สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
Beyond "KM"
beyondKM
P beyondKM
สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 492
KM 3 มิติ
Body of Knowledge . .Process of Knowing . .Learning Passion

         เช้าวันนี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ Mr. Volker Illert ท่านเป็น Executive Director ของ TTCMSO (Thai Textile Clothing MemberShip Organization) สถาบันที่ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตและการสร้างนวัตกรรมให้กับวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย  

         การพูดคุยอยู่ในประเด็นเรื่อง KM เป็นส่วนใหญ่ คำถามที่น่าสนใจก็คือ . . . ถ้าประเทศไทยต้องการยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย เราจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ด้านใดบ้าง? และคำถามที่ตามมาก็คือ . . . เราจะหาความรู้เหล่านี้ได้จากที่ไหน? Mr. Illert ทำให้ผมได้ทราบว่าความรู้เกี่ยวกับเรื่องสิ่งทอนี้มีอยู่มากมาย ในหลายประเทศได้มีการจัดระบบความรู้ที่น่าสนใจมากทีเดียว มีการจัดทำเนื้อหาหลักสูตรต่างๆ ไว้มากมาย เสียดายแต่ว่าความรู้เหล่านี้ไม่ได้มีการถ่ายทอดมายังผู้ประกอบการไทย  

         ประเด็นที่พูดคุยส่วนใหญ่เวียนวนอยู่ตรงที่ว่าเนื้อหาความรู้เหล่านี้ได้มีการจัดทำไว้เป็นอย่างดี คือมีอยู่ในรูปแบบที่เป็น Multimedia และเป็นระบบที่ค่อนข้างจะ Interactive เพียงแต่ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ทาง TTCMSO เองก็มีความคิดที่จะแปลออกมาเป็นภาษาไทย ติดอยู่ก็ตรงที่ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนพอสมควรเลยทีเดียวจึงจะทำเช่นนั้นได้ 

         ผมเองมีคำถามอยู่ในใจตลอดเวลา ถึงแม้จะเห็นด้วยว่า . . . ตัวเนื้อหาวิชาและองค์ความรู้ (Body of Knowledge) นั้น ถึงจะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ผมว่าสิ่งที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตัวเนื้อหาก็คือ . . . กระบวนการที่ทำให้คนได้รู้ หรือ Process of Knowing เพราะความรู้ที่อยู่ข้างนอกนั้นจะเป็นประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อมันไหลเข้าไปอยู่ในคน นอกจากนั้นผมยังมีความเชื่อเสมอว่าลำพังการสอนให้คนเกิดทักษะในการเรียนรู้นั้นยังไม่พอ จะต้องทำให้คน มีใจ และรักที่จะเรียนรู้อีกด้วย พูดง่ายๆ ก็คือจะต้องมีวิธีสร้าง แรงบันดาลใจ ให้คนอยากจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ผมเรียกสิ่งนี้ว่าการสร้าง  Learning Passion  

         จากประสบการณ์ที่ทำงานเรื่อง KM เต็มเวลามาเกือบห้าปี สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็น KM นั้น มองได้เป็น 3 มิติหลักๆ ดังนี้:

               มิติที่ 1: เป็นเรื่อง Body of Knowledge (BoK)

               มิติที่ 2: เป็นเรื่อง Process of Knowing (PoK) และ

               มิติที่ 3: เป็นเรื่อง Learning Passion (LPa)

ในมิติทั้งสามนั้นผมเห็นว่าการทำงานของ สคส. ที่ผ่านมา เรามักจะเน้นไปที่สองมิติหลังมากกว่าที่จะมองไปที่มิติแรก  

ขอบคุณการประชุมวันนี้ที่ทำให้ผมมองเห็นประเด็นดังกล่าวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สร้าง: จ. 18 ส.ค. 2551 @ 17:20   แก้ไข: จ. 18 ส.ค. 2551 @ 17:29   ขนาด: 10593 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. กวิน
เมื่อ จ. 18 ส.ค. 2551 @ 19:28
791183 [ลบ]

สวัสดีครับมาอ่านและลงชื่อไว้ครับ

P
2. pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
เมื่อ จ. 18 ส.ค. 2551 @ 19:47
791214 [ลบ]

สวัสดีค่ะ อาจารย์

สำหรับ KM ในขั้นเริ่มต้นของที่ทำงาน ป้าแดง มักให้ความสำคัญที่องค์ความรู้ค่ะ และเรื่องของ Learning Passion เป็นเรื่องลำบากมากค่ะ

ขอบคุณอาจารย์ค่ะ เห็นภาพเพิ่มมาอีกค่ะ

 

ไม่มีรูป
3. jinnipa
เมื่อ จ. 18 ส.ค. 2551 @ 20:54
791397 [ลบ]

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • แวะมาอ่านค่ะ
  • กำลังหาข้อมูลการศึกษาปัจจุบันอยู่ค่ะ
  •  เห็นด้วยกับอาจารย์นะคะ ถ้ามีใจ ยากอย่างไรก็ไปถึง
P
4. beyondKM
เมื่อ อ. 19 ส.ค. 2551 @ 08:22
791779 [ลบ]

ขอบคุณทุกท่านสำหรับ Comment ครับ . . .

