บริษัทแบบไหน เรียกว่าดีที่สุด น่าทำงานมากที่สุด
ให้เงินเดือนเยอะๆหรือ? แน่นอนเรื่องเงินเป็นแรงจูงใจสำคัญ
แต่มันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น มาดูกันค่ะว่าคนจังหวัดแวนคูเวอร์เค้าโหวตกันด้วยเหตุผลอันใดบ้าง
บริษัทที่ผู้เขียนได้มีโอกาสติดตามการทำงานเค้าทางโทรทัศน์จน มีแรงบันดาลใจอยากนำมาเล่าสู่กันฟังชื่อบริษัท 1800-Got-Junk? ค่ะ

| Founder & CEO: | Brian Scudamore |
| Established: | 1989 |
| Number of Employees: | 180 (Head Office) |
| 2005 Revenue | $75 million(est) |
| % Growth | 95% |
บริษัทนี้ทำอะไร: บริการขนย้าย กำจัดของที่ท่านไม่ต้องการ (junk) ลูกค้ามีทั้งรายเล็กๆระดับครอบครัวที่ทำความสะอาดล้างบ้าน หรือจะย้ายบ้านแล้วต้องทำบ้านเก่า หรือ ร้านค้าให้สะอาดก่อนขาย ไปจนถึงบริษัทใหญ่ที่จะย้ายออฟฟิศ เป็นต้น ทาง Got Junk? จะมาให้บริการถึงที่ ย้ายของให้แล้วกวาดพื้นทำความสะอาดให้ด้วย
ทำไมถึงติดโผบริษัทยอดเยี่ยม:
- ไม่เครียด สนุกสนาน ทุกคนช่วยกัน สิ่งแวดล้อมที่ทำงานดี ทำงานแล้วมีความสุข มีความสุขมาจนไปบอกต่อ พนักงานรักและรู้สึกเป็นเจ้าของบริษัทด้วย พนักงานช่วยนายหาคนดีๆมาทำงานที่บริษัทเพิ่มด้วย
พนักงานทุกคนหยุดได้ 5 สัปดาห์ต่อปี
- 25% ของผลกำไรที่บริษัทได้แบ่งให้พนักงานทุกคน
ในการประชุมทุกครั้งหรือการร่างนโยบาบบริษัทใดๆก็ตาม คนเป็นนายจะใช้ภาษาคน (human term) ไม่ใช้ภาษาที่สื่อว่าพนักงานคือเครื่องยนต์หรือหุ่นยนต์
ทีมบริหารเชื่อว่า "อะไรที่ดีกับพนักงานก็ดีกับบริษัทเช่นกัน"
อ้างอิง http://www.vancouver.com
มาดูวัฒนธรรมองค์กรเค้ากันค่ะ
รูปต่อไปนี้นำมาจาก website ของบริษัท
section "Our Culture" ค่ะ
Blue Wig เป็น identity ของบริษัทอย่างหนึ่ง

Work Hard Play Hard ที่งานวิ่งการกุศล

No, Tom is married to his wife, not to the business.

