบให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสงสัยในจุดเริ่มต้นของการเกิด กระทั่งเป็นเป้าหมายที่ชีวิตต้องการ ล้วนเป็นบ่อเกิดของคำถามในเรื่องราวของชีวิตทั้งสิ้น
ในขณะที่แสวงหาความต้องการให้กับชีวิตอยู่นั้น ทุกความคิดและการลงมือทำต่างมีความมุ่งหวังที่เต็มเปี่ยมว่าจะสามารถคว้าดึงสิ่งที่ปรารถนามาไว้ในครอบครองได้ เป็นความรู้สึกที่ช่วยต่อเติมการแสวงหาอย่างมีความหวัง ทว่าก็มีน้อยคนนักที่จะตอบได้ว่า สิ่งที่ค้นหานั้นสมบูรณ์แบบตามที่ใจต้องการแล้ว
แต่ในความเป็นชีวิตก็มีสิ่งดี ๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน นั่นคือ "ความเป็นเจ้าชีวิตของตัวเอง" ทว่าความเป็นเจ้าชีวิตนั้นจะปรากฎได้ก็ต่อเมื่อเราค้นหาด้วยความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการตระหนักรู้ในวิถีของความรู้สึกในจิตใจ และการกระทำที่มีความดีงามเป็นคู่มือนำทาง
เพราะเมื่อมองกลับมาที่ชีวิตของคนเรา บางครั้งก็ไม่กล้าตอบว่า เราเข้าใจตัวเองดีแล้ว ทุกคำตอบที่ปรากฎล้วนเคลือบแฝงด้วยความสงสัย ถึงแม้จะพยายามแสวงหาความหมายที่ต้องการเพียงใด ก็ยังรู้สึกว่า ชีวิตตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของความสงสัยอยู่ร่ำไป ยังค้นหาความเป็นอิสระให้กับตัวเองไม่เจอสักที
ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ถูกครอบงำจากผู้อื่น การกระทำที่ต้องลอกเลียนแบบผู้คนที่รายล้อม ก่อให้เกิดการตีความว่าที่รู้ได้เพราะเราเดินตามผู้อื่นและมีคนแสดงให้ดู ความมั่นใจที่ควรจะเกิดมีจึงดับวูปเป็นขณะ ๆ สิ่งที่ได้มาจึงแฝงไว้ด้วยความสงสัยเรื่อยมา
เมื่อความรู้สึกนึกคิดไม่ถูกปลุกให้ตื่นรู้ด้วยตัวเอง การกระทำที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง จึงทำให้เราขาดความมั่นใจและหวาดหวั่นต่อคำตอบที่ควรจะทำให้กระจ่างชัดได้ในชีวิตนี้ เพราะไม่รู้ว่าชีวิตที่มีอยู่นี้เป็นไปเพื่ออะไร และใครกันเป็นผู้ลิขิตให้เกิดมา
"ชีวิตนี้เป็นของเรามิใช่หรือ ?"
จึงเป็นคำถามที่คนเราต้องตอบใจตัวเองให้ชัด ต้องเรียนรู้ว่าจะนำพานาวาชีวิตไปสู่หอคอยแห่งชัยชนะด้วยตัวเองอย่างไร เพราะถึงแม้ว่าเราจะได้ชีวิตจากต้นกำเนิดคือ พ่อและแม่ แต่สิ่งที่ไม่มีใครครอบงำกันได้ก็คือ จิตวิญญาณที่สามารถปลุกตัวรู้ให้ตื่นได้ในชีวิตของเรา
เพราะชีวิตนี้เป็นสมบัติที่เราได้มาครอบครองเป็นของตัวเองมากกว่าครึ่ง เราจึงสามารถปั้นแต่งให้เป็นอย่างที่ใจปรารถนาได้ สามารถกำหนดได้ว่า จะให้ชีวิตก้าวไปสู่วิถีที่คู่ควรสำหรับตัวเองอย่างไร จึงจะทำให้รู้สึกว่า ตัวเองมีค่าเพียงพอกับการเกิดมา นั่นต่างหากคือ อิสรภาพที่เราสามารถมอบให้แก่ชีวิตของเราเอง
พระพุทธองค์ ทรงรู้ว่า สาระของชีวิตอยู่ที่ไหน พระองค์จึงยอมสลัดความเป็นเจ้าชายเพื่อค้นหาวิธีการดับทุกข์ให้กับตัวเอง ยอมทนทุกข์ทรมานในการใช้ตัวเองเป็นห้องทดลองชีวิต ผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัสกว่าจะได้คำตอบที่เป็นความสุขที่แท้จริง จนถูกเรียกขานในเวลาต่อมาว่า เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ในนามของพระพุทธเจ้า
หลวงพ่อพุทธทาส เรียนรู้ชีวิตและค้นพบตัวเองว่า ชีวิตนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อวนเวียนอยู่กับความรู้ในตำราและห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น จึงยอมสละชีวิตที่เหลืออยู่กลับบ้านเกิดที่สวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม้ในเบื้องต้นจะมีคนกล่าวหาว่า เป็นพระบ้า แต่สุดท้ายพุทธทาสภิกขุก็ปรากฎนามกระเดื่องก้องปฐพี
