สุดยอดทักษะปฏิบัติด้านการสอนภาษาไทย

การจัดการความรู้เพื่อพัฒนานวัตกรรม การอ่าน การเขียนภาษาไทย "ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน" สพท.ลำพูน1

        การเรียนการสอนนั้นจำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับยุค กับสถานการณ์ วันนี้จึงเกิดการรวมตัวของชุมชนนักปฏิบัติที่มีใจรักในภาษาไทยที่มีโอกาสได้มาแสดงพลังแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน ในงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของ สพท.ลำพูน1 โดยมี อ.สนั่น ศรีกอก เป็นคุณเอื้อ ( ถ้าไม่เอื้อ ก็ไม่มีข้าวกลางวันกิน ละครับ ) จัดขึ้นสองวัน คือวันที่ 1 - 2 กันยายน 51 ณ ห้องประชุม ของเขตเองครับ ทั้งนี้มีบุคลากรแห่งการเรียนรู้จำนวน 42 คน จาก 38 โรงเรียนแกนนำภาษาไทยเข้าประชุมโรงละ 1 คน ( ที่เกินมาเพราะขอร้องอยากเข้าร่วมเป็นพิเศษ ทางคุณเอื้อก็เอื้อจริง ๆ ครับ มีเท่าไรรับเลี้ยงหมด)


          วันแรก ท่านรอง ผอ.เขตพื้นที่ คุณ จงเจตน์ รวงระแหง เป็นประธานเปิดประชุมแล้วให้ข้อคิดที่ประทับใจผู้เข้าประชุมมากกรณีที่ท่านเล่าประสบการณ์ดี ๆ ตอนที่ท่านได้พบเห็นจากโรงเรียนมาเปิดม่าน จุดประกายให้ผู้เข้าประชุมฟัง เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ตามด้วย อ.สนั่น แจ้งที่มาที่จะไปของโครงการ และกฎกติกามารยายที่มาร่วมกันให้ทุกคนเข้าใจ  ต่อด้วยครูเก่าอีกตามเคยที่มาเล่าเรื่องการจัดการความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับการอ่าน การเขียนภาษาไทย และการดึงศักยภาพ ความรู้ฝังลึกของครูผู้สอน มาผสมผสานกับทางเลือกของสื่อแนวใหม่ด้าน IT ตามถนัด และนำเสนอสื่อ (หรอกให้ครูสนใจ eee...แล้วให้โปรแกรมไปคนละ 1 แผ่น)


           อ. เจตนา เมืองมูล ก็มารับลูกต่อในเรื่องเล่าเร้าพลัง มีการเปิด VCD การจัดเรื่องเล่าเร้าพลังให้ครูได้ทราบ และให้กิจกรรมครูได้แยกกลุ่มตามความสนใจ เป็นด้าน การอ่าน ด้านการเขียน และด้านการอ่านผสานการเขียน  แบ่งเป็นกลุ่ม8-10 คน ได้ 5 กลุ่ม แยกย้ายกันไปหาที่เหมาะ ๆ ตามใจชอบ นั่งเล่ากันตามกติการ ครึ่งวัน โดยที่มีงานเป็นการบ้านให้ไปสรุปเป็นนวัตกรรมการสอนของกลุ่มมานำเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ฟังในวันที่สอง และทุกคนต้องเขียนนวัตกรรมที่ตนเล่าให้เพื่อฟังที่ตนเองว่าเป็นสุดยอดของตนนั่นแหละ กลับไปแก้ไขมาให้ได้เนื้อได้น้ำตามเล่า และตามที่เพื่อน ๆ ซักถามเพิ่มเติม ( เป็นอันว่าจบวันที่หนึ่ง)

 

             วันที่สองของการอบรม รุ่งเช้าที่กำลังตื่นเต้นกับข่าวประกาศภาวะฉุกเฉิน ใน กทม. พวกเราก็มานั่งใจจดใจจ่อแต่เช้า แต่ ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับพวกเรา เราก็ดึงเข้าสู่เกมการประชุมของพวกเราต่อ... บรรยากาศ การรายงาน 5 กลุ่มที่ออกมารายงาน ผสานกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ที่นำโดย อ.อุไรวรรณ ปัญญาอุทัย เป็นไปอย่างถึงลูกถึงคน ครึ่งวันไม่พอ ต้องต่อยอดทลุไปตอนบ่ายโมงอีกหนึ่งกลุ่ม นั่นแสดงให้เห็นถึง การแลกเปลี่ยนที่ชัดแจ้ง ชัดเจน (จริง ๆ ) มีการเล่าประกอบเรื่อง ประกอบเสียง ประกอบคอม สารพัดที่จะสรรหา ( เข้าใจคิดนะครูภาษาไทย) เสร็จเอบบ่ายสอง ครูเก่าก็มาต่อด้วยการเขียน " การสรุปบทเรียน" และให้งานครูสองชิ้น คือ ชิ้นที่1 เขียนสุดยอดนวัตกรรมของตนเองมาส่งเมื่อสิ้นปีการศึกษาในรูปแบบเรื่องเล่าเร้าพลัง เพื้่อรวมเล่มเผยแพร่ และ สองเขียนรายงานโครงการการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน


          แถมท้ายด้วย อ.ดนัย สังขทัต ณ อยุธยา มาให้แนวการจัดกิจกรรมการเขียนด้วยกิจกรรมการสอนเขียนด้วยแผนภูมิ ตาวัว และ แผนภูม ดอกบัวบาน  ก็เขียนไปบานกันไปแหละครับ
สุดท้าย ครูเก่า ทำ AAR ปรากฎว่า ความพึงพอใจในการประชุมครั้งนี้ ได้ 9 ใน 10 ( ไม่มีใครให้ต่ำกว่า 8 เลย หรือกลัวครูเก่า ดุ ก็ไม่รู้เนาะ) ที่ว่าถ้าจะให้เต็มสิบ สรุปได้ว่า ควรเพิ่มเวลาอบรม ควรให้ความรู้ด้านการจัดการความรู้ KM มาก ๆ ( ให้หมดห้ามขยักไว้) และ ควรมีการสอนการผลิตสื่อด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่อให้ครบกระบวนความ (  ถ้าเป็นอย่างนี้ คราวหลังไม่ต้องมายั่ว ...EE คิดว่าเขาคงจะคิดในใจอย่างนั้น)

           และแล้ว ม่านการประชุมก็ถูกปิดลง.........( แต่เรายังมีสัญญาใจกันต่อนะครับ...แล้วจะ ตามไปดู )


     Blog ของครูลำพูน ที่ถูกยกประกอบการบรรยาย ที่แสดงให้เห็นถึงการเล่าที่เกี่ยวข้องกับการสอนภาษาไทย  การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก   และ กิจกรรมเด่นๆ เขียนจดหมายถึงต้นไม้
      ศุนย์การจัดการความรู้ลำพูน1