Grizzly, dog of Founder and CEO, Brian Scudamore.
หมาตัวนี้ นายเอาไปที่ออฟฟิศด้วยค่ะ ทำให้บรรยากาศคลายเครียดได้ดี
ดูรูปแล้วรู้สึกได้ถึงความรักและความพึงพอใจใน บริษัทของเค้าไม๊ค่ะ
อ่านเพิ่มเติมว่าพนักงานเค้าเขียนถึงบริษัทว่าอย่างไรบ้่าง (คลิกที่นี่ค่ะ)
คงจะเป็นบริษัทที่ทำงานแล้วมีความสุข ดูว่าวัฒนธรรมองค์กรมีความเป็นหนึ่งเดียวนะคะ (ที่คุมผมสีฟ้า) ที่หน้าอกเสื้อน่าจะเป็นรหัสหมายเลขประจำตัวไหมคะ
สวัสดีค่ะคุณมัท
blue wig ! สร้างอัตลักษณ์ได้ไม่เหมือนใครดีนะคะ..เท่ห์จัง
แต่อยากถามค่ะว่าในบันทึกเพลง Message...ของคุณรัด..คุณมัทไม่ให้แสดงความคิดเห็นเหรอคะ..เพราะอยากบอกว่าชอบ..มากๆ..งั้นมาบอกบันทึกนี้แทนละกันนะคะ
การทำงานที่ให้ความสำคัญกับคน ยังไงก็ที่หนึ่งครับ
ขอบคุณมากค่ะ
คุณเบิร์ดค่ะ มัทเพลอไปค่ะ ตอนนี้ไปแก้แล้ว แสดงความคิดเห็นได้แล้วค่ะ : )
ตามไปตอบแล้วนะคะ ขอโทษทีมาช้าไปหน่อย
อ. ขจิต: เมลไปให้แล้วนะคะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นค่ะ
สวัสดีครับ
ดีครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูล
จะนำไปเล่าต่อครับ
เพื่องานที่มีความสุขของคนไทย
เจ๋งดีอ่ะ ชอบแนวคิดที่ให้ความสำคัุญกับพนักงานทุกๆคน แล้วทำให้พนักงานมีความสุข
อ่านแล้วน่ารักดีครับ
อ่านแล้วชุ่มชื่นใจดี สำหรับบริษัทเอกชน และความพยายามที่สร้างบรรยากาศ และวัฒนธรรมองค์กรที่น่ารัก สามารถสร้างสรรค์พื้นที่ให้กับคนทำงานในองค์กร ได้มีรอยยิ้ม มีความสุข และมีหัวใจที่พร้อมจะทำงาน โดยไม่ตั้งคำถามว่าใครเอาเปรียบใคร หรือต้องมานั่งนิยามว่าอะไร คือความผิด อะไรคือกฎระเบียบองค์กร
แต่กลับมาพยายามสร้างสรรค์ พื้นที่ องค์กร และความสุขร่วมกันได้
น่ารักดีครับ อ่านแล้วมีความสุขดี
อ่านยังไง ก็ยังรู้สึกว่าโลกนี้ ยังมีความหวัง ยังน่าอยู่ แม้จะมีปัญหาและคำถามมากมายเกิดขึ้นก็ตาม
สวัสดีค่ะคุณมัท
เวลาทำงานต่อวัน ต่ออาทิตย์เยอะกว่าเวลาอยู่บ้าน ถ้าทำงานมีความสุข กลับบ้านก็ยิ่งเติมความสุขให้ที่บ้านได้ง่ายขึ้น
ดูแล้วบรรยากาศน่าทำงานดีจัง
^___^
- เครียด ไม่สนุก ทุกคนเกี่ยงกัน สิ่งแวดล้อมที่ทำงานน่าเบื่อ ทำงานแล้วมีความทุกข์ มีความทุกข์มากจนไปบอกต่อ ( ว่าอย่ามาทำที่นี่เลย )พนักงานเกลียดและรู้สึกเป็นแค่คนงานของบริษัท และโมทนาสาธุ ถ้ามีคนลาออก
พนักงานทุกคนหยุดได้ 12 สัปดาห์ต่อปี
ในการประชุมทุกครั้งหรือการร่างนโยบายบริษัทใดๆก็ตาม คนเป็นนายจะใช้ภาษามือ (ชี้นิ้ว แล้วก็สั่ง ) ไม่ใช้ภาษาที่สื่อว่าพนักงาน คือ คนที่มีชีวิตจิตใจ
ทีมบริหาร ก็ ไม่เคยเชื่อว่า "อะไรที่ดีกับพนักงานก็ดีกับบริษัทเช่นกัน"
ดูช่าง ตรงข้ามกับ 1800-Got-Junk? เสียจริง ๆ
แต่ก็เห็นได้บ่อยในเมืองไทย ( เอ ผมจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือ เป่าเนี่ย )
ขอขอบคุณอาจารย์มัทนา...
ช่างเป็นกรณีศึกษาได้ดีเยี่ยมเลยครับ
ขอบคุณครับ
หมอพัท, ผศ. เพชรากร, Kati,ใหม่, IS, หมอจิ้น, นพ. วัลลภ, ตาหยู:
ขอบคุณทุกท่านมากๆค่ะ เห็นด้วยหมดเลยค่ะ อยากให้บ.แบบนี้เป็นตัวอย่างให้บ.อื่นๆเห็น จนแข่งกันสร้างความสุขในที่ทำงานจังเลยเนอะคะ : )