ช่วงที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ทำหน้าที่สารวัตรนักเรียน(พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติ) ร่วมออกตรวจค้นหาเด็กหนีเรียนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แนวปฏิบัติเมื่อพบเด็กหนีเรียนของคณะของผมที่ไปด้วย คือ จะมีการตำหนิ ดุด่าว่ากล่าว สั่งสอนตักเตือน พร้อมกับแจ้งโรงเรียน หรือ ผู้ปกครองให้ทราบ ผมมีความคิดเห็นว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ซึ่งเป็นการระงับปัญหาได้ชั่วคราว จะแก้ปัญหาให้ยั่งยืน ต้องแก้ที่ต้นเหตุครับ เพราะปัญหาเด็กหนีเรียน ต้นเหตุของการหนีเรียน นักวิชาการได้วิเคราะห์เอาไว้ว่าที่เด็กหนีเรียนเป็นเพราะ ๑. ปัญหาการเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง เนื่องจาดเชาว์ปัญญาต่ำ ๒. เบื่อหน่ายการเรียนการสอน กฏระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน ๓. ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม ๔. ถูกชักจูงจากเพื่อนไปแหล่งที่มีความสุข สนุก น่าสนใจ กว่าในห้องเรียน ๕. ครอบครัวไม่มีความสุข ขาดความรักความเข้าใจจากพ่อแม่ การแก้ปัญหาเด็กหนีเรียนให้ตรงจุด คงจะต้องแก้ให้ตรงกับสาเหตุดังกล่าวทั้ง ๕ ข้อ ข้างต้นครับ นั่นคือ "ให้ความรัก ก่อน ให้ความรู้" เมื่อพบเด็กหนีเรียน ก็คงจะต้องซักถามพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ถึงสาเหตุที่หนีเรียน เพื่อจะได้หาทางประสานร่วมมือกันแก้ให้ตรงจุด ระหว่างบ้าน และ โรงเรียน โดยทำความเข้าใจร่วมกันกับโรงเรียน ในเรื่องของการจะทำอย่างไรให้เด็กอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข และ ทางบ้าน ในเรื่องของการให้ความรักความอบอุ่น ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนอยากเป็นคนดี และ ต้องการเป็นคนดี แต่ที่เขาขาด คือ ขาดความรัก และ ขาดการยอมรับ เมื่อเขาได้รักความรัก และ การยอมรับ จากทางบ้าน และ โรงเรียน ผมว่าปัญหาหนีเรียนจะลดลงครับ
"ให้ความรัก ก่อน ให้ความรู้"
ถ้าคุณครูทำได้รับรองเด็กจะดีขึ้นเยอะขอรับท่านรอง..
ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้ ผมพยายามจะขายความคิดครับ
ขอบคุณครับ
เป็นกำลังใจ ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดมาแต่สมัยไหนก็คงไม่มีใครตอบได้ มันคล้ายกับตอนที่ผมไปรับตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง กรมฯให้กรอกข้อมูลว่าโรงเรียนมีปัญหาขาดแคลนอะไรบ้าง ผมบอกไม่ได้ว่ามันขาดอะไรกันแน่ เพราะมันขาดเสียทุกอย่าง แบบว่าขอไปสร้างโรงเรียนใหม่เลยดีกว่า จากกรมฯ ชักช้ายืดยาดไม่ทันการแล้วจะช่วยอะไรเราได้เท่าไร นอกจากต้องช่วยตัวเองก่อนดีที่สุด จึงต้อง 5.ขายโรงเรียนเพราะยากจน ว่าเสียยาวกำลังจะสรุปว่าหากปล่อยให้ครูดูแลแก้ปัญหาอยู่คนเดียวเหมือนที่ผ่านมามันก็จะเป็นปัญหาโลกแตกต่อไป ปัญหาส่วนใหญ่มันเกิดจากผลกระทบของเศรษฐกิจและสังคม เพราะฉะนั้นทุกองค์กรทุกระบบต้องร่วมมือกันดูแลแก้ไข อย่างจริงจัง ขอให้โชคด ประสบความสำเร็จครับ
เป็นความจริงที่สุดอย่างที่ท่านว่ามานั่นแหละครับ
ขอบคุณมากครับ
อีกปัญหาที่สำคัญไม่แพ้ปัญหาอื่นๆก็คือ “ปัญหาเด็กหนีเรียน” เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อตัวนักเรียน ผู้ปกครอง และสถานศึกษา ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงข้อผิดพลาดหลายประการในสังคม และหากไม่มีมาตรการป้องกันแก้ไขหรือยับยั้ง ปัญหาดังกล่าวยังคงลุกลามต่อไป