ขอเสริมต่ออีกนิดว่า . . . มิติที่ 3 เหมือนกับสอนให้ "อยาก" จะตกปลา มิติที่ 2 เป็นการสอน "ทักษะ" การตกปลา ให้ตกปลาเป็น ส่วน มิติที่ 1 เป็นการหาแหล่งปลาที่ถูกต้อง เช่น ถ้าอยากกินปลาทูแต่มัวแต่ไปตกปลาในคลองก็คงจะไม่มีวันได้กิน . . .

 สรุปว่าทั้ง 3 มิติ สำคัญทั้งหมดครับ

P
5. Handy
เมื่อ อ. 19 ส.ค. 2551 @ 09:28
791827 [ลบ]

สวัสดีครับอาจารย์

  • ชัดเจน และ ตรงใจ มากครับ
    - Body of Knowledge
    - Process of Knowing
    - Learning Passion
  • ขออนุญาตนำไปขยายผลต่อนะครับ  ช่วง 2-5 กันยายน 51 คณะฯ ให้ผมไปช่วยเรื่อง KM อีกครั้ง คงได้ใช้ประเด็นนี้และข้อชี้แนะอื่นๆ ที่อาจารย์ได้เคยให้ไว้ มาเสริม เพื่อให้เป็น KM ที่มีชีวิตและสถิตย์อยู่ในงาน ครับ
  • เรื่อง  Learning Passion  นั้น ผมให้ความสำคัญมากครับ  เคยร่วมทีมทำวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ที่ดีและค้นพบว่า  Learning Passion นี่สำคัญจริงๆ และจะต้องทำให้เกิดตั้งแต่จุดเริ่มต้นของกระบวนการเรียนรู้กันเลยทีเดียว ทั้งต้องเสริมพลังดังกล่าว เสมอๆ ในจังหวะที่เหมาะสมตลอดกระบวนการแห่งการเรียนรู้  ต่างกันแต่เพียงพวกเราเรียกมันว่า " มุ่งมั่นด้วยศรัทธา " ครับ
  • พูดไปพูดมากลับกลายเป็นว่าเรื่องนี้ก็มีอยู่เด่นชัดในพระไตรปิฎกหรือหัวข้อธรรมในพระพุทธศาสนาอีกแล้วครับ " ฉันทะ " ใน " อิทธิบาทสี่ " นั่นเอง ใช่มั้ยครับอาจารย์
  • งานใดก็ตามถ้าเริ่มต้นหรือดำเนินไปด้วยการมี " ฉันทะแท้ "  กันทุกคนในทีมงาน ผมว่าความสุขความสำเร็จในการทำงานร่วมกันนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมครับ และแน่นอนว่าจะต้องไม่ละเลยตัวอื่นๆด้วย ทั้ง วิริยะ  จิตตะ และ วิมังสา ครับ เพราะต่างต้องนำมาใช้ให้สอดประสานกันอย่างพอเหมาะ พอดี จึงจะเกิดผล
  • ขอบคุณมากครับ
P
6. ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
เมื่อ อ. 19 ส.ค. 2551 @ 10:40
791875 [ลบ]

สวัสดีครับ

  • ตาม Link อาจารย์พินิจมากครับ
  • http://gotoknow.org/blog/handyman/201984
  • ชอบตรงนี้ครับ
  • มิติที่ 3 เหมือนกับสอนให้ "อยาก" จะตกปลา มิติที่ 2 เป็นการสอน "ทักษะ" การตกปลา ให้ตกปลาเป็น ส่วน มิติที่ 1 เป็นการหาแหล่งปลาที่ถูกต้อง เช่น ถ้าอยากกินปลาทูแต่มัวแต่ไปตกปลาในคลองก็คงจะไม่มีวันได้กิน
  • สรุปว่าทั้ง 3 มิติ สำคัญทั้งหมดครับ
  • ขอบคุณครับผม
P
7. beyondKM
เมื่อ อ. 19 ส.ค. 2551 @ 13:10
792039 [ลบ]

ชอบมากครับที่อาจารย์พินิจใช้คำว่า "KM ที่มีชีวิตและสถิตย์อยู่ในงาน" เป็นคำที่โดนใจจริงๆ เพราะนั่นคือคุณลัษรณะที่สำคัญของ KM ที่ดีและมีประโยชน์ . . .

แต่ในหลายๆ กลับพบว่า KM ที่ทำๆ กันอยู่นั้นมีคุณลักษณะที่ตรงกันข้ามกับที่อาจารย์พูดไว้โดยสิ้นเชิง คือเป็น "KM ที่ตายซากและคนไม่อยากทำ"

ขอบคุณ ครูโย่ง ที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ

P
8. Phoenix
เมื่อ อ. 19 ส.ค. 2551 @ 13:29
792067 [ลบ]

สวัสดีครับอาจารย์

ชอบเวลาที่อะไรๆตกตะกอนลงมาเป็น concept จัง ผมขออนุญาตนำพาเชื่อมโยงใยไปตามประสาต่ออีกนิด "ฉันทา" หรือความพึงพอใจ คงจะมีที่มาหลากหลาย กำลังคิดว่า KM ไม่เพียงแต่จะเป็นการใช้ความรู้เท่านั้น ในขั้นตอนกระบวนการนำพานี้ น่าจะมี "ทิศทาง" อยู่ด้วยไหม? ก็เลยนึกถึงพระราชบันทึก ในสมุดจดวิชาบัคเตรีวิทยา ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า

"True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind."

ฉันทาที่ทรงพลัง และเป็น authentic passion ที่จะยั่งยืนและเป็นแรงบันดาลใจให้สังคม น่าจะเป็นฉันทาที่ปราศจากอัตตา แต่เป็นฉันทาที่มีฐานจากรักไม่มีเงื่อนไข (unconditionl love) หรือไม่

ถ้าหากสมมติว่าใช่

เราอาจจะมองต่อไปเพื่อเห็น "อะไร" หรือ "อย่างไร" ที่จะนำมาใช้ในการหล่อเลี้ยง learning passion นี้ คงจะไม่ใช่การเสริมอัตตา เสริมความงาม แต่เป็นการเสริม "ความดี" จาก "ความจริง" หรือ knowledge ที่ว่านี้เอง

งานที่มีความหมายและเป็นธัมมะ คงจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการเชื่อมโยงงานนั้นๆไปสู่ประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ มิฉะนั้นก็จะกลายเป็น work for the work's sake สิ้นสุดเพียงแค่ได้ทำงาน แต่ authentic source ของงานก็คือเราเพื่อ ecological หรือ mankind system นั่นเอง

ที่คิดเช่นนี้ก็มีที่มา คือผมพบว่า passion ของนักเรียนแพทย์ก็มี แต่บางทีมีเพราะสาเหตุที่แตกต่างออกไป เช่น มาเรียนเพราะเท่ห์ มาเรียนเพราะจะเสริมบุคคลิกความงามของตนเอง หาได้เชื่อมโยงคุณประโยชน์ของสิ่งที่เรียน สิ่งที่รู้ สิ่งที่เชียวชาญกับอะไรอย่างอื่นนอกเหนือไปจากอัตตาของตนเอง ทำให้ passion เหล่านี้แกว่งไกว ไม่หนักแน่นยั่งยืน

จึงเกิดเป็นสมมติฐาน (ไม่ทราบว่าจริงไม่จริงประการใด) ดังที่เขียนมานี่แหละครับ

เชิญชวนสนทนาต่อๆไปนะครับ

ไม่มีรูป
9. สุรีพร กุลบุตร
เมื่อ จ. 25 ส.ค. 2551 @ 11:33
799177 [ลบ]

สวัสดีค่ะ หนูพอจะเข้าใจกระบวนการของ km นะค่ะ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจ km3มิติ ว่าจะช่วยให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ภายในองค์กรจะง่ายขึ้นอย่างไรค่ะ หมายความว่า การทำ km แบบ3มิติ เป็นการทำ km ที่สมบูรณ์แบบมากกว่า ที่เราจะเลือกใช้ เพียงมิติใดมิติหนึ่ง แล้วจำเป็นหรือไม่ต้องทำเป็นขั้นตอนที่ละมิติที่ได้กล่าวถึง หรือมิติไหนก่อนก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม

P
10. beyondKM
เมื่อ จ. 25 ส.ค. 2551 @ 16:16
799457 [ลบ]

ตอบคุณสุรีพร . . .ถ้าทำได้ทั้ง 3 มิติ ก็น่าจะดีกว่าที่เลือกทำมิติใดมิติหนึ่งครับ

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
หาก KM=Knowledge Management หรือ การจัดการความรู้ บันทึกใน "beyondKM" ก็คือเรื่องราวอันหลากหลายที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่เรื่อง KM หาก K=กู และ M=Mine(ของกู) บันทึกใน "beyondKM" ก็คือการสื่อให้เห็นถึงความพยายามที่จะ "ก้าวข้าม" ความเป็นตัวตนของคนๆ หนึ่ง