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เรียนรู้ว่า ตัวเองชอบคณิตศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ แม้ครั้งหนึ่งจะเคยถูกปรามาสว่า เป็นเด็กโง่ที่ไม่สามารถจะเอาดีได้ก็ตาม แต่ก็มุ่งมั่นที่จะค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักอย่างสุขใจ ชีวิตการศึกษาต้องเร่ร่อนประหนึ่งนกน้อยที่ต้องร้างลาจากรังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทว่าสุดท้ายโลกก็ต้องยอมจำนนในความเป็นอัจฉริยภาพในนามนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก
มหาตมะ คานธี ผู้ถูกกล่าวหาว่า เป็นบุคคลที่ชอบทำตัวประชดโลก ด้วยการกลับคืนสู่วิถีชีวิตที่ติดดินแบบสามัญชน ขณะโอกาสจะก้าวไปสู่ดวงดาวที่เจิดจรัสกว่านั้นมีอยู่ แต่กลับเลือกที่จะอยู่กับดินและสู้ด้วยอหิงสธรรมคือ การไม่เบียดเบียน จนกระทั่งมหาประเทศแห่งอินเดียได้รับเอกราชคืน แม้ว่าเขาเองจะไม่มีโอกาสเชยชมอิสรภาพที่ได้มา แต่โลกต้องจารึกไว้ว่า เขาคือ มหาบุรุษผู้เกรียงไกร
บุคคลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ชีวิตนี้เป็นสมบัติชิ้นเอกของตัวเราเอง เป็นชีวิตที่สามารถต่อยอดกำไรได้อย่างมหาศาล เป็นชีวิตที่ไม่ควรหยุดนิ่งและยอมจำนนต่อความคิดที่คอยมาครอบงำใจตน
แม้ชีวิตของเราจะได้รับการก่อกำเนิดจากพ่อแม่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราสามารถต่อยอดต้นกล้าที่ได้รับมาเพื่อเป็นมรดกของชีวิตของท่าน นั่นคือ "การแสวงหาอิสรภาพให้กับชีวิตของตัวเอง" อิสรภาพที่หมายถึง ความหลุดพ้นจากระบความคิดเดิมที่ไม่ก่อให้เกิดปัญญา มิใช่ติดอยู่กับกรอบเดิมที่คนอื่นขีดเส้นไว้ให้ เพราะนั่นจะทำให้เราเป็นเพียงชีวิตที่ถูกตัดให้สวยงามแต่ไร้ซึ่งอิสระในการเติบโต
กระนั้นก็ดีเราก็มิได้ปฏิเสธว่า ชีวิตของเราไม่มีต้นกำเนิด แต่ต้นกำเนิดเองก็ต้องการเหล่ากอที่มีการพัฒนาเพื่อไปสู่เผ่าพันธุ์ที่ดีกว่าเดิมเสมอ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นต้นชีวิตผลักดันเหล่ากอของตนไปสู่สภาวะต่าง ๆ ตามที่กลุ่มชนของตนเข้าใจ
ส่งให้เรียนหนังสือในสถานศึกษาดี ๆ เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ของเหล่ากอเดิมให้สูงขึ้น
หางานทำที่คิดว่า จะเชิดชูยศศักดิ์ให้กับบุตรหลาน เพื่อให้วงศ์ตระกูลได้ก้าวสู่ภาวะที่น่าหลงใหล
แสวงหาเนื้อคู่ที่คิดว่า เป็นเนื้อนาบุญให้ลูกของตน เพื่อให้เผ่าพันธุ์ถูกยกระดับสู่ความเป็นใหญ่ดั่งที่ใจปรารถนา
แสวงหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อประกาศศักดาให้โลการู้ว่า เหล่ากอของฉันเป็นเช่นใด ฯลฯ
เมื่อมองชีวิตจากมิติที่เป็นอยู่นี้ ทำให้รู้ว่าทุกต้นเค้าเดิมของชีวิต ล้วนต้องการให้เหล่ากอของตนก้าวไปสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่เสมอ แม้ว่าจะเป็นการต่อยอดในกรอบความคิดที่มาจากความเห็นส่วนตัวก็ตาม
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถต่อยอดให้ชีวิตก้าวไปสู่อิสรภาพที่เหนือกว่านั้นได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้การบีบคั้นจากความต้องการของใครคนหนึ่ง แต่เป็นการต่อยอดไปสู่การดับทุกข์ในชีวิต ซึ่งเป็นอิสรภาพที่สูงส่งในตัวเอง
เพราะชีวิตนี้เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่ได้มาจากการเกิด เราจึงควรต่อยอดด้วยสติปัญญาตามวิถีแห่งพระพุทธองค์ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเจ้าชีวิตที่นำไปสู่การดับทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง นั่นคือ เป้าหมายที่คนเราควรจะก้าวไปให้ถึง
เพราะชีวิตนี้เป็นของเรามิใช่หรือ ?
