บันทึกแนะนำ : ไม่อวดรู้ แล้วจึง "รู้..." (บทเรียนจากไม้แบบ) | มหกรรม KM ครั้งที่ 5 : เปิดรับลงทะเบียน
อ่าน: 344
ความเห็น: 4

ชีวิตและความตาย ; "ออกไปสัมผัสผู้คนด้วยวิชาชีวิตและความตาย" (๔.๒)

                     

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานฐานข้อมูล 
เว็บศูนย์รวม "สถาบันโยคะวิชาการ"
(เข้าสู่หน้าเว็บไซด์ที่นี่ค่ะ)





                             

บทที่ ๑ 
ได้ตายก่อนตาย ก่อนเรียนชีวิตและความตาย

บทที่ ๒ 
"กล้าพอไหม ที่จะเรียนวิชาชีวิตและความตาย"

บทที่ ๓ 
"เรียนอะไร ในชีวิตและความตาย"

บทที่ ๔.๑ 
"เทอม ๒ ในวิชาชีวิตและความตาย"

บทที่ ๔.๒ 
"ออกไปสัมผัสผู้คนด้วยวิชาชีวิตและความตาย"
บทที่ ๕
"ห้องเรียนแห่งความเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต"

บที่ ๖
""เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตจากความตาย"

ทที่ ๔ (๒)
"ออกไปสัมผัสผู้คนด้วยวิชาชีวิตและความตาย"

สัมมนาชีวิตและความตายร่วมสมัย 
Seminar on Contemporary Life and Death

          สัมมนาประเด็นปัญหา แนวคิด ทฤษฎี วิธีการเกี่ยวกับชีวิตและความตายในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นให้นิสิตมีส่วนร่วมในการอภิปราย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นวิเคราะห์รวมทั้งแนวทางในการประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อแก้ปัญหานั้น ๆ ซึ่งพวกเราได้จัดงานสัมมนาขึ้นมาโดยได้รับการตอบรับอย่างดี่เยี่ยมและทำให้สาขาฯ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยหัวข้อสัมมนาที่ท้าทายว่า "วิธีชนะความตาย" สร้างความกังขาแก่ผู้มาร่วมงานว่าจะชนะอย่างไร ชนะได้หรือ ซึ่งหลังจากได้เข้าร่วมแล้ว เครื่องหมายคำถามโค้ง ๆ งอ ๆ ก็ถูกยืดออกกลายเป็นเส้นตรง แล้วก็ชัดเจนกับวิธีชนะความตายว่า ต้องไม่เกิด เมื่อไม่มีเกิดก็ไม่มีตาย เมื่อไม่มีตายก็คือการชนะความตาย จากนั้นในช่วงบ่ายเป็นหัวข้อสัมมนาย่อยอีก ๖ ห้องที่พวกเราคำนึงถึงวิถีทางแห่งการดำรงอยู่ของชีวิตในปัจจุบันก่อนจะไปถึงจุดสุดท้ายของชีวิตย่อมต้องการการหล่อเลี้ยงบำรุงอย่างเป็นองค์รวมในหัวข้อต่าง ๆ คือ 

กลุ่มที่ ๑ เรื่อง "แด่เธอผู้รู้สึกตัวกับโยคะวิถีและเกมส์แห่งสติ" 
กลุ่มที่ ๒ เรื่อง "การให้คำปรึกษาทางสุขภาพตามแนวธรรมชาติบำบัด" 
กลุ่มที่ ๓ เรื่อง "จิตวิวัฒน์" 
กลุ่มที่ ๔ เรื่อง "ประสบการณ์ชนะความตาย" 
กลุ่มที่ ๕ เรื่อง "ชีวิต-สังคมกับทางเลือกใหม่" (มูลนิธิพุทธฉือจี้ ) 
กลุ่มที่ ๖ เรื่อง "ถอดรหัสวิถีสุขภาพองค์รวมเพื่อชนะความตาย" (หมอเขียว ใจเพชร) 
กลุ่มที่ ๗ เรื่อง "ช่วยคนเจ็บ เก็บคนตาย" (มูลนิธิปอเต็กตึ้ง)

          ส่วนกิจกรรมพิเศษในภาคนี้พวกเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมการทำงานด้วยหัวใจแห่งพระโพธิสัตว์ มูลนิธิฉือจี้ (ประเทศไทย) ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการให้ความช่วยเหลือด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ การให้อย่างไม่มีเงื่อนไข และถือเป็นการปลูกฝังบ่มเพาะความงอกงามแห่งความเป็นจิตอาสาทุกดวง
          และยังได้มีโอกาสเข้าร่วมปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานที่ปากช่องตามข้อกำหนดของทางมหาวิทยาลัยที่ต้องปฏิบัติให้ได้ครบ ๓๐ วัน ซึ่งสามารถเลือกได้ตามเหตุปัจจัย จะทำทีเดียว หรือจะค่อย ๆ เก็บสะสมหลาย ๆ ครั้งจนครบก็ได้ ในเทอมนี้ข้าพเจ้าเลือกแบบสะสม ๗ วันก่อนตามเหตุปัจจัย 
          เทอมสุดท้ายของ Course Work มีเรียน ๓ รายวิชาด้วยกัน