ในขณะนี้ ก็ได้มีการนำบัตรนักเรียน อเลคทรอนิค ที่สามารถเก็บข้อมูลสถิติการเข้าเรียน ของเด็กนักเรียน เผื่อที่ ผู้ปกครองจะสามารถรู้ได้ทันที เมื่อลูกหลาน โดดเรียน หรือไม่เข้าห้องเรียน มาใช้เป็น มาตรการป้องกันโดยโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ เป็นโรงเรียนต้นแบบของการป้องกันการหนีเรียนโดยการใช้บัตรนักเรียนในการลงเวลาในการเข้าเรียนดังกล่าว เป็นอีกวิธีที่นำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อลดอัตราการหนีเรียน ให้ผู้ปกครองสามรถตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่า บุตรหลาน หนีเรียนหรือไม่
มาตรการนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดหรือไม่นั้นเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ รู้เท่าทันทัน เด็กหนีเรียน
1. แต่งตัวเดินออกจากบ้านแล้วแต่ไปไม่ถึงโรงเรียน แวะตามสถานที่ต่าง ๆ เช่นห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ลานสเก็ต เมื่อถึงตอนเย็นเด็กจะกลับมาถึงบ้านตามเวลาปกติ
2. เด็กไปเรียนในช่วงเช้า ตอนบ่ายจะหนีออกจากโรงเรียน เด็กอาจหนีออกทางด้านหลังหรือปีนรั้วข้ามกำแพงออกมา ซึ่งการหนีเรียนนั้นเด็กจะไม่ไปโรงเรียนและไม่อยู่บ้านด้วย
สำหรับสาเหตุของการหนีเรียนนั้นพบว่าเด็กมีความหมดหวังในสิ่งที่ได้รับจากทางบ้าน โรงเรียน หรือในหมู่เพื่อนด้วยกัน ถ้าเด็กหนีเรียนในกรณีที่เข้ากับเพื่อนไม่ได้หรือหนีเรียนเพราะเพื่อนชวน นับว่าเป็นปัญหาที่ไม่ร้ายแรง แต่ถ้าหนีแล้วหลบไปอยู่คนเดียวหรือไปก่อความวุ่นวาย อันนี้ต้องระวังและรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ซึ่งแนวทางแก้ไข การโดดเรียน หรือหนี เรียน นั้น มีแนวทางการแก้ไขดังนี้
1. คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามหรือใช้การสังเกตเพื่อหาสาเหตุให้พบ และรีบให้การช่วยเหลือด้วยวิธีการที่เหมาะสม ในบางครั้งอาจต้องใช้การลงโทษได้บ้าง แต่ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด
2. พ่อแม่ควรต้องคิดต่อประสานงานกับครู ถ้าสาเหตุอยู่ที่โรงเรียนหรือครู ควรให้โรงเรียนหรือครูเป็นผู้แก้ปัญหา ถ้าสาเหตุมาจากบ้าน พ่อแม่ควรจะปรึกษาหารือร่วมกันอย่ารีบร้อน ลงโทษลูกอย่างรุนแรง
1. ภัทริศยา มาน้อย (แป๊บ) ม.6 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
สาเหตุที่เด็กหนีเรียนก็เพราะว่าอาจจะเป็นการเบื่อที่จะเรียน เหนื่อยจากการเรียน ส่วนมากหนีเรียนก็จะไปเที่ยวเดินห้างกับเพื่อนๆ หรือหยุดอยู่บ้านเฉยๆ วิธีแก้ไขก็คงต้องให้เพื่อนๆช่วยเตือน อาจารย์คอยเตือนค่ะ
2. ภัคจิรา วรสาร (จูน) ม.6 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
สาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะ ขี้เกียจเรียน เบื่ออาจารย์ อาจารย์ดุ หนีเรียนก็คงจะไปเที่ยวกับเพื่อน กับแฟน หรือไปเล่นเกมส์บ้าง การแก้ไขก็คงต้องแก้ไขที่ตัวเด็กเอง ให้สนุกกับการเรียน สอนให้สนุกไม่เครียดจนเกินไปค่ะ
3. สาวิณี วันรักชาติ (จ๋า) ม.6 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเบื่อวิชาที่ยากๆ ง่วงนอน สมองรับไม่ไหว หนีเรียนแล้วก็จะไปนั่งคุยกับเพื่อนบ้าง หนีไปเล่นเกมส์บ้าง ควรจะแก้ไขเวลาเรียนค่ะเมื่อก่อนเลิกเรียน บ่าย 2 – บ่าย 3 แต่ตอนนี้เลิก เรียน 4 โมงเย็น ก็ทำให้เด็กเหนื่อยเกินไป พอตอนบ่ายก็จะง่วงกันแล้วค่ะ