ทำไมต้องยอมจำนนต่อความรู้สึกที่มาครอบงำใจเราจนยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่มี
เพราะชีวิตนี้เป็นของเรามิใช่หรือ ?
ทำไมจึงไม่เลือกทางเดินที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา ?
นั่นเป็นคำตอบที่ต้องวินิจฉัยด้วยตัวและหัวใจของเราเอง
***********************************************************************
"ชีวิตเป็นของเรามิใช่หรือ ?" ... เป็นความงามของข้อเขียนทางธรรม ทำให้ได้ฉุกคิดเรื่องใด ๆ หลาย ๆ เรื่อง ... การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น ... ขอยึดมั่นในความดีต่อไป ... ขอใช้ความดีสู้กับมารผจญ ... จัดการชีวิตให้ผ่องแผ้ว สบายใจ ... แล้วผมจะกลับมา ...
ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ ครับ ... ขอให้มีความสุขทุก ๆ ท่านครับ
บุญรักษา :)
แหล่งอ้างอิง

ชุติปัญโญ (นามแฝง). ความสุขที่หายไป ตามกลับคืนได้หรือยัง?. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: ใยไหม, 2550.
Y_Y
ยินดีด้วยค่ะ กับบันทึกที่ 200
หลายคนมีศักยภาพในตัว แต่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้ แต่คุณวัสวัส มีทั้งศักยภาพ และ ความสามารถในการถ่ายทอดเลยนะคะ
สวัสดีครับอาจารย์
สวัสดี อาจารย์ Wasawat Deemarn
ผมมาอ่านงานของอาจารย์ครับ ลองอ่าน เจ้าชายน้อย เกมชีวิตของเจ้าหนู
และโมโม่ ส่วนพ่อมดอ๊อด โจนาธาน นางนวล ลิฟวิงตัน ฉบับ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ แปล อีกครั้ง ดีไหม ครับ เพื่อจะพบคำถามจากวรรณกรรม อาจเป็นได้ นะครับ
อยากบอกว่า ขอบคุณทุกท่านครับ
คุณ Gap , น้อง ณ เส้นขอบฟ้า , คุณ ครูข้างถนน , พ่อ ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ , อาจารย์ วิช และ พี่ jaewjingjing
ผมขอใช้เวลาอยู่กับตัวเองก่อนนะครับ สำหรับการเขียนบันทึก :)
สวัสดีค่ะ
เป็นบันทึกที่มีค่าให้ข้อคิดมากค่ะ ไม่อยากให้พักร้อนไปไหนค่ะ รออ่านเรื่องของอาจารย์อยู่นะคะ
ขอบพระคุณ ท่าน ศน. อาจารย์ เอื้องแซะ และ พี่ Sasinanda มาก ๆ ครับ :)
ครูค่ะ
หมอเจ๊ ชอบใจประโยคนี้ค่ะ
" เพราะชีวิตนี้เป็นสมบัติที่เราได้มาครอบครองเป็นของตัวเองมากกว่าครึ่ง เราจึงสามารถปั้นแต่งให้เป็นอย่างที่ใจปรารถนาได้ สามารถกำหนดได้ว่า จะให้ชีวิตก้าวไปสู่วิถีที่คู่ควรสำหรับตัวเองอย่างไร จึงจะทำให้รู้สึกว่า ตัวเองมีค่าเพียงพอกับการเกิดมา นั่นต่างหากคือ อิสรภาพที่เราสามารถมอบให้แก่ชีวิตของเราเอง"
ด้วยตัวเองก็พาชีวิตเดินทางมาอย่างนี้ ตั้งแต่ย่างเท้าออกจากสถาบันการศึกษา
และเคารพในความคิดของทุกคนที่เดินมาด้วยทิศทางที่คล้ายคลึงกันอย่างนี้
เมื่อเดินมาถึง ณ ปัจจุบัน หมอเจ๊มีประสบการณ์ว่า บางครั้งหมอเจ๊ต้องการเพื่อนรู้ใจร่วมในเรื่องของชีวิต
บางครั้งหมอเจ๊ก็อยากอยู่กับตัวเองเพื่อตัดสินใจกับชีวิตตัวเอง
และคำตอบแห่งการตัดสินใจมักได้มาเมื่ออยู่กับตัวเองเสมอมา คงเป็นเพราะเหตุว่าชีวิตเป็นของเรา
ซึ่งมีหลายคนก็ไม่ชอบ และมักกล่าวหาว่า อหังการเกินไป
ด้วยประโยคนี้ของครู
"ชีวิตเป็นของเรามิใช่หรือ ?" ... เป็นความงามของข้อเขียนทางธรรม ทำให้ได้ฉุกคิดเรื่องใด ๆ หลาย ๆ เรื่อง ... การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น ... ขอยึดมั่นในความดีต่อไป ... ขอใช้ความดีสู้กับมารผจญ ... จัดการชีวิตให้ผ่องแผ้ว สบายใจ ... แล้วผมจะกลับมา ...
หมอเจ๊จึงเข้าใจ พร้อมความหวังว่า ครูจะกลับมาในเร็ววัน เพื่อสอนสั่งผ่านข้อเขียนอีกครา
ขอคารวะการตัดสินใจ เอาใจช่วยให้ความอหังการ เอาชนะมารผจญได้เร็วพลัน
และอย่าทิ้งกันไปนานนักนะค่ะ
บุญรักษา ค่ะ :)
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะ...
ชีวิตนี้เป็นของเรา
แต่บางครั้งรู้สึกเหมือนสมองไม่สั่งการค่ะ
ก็ต้องทำตามหัวใจกันไปบ้าง...
ได้ข้อคิดในการดำรงตนมากเลยค่ะ
แล้วกลับมาโดยไวนะคะ..
ชีวิตนี้เป็นของตัวเองจริงเหรอ
กลไกชีวิตดำเนินไป เสียงเพลงขับกล่อม นกน้อยบินลอยล่อง วันเวลาไม่หยุดนิ่ง ฉากชีวิตแปรผัน เสียงเกลียวคลื่นสะอึ้นไห้
ชีวิตนี้เป็นของตัวเองจริงเหรอ
น่าเสียดาย หากอาจารย์จะหยุดเขียนบันทึก
ใน..หลายเรื่องราว หากเราไม่ได้พบพาน
เพียงแค่อ่านประสบการณ์ของผู้อื่น ก็ทราบซึ้งใจ ..
ก็ แวะเข้ามาเยี่ยมกันบ้างนะค่ะ
ถ้าชีวิตเป็นของเรา ชีวิตเราก็ไม่ควรขึ้นกับความคาดหวังซิครับ ไม่ว่าของผู้อื่นหรือของตัวเอง -- ชีวิตดำเนินไปตามความเป็นจริง ตามข้อจำกัด ตามเหตุการณ์ และไม่ขึ้นกับตัวเลข 200 อย่างแน่นอน
เขียนบันทึกเมื่ออาจารย์พร้อมก็ดีครับ ไม่เบียดเบียนตัวเอง ถึงไม่เขียนบันทึก ก็ยังให้ความเห็นหรือเขียนอนุทินได้นะครับ
ไม่ว่าจะใช้ชื่อนี้ ชื่อปลอมอื่นๆ หรือชื่อจริง แต่ข้อเขียนที่สะท้อนความคิดอันเปรียบเสมือนลายมือของอาจารย์ อ่านเผินๆ ก็ได้เผินๆ อย่างลึกซึ้ง ก็ได้ลึกซึ้ง แบบนี้คนที่ไม่ใช่แฟน ทำแทนบางเรื่องไม่ได้ และถึงจะเป็นแฟน ก็เขียนแทนไม่ได้เช่นกัน (แทนได้แต่ไม่เหมือน)
GotoKnow ยังอยู่ที่เดิมครับ
สวัสดีครับอาจารย์
.เหนื่อยหนัก ก็ต้องหาที่พักผ่อน สะก่อน
.หายเหนื่อย ก็เดินต่อไป
.ชีวิต ไม่สามารถบอกเลิก บอกว่าจะหยุดได้เมื่อไร
.ชีวิตก็คงต้องเดินต่อไป
.จนกว่าชีวิตเรา จะจากเราไปเอง โดยเกิดจากวัฎจักรแห่งชีวิต
ขอเป็นแรงใจ และรอคอย อีกคนหนึ่ง