บาลี ๒ 
Bali 2

          เมื่อเริ่มรู้สึกคุ้นชิน ประกอบกับเป็นการศึกษาธรรมบทที่ได้ความรู้ต่าง ๆ มากมายก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าบาลีเป็นวิชาที่ยากอีกต่อไปและตระหนักถึงคุณค่าของบาลีมากยิ่งขึ้นในการที่พระพุทธองค์เลือกใช้ภาษานี้เพื่อเปิดโอกาสให้คนหมู่มากได้สัมผัสในครั้งสมัยพุทธกาล

ความเครียดและสุขภาพจิต 
Stress and Mental Health

          ศึกษาความหมาย แนวคิด ทฤษฎี ระบบทางกายภาพ องค์ประกอบที่ทำให้เกิดความเครียด และสุขภาพจิต หลักการพื้นฐานและขั้นตอนในภาวะความเครียด การปรับพฤติกรรม การเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงและธรรมดาของชีวิต การแสวงหาแนวทางป้องกันและแก้ไขรวมทั้งการวิเคราะห์ และพัฒนาสุขภาพจิต ทั้งด้านปัจเจกชนและสังคมแบบบูรณาการ

การฝึกปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมเชิงพุทธ 
Buddhist Hospice Care in Practice

          ศึกษาในรูปแบบของการฝึกปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยระยะต่าง ๆ โดยเน้นการประยุกต์หลักพุทธธรรมเกี่ยวกับชีวิตและความตายทางพระพุทธศาสนา ไปฝึกปฏิบัติจริงในการดูแลผู้ป่วย ทำรายงานประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยในสาระอันเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป
          ซึ่งพวกเราได้รับโอกาสลงพื้นที่ฝึกในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งภาครัฐฯ และเอกชน หลายแห่ง อาทิ ศิริราช วชิรพยาบาล สถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินีแห่งชาติ และนครธน รวมถึงบ้านของผู้ป่วยก็เป็นโอกาสที่พวกเราได้นำความรู้ทั้งหมดที่ร่ำเรียนมาทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติตั้งแต่ต้นมาประมวลและประยุกต์ใช้ เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยไม่มีสูตรตายตัว หนึ่งคนก็หนึ่งแบบ ต้องเรียกว่าเป็นศิลปะระดับปัจเจกกันเลยทีเดียว
          กิจกรรมพิเศษในเทอมสุดท้ายคือการที่เราได้ไปเยี่ยมเยียน ทำกิจกรรมกับผู้ป่วยสูงอายุที่วัดวังขนาย จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่สูงอายุ เหงา อ้างว้าง พิการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เกือบ ๘๐ ท่าน
          จากนี้ไปก็คือการได้มีโอกาสทำงานวิจัยที่สนใจเพื่อประโยชน์ต่อตนเองและสังคม 
          สิ่งที่คนทั่วไปได้มีโอกาสร่ำเรียนมาไม่ว่าจะสาขาใด ระดับใด ล้วนตั้งหน้าตั้งตาเรียน เพื่อเป้าหมายคือการได้รับปริญญา แล้ววันนั้นจะมีความสุข โดยไม่สนใจถึงอารมณ์ จิตใจ ความเครียด ความทุกข์ทางจิตใจทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง ตั้งใจ ขมักเขม้น ๔ ปี ๒ ปี เดี๋ยววันแห่งความสุขที่อยู่ข้างหน้าก็จะมาถึงแล้ว แล้วความสุขที่รอคอยมาตั้งนานก็อยู่กับเรานิดเดียว เพราะเรียนจบก็ต้องไปทำงานต่อ เข้าสู่กระบวนการทุกข์อีกท่ามกลางกระแสแห่งการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น บริโภคนิยม วัตถุนิยม แต่ก็ยังมีกำลังใจตั้งหน้าตั้งตารอคอยความสุขที่จะได้ปรับเงินเดือน ปรับตำแหน่ง รับโบนัส ปีละครั้ง สองครั้ง แล้วความสุขก็อยู่กับเราแวบเดียว แล้วกลับเข้าสู่กระแสแห่งความหลงวนเวียนเหมือนมดแดงไต่ขอบกระด้ง ไม่พบทางออกสักที 
          วิชาชีวิตและความตาย ที่ข้าพเจ้าศึกษาเป็นการเรียนรู้ทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าชีวิตตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะเกิดความเข้าใจและเห็นคุณค่าในชีวิตของผู้อื่น ดังนั้นการเรียนรู้ตัวเองคือการได้อยู่กับปัจจุบันขณะทีขณะไป เพื่อการสังเกตและรู้เท่าทันตัวเองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นตำแหน่งที่วางของใจกับสถานการณ์แห่งความปิติ หรือความสุข ความทุกข์ ความพลัดพราก สูญเสีย การครอบครอง ฯลฯ เมื่อการสังเกตอย่างรู้เท่าทันเกิดขึ้น ทำให้เราหลุดออกจากสถานะของผู้เป็น ผู้เสวยอารมณ์ต่าง ๆ ไปเป็นผู้รู้บ้าง ผู้ดูบ้าง เลยได้ความอิสระแห่งใจ มองเห็นความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น ค่อย ๆ น้อมนำไปสู่การคลายจากความยึดมั่น ถือมั่น ถ้าอย่างนั้นปริญญาทางโลกใดใด ก็ไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับปริญญาทางจิตทางใจที่ได้รับต่อหน้าต่อตา เห็นผลได้ทันที
          ดังนั้นวิชาที่ดีที่สุดในวิชาชีวิตและความตายคือทุกรายวิชาที่เราได้เรียนเพื่อเรียนจริง ๆ ไม่ได้คาดหวัง เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับเห็นความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลางทุกขณะ และในที่สุด เรียนรู้ตามความเป็นจริงลงที่กายที่ใจของเราไปนั่นแหละคือวิชาที่ดีที่สุดในการเรียนชีวิตและความตาย

 

(ติดตามอ่านบทความ ฉบับถัดไป)

 


 

                                                  

 

(Clik Logo to 
เว็บศูนย์รวม สถาบันโยคะวิชาการ

ภายใต้มูลนิธิหมอชาวบ้าน

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: yoga_thai@yahoo.com ; www.thaiyogainstitute.com

 

 


 

หมวดหมู่: ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 เมษายน 2552 10:47 แก้ไข: 01 สิงหาคม 2552 14:24 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

1.
Ico32
add
เมื่อ 03 เมษายน 2552 10:53
#1217791 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

เป็นอะไรที่น่าสนใจมากมากค่ะ..น่าติดตามนะคะ

2.
Ico32
แตงไทย
เมื่อ 03 เมษายน 2552 10:58
#1217796 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

ขอบพระคุณ ครู add มากค่ะ

มีข้อสงสัยอะไร ฝากถึงครูดล ได้นะคะ

3.

พี่แตง...เม้นพอลล่าหายไปไหนคะ แงๆๆ

4.
Ico32
แตงไทย
เมื่อ 03 เมษายน 2552 11:17
#1217818 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

สวัสดีค่ะ คุณน้อง พรหล้า

น้องเข้าไปที่ บทที่ ๔.๑ (เข้าที่นี่จ๊ะ) 
คุณน้องเม้มไว้ที่นั่นจ๊ะ 
บันทึกนี้ บทที่ ๔.๒ จ้า

ขี้งอน...จังนิ...ผู้สาวคนนี้

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.99
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
รหัสสุ่ม:
   
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ
   

กฏ กติกา การแสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์ GotoKnow.org ขอความกรุณาทุกท่านปฏิบัติตามกฏ กติกา ดังต่อไปนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ และเพื่อการส่งเสริมชุมชนออนไลน์ที่มีคุณภาพ

  1. กรุณางดการใช้ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดียใดๆ ที่ไม่สุภาพ คำหยาบ ส่อเสียด กล่าวร้าย ดูหมิ่น พาดพิงทำให้ผู้อื่นเสียหาย และทำให้เกิดความแตกแยกทางสังคม และกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  2. ควรแสดงความคิดเห็นอย่างให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเอง เนื่องจากความคิดเห็นดังกล่าวจะเผยแพร่ต่อสาธารณะชน
  3. กรุณางดการคัดลอกความคิดเห็น หรือข้อความจากแหล่งข้อมูลใดๆ มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และงดการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อโฆษณาสินค้าและบริการใดๆ ที่มีผลประโยชน์ทางการค้า
  4. ควรแจ้งแหล่งอ้างอิงข้อมูลอย่างชัดเจน เมื่อมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ในการแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการแสดงเจตนาถึงการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
  5. ความคิดเห็นที่แสดงในบันทึก ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฏหมายของผู้แสดงความคิดเห็น
  6. เว็บไซต์ GotoKnow ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ขัดต่อกฏ กติกาข้างต้น และขัดต่อเงื่อนไขการใช้บริการของเว็บไซต์โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นดังกล่าว