4. มินตรา ล้อมสุขา (กุ๊กกิ๊ก) ม.4 โรงเรียนสตรีนนทบุรี
สาเหตุส่วนใหญ่เลยคิดว่าไม่อยากเข้าเรียน เบื่อ เรียนไม่เข้าใจ หรือผู้ปกครองบังคับให้เรียนพิเศษอีก เมื่อหนีเรียนก็จะไปมั่วสุมกันบ้าง ไปบ้านเพื่อนบ้าง เดินห้างบ้างค่ะ การแก้ไขก็อยู่ที่ตัวเด็กเองให้ตั้งใจเรียน ขยันเรียน และอาจารย์ที่สอนก็ต้องสอดแทรกกิจกรรมไม่ให้เด็กเครียดค่ะ
5. ปวีณิกร มาสู่ทัย (วิว) ม.5 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
สาเหตุที่เด็กหนีเรียนก็เพราะว่า ไม่ได้ทำการบ้านมาส่ง ไม่ถูกกับเพื่อนไม่ถูกใจอาจารย์ ส่วนใหญ่ก็จะไปบ้านเพื่อนไปเที่ยวกับแฟน การแก้ไขก็ต้องขยันเรียน สนุกกับการเรียน มีเพื่อนเยอะๆจะได้ไม่เบื่อค่ะ
นักเรียนยังเด็กนัก อยู่บ้านไม่มีใคร ไปโรงเรียนก็ทุกข์ใจ หนีไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆที่คิดว่าเข้าใจกันจะดีกว่า นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ให้ลูกเรียนใกล้ๆบ้าน
อยู่บ้านไม่มีใคร ไปโรงเรียนก็ทุกข์ใจ
ผมเอง ก็ว่าจะให้ลูกเรียนที่ตราดนี่จนจบมอหกแหละครับ
ขอบคุณครับ
๒. เบื่อหน่ายการเรียนการสอน กฏระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน
๓. ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม
๔. ถูกชักจูงจากเพื่อนไปแหล่งที่มีความสุข สนุก น่าสนใจ กว่าในห้องเรียน
๕. ครอบครัวไม่มีความสุข ขาดความรักความเข้าใจจากพ่อแม่
ข้อแรก ปัญหาการเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง เนื่องจากเชาว์ปัญญาต่ำ
ข้อนี้คงต้องค่อยๆ พัฒนาไปตามลำดับ หากจะให้ดี ครูในโรงเรียน ควรมีสักคนที่จบจิตวิทยาพัฒนาการ เพื่อมาคอยให้คำปรึกษาเป็นพิเศษ เพราะครูจำนวนหนึ่งพอจบแนะแนว คิดว่าจะรู้ครอบคลุมครอบจักรวาล ตอบปัญหาได้หมด ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ ต้องช่วยกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ
ข้อสอง เบื่อหน่ายการเรียนการสอน กฏระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน
ข้อนี้ พบว่ามีหลายโรงเรียน ที่ครูปกครอง พยายามยึดเอาระเบียบโรงเรียนไว้ยิ่งกว่าศาสนาประจำใจ จนถึงเวลาที่เห็นนักเรียนผิดหูผิดตา ก็จะอาศัยกฎโรงเรียนมาปฏิบัติต่อนักเรียนด้วยความรุนแรง โดยเฉพาะความรุนแรงทางคำพูด ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อวัยรุ่น
อีกอย่าง คุณครูก็สอนกันด้วยวิธีการอันแสนจะน่าเบื่อ เรียนไปเด็กก็ไม่ได้รับการยอมรับจากครู หรือกิจกรรมการเรียนการสอนไม่มีส่วนร่วม เด็กๆ ก็หนี เพราะมันอาจจะท้าทายและสนุกกว่าเดิมได้บ้าง
ข้อสาม ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม
ต้องสร้างกลุ่มให้เขาให้ได้แล้วละครับ
ข้อสี่ ถูกชักจูงจากเพื่อนไปที่ที่สนุกกว่าห้องเรียน
ข้อนี้ดูจะเกี่ยวพันกันกับข้อสองและสาม ตามลำดับ
และ ข้อห้า ครอบครัวไม่มีความสุข
อาจจะเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ทำให้เด็กออกนอกโรงเรียนไป หรือ อาจจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหนีจากคำถามของครูก็ได้ (อันนี้ผมเดาเอา)
อยากแลกเปลี่ยนเยอะๆ เหมือนกันครับ แต่นี่ผมแอบมาเล่น อิอิ
เดี๋ยวเอาไว้จะมาแลกเปลี่ยนด้วยนะครับผม
เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่ามากเลยครับ
ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ที่จะนำไปแก้ปัญหาเด็ก ขอนำไปใช้กับเด็กๆในโรงเรียน และ ขออนุญาตเผยแพร่เลยนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ผมคิดว่า ปันหาทั้งหมด มาจาก ตัวเด็ก เอง นะคับ
ส่วน มาก ผมได้ ลองถามเพือน ดูแล้ว
เพือนๆ บอกว่า ที่ไม่เข้าเรียน เพราะ มีปันหา
ติดเกม บ้าง ไม่อยากเรียน บ้าง นะคับ
สวัสดีค่ะท่านรอง ฯ มาอ่านการหนีเรียนแล้ว คงต้องมีวิธีการที่ "ให้ความรัก ก่อน ให้ความรู้" น่าจะใช้ได้ดีแน่ๆค่ะ
คุณเสียงของเด็กครับ ที่บอกว่า
เพือนๆ บอกว่า ที่ไม่เข้าเรียน เพราะ มีปันหาติดเกม บ้าง ไม่อยากเรียน บ้าง นะคับ
ครับ ที่ติดเกมบ้าง ไม่อยากเรียนบ้าง เป็นตัวปัญหาครับ ต้องหาสาเหตุว่ามาจากสาเหตุใด
เด็กติดเกม หนีเรียน เพราะเขาขาดความรักครับ
ขอบคุณครับ
ปัญหาเด็กหนีเรียน แก้ได้ http://3-qmedia.com/ ถ้าทำให้การสนุกน่าสน อนาคตของชาติมีค่ามากว่าเงิน
ผมว่ามันม่เก่ยวหลอกครับ เพราะมก็เคยเรียนมัธยมเหมือนกัน
ผมว่ามันไม่ได้ยู่ที่ความรักอย่างเดียว
มันต้องสอนให้คน.....คน.....นั้น.....ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่
สอนให้เขารู้จักคิดและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองมากกว่าครับ
นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)
คือการตามใจลูก
แต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองกำลังเป็นคนทำอะไรไม่เป็น
นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)
คือการบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีแล้ว
แต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองชอบอะไร
คุณ abzero ครับ
ครับ ถ้าการสอนน่าสนุก ก็ช่วยได้มากครับ
คุณ Muntun ครับ
ผมว่ามันไม่ได้ยู่ที่ความรักอย่างเดียว
มันต้องสอนให้คน.....คน.....นั้น.....ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่
สอนให้เขารู้จักคิดและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองมากกว่าครับ
(ครับ ก็เห็นด้วยครับ)
นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)คือการตามใจลูกแต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองกำลังเป็นคนทำอะไรไม่เป็น
นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)คือการบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีแล้วแต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองชอบอะไร
ขอบคุณมากครับ สำหรับความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์
ปัญหาเด็กหนีเรียน นักเรียนที่มาโรงเรียนแต่แต่เช้า แต่ไม่เข้าเรียน จะพูดยังไงก็ไม่เข้าเรียน เอาแต่เล่นบอล กินขนม นั่งเล่น พูดคุยกับกลุ่มที่หนีเรียนด้วยกัน เวลาถามก็บอกว่าว่าง ไม่มีเรียน ทั้งๆ ที่ครูก็สอนอยู่ แบบนี้หมายความว่ายังไง พอตอนเย็นก็กลับบ้านตามเวลาเลิกเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณคนไม่ยอมแพ้ครับ
ลักษณะอย่างนี้ ไม่หนีเรียน ก็เหมือนหนีเรียนครับ คือ ไม่เข้าเรียน แต่ยังอยู่ในบริเวณโรงเรียน
ผมไม่อยากระบุนะครับ ว่าเรื่องแบบนี้ ใครจะรับผิดชอบ เอาเป็นว่าทุกฝ่ายต้องช่วยๆ กันครับ อย่าโทษกัน และ อย่าโยนความผิดให้กัน
ขอบคุณครับ
ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยนะครับ คือมันเกี่ยวกับหลายอย่างอะครับ ทั้งโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง รวมทั้งชุมชนด้วยครับ ต้องร่วมกันเช่นผู้ปกครอง เห็นเด็กหนีเรียนก็ต้องตักเตือน หรือแจ้งข่าวให้ผู้ที่เกี่ยวของทราบด้วย ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง