หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ได้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแล้ว ผมก็ได้เขียนบทความที่นำลงบันทึกคราวที่แล้วลงในเวบไซต์ของสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งไม่ทราบว่าใครได้อ่านบ้าง คนที่ว่าผมได้อ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆก็คือจำเลยไม่พอใจคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จึงได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา (อ้อ...ลืมเล่าไประหว่างคดีจำเลยถึงแก่ความตาย ทายาทเข้ามารับมรดกแทนที่สู้คดีต่อ) โดยมีประเด็นหลักอยู่ ๒ ประเด็นและศาลฎีกาวินิจฉัย ดังนี้
๑.ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ โดยอ้างว่าจำเลยให้การเพียงว่าได้รับโอนการครอบครองจากนายเจริญฯ ซึ่งครอบครองที่ดินมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ ต่อมาปี ๒๕๑๖ มีกฎกระทรวงกำหนดให้ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นายเจริญฯอ้างว่ามีสิทธิหรือทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงฯใช้บังคับ จึงได้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อนายอำเภอภายในกำหนดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๒คณะอนุกรรมการสำหรับป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด (ที่ท่านเนวินทำตลก เอากระจงมาโชว์ตอนกลางวันนั่นแหละครับ อิอิ) ตรวจสอบแล้วเห็นว่า ควรเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติหรือให้นายเจริญเช่าทำประโยชน์ต่อไป แต่บัดนี้ทางราชการยังไม่ได้ดำเนินการตามความเห็นดังกล่าว (ตรงนี้น่าสังเกตนะครับว่า คณะอนุกรรมการฯไม่ชี้ขาดว่าป่าสงวนออกทับที่ชาวบ้านที่ครอบครองมาก่อนปี ๒๔๙๗ เพราะถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่าชาวบ้านครอบครองมาก่อนปี ๒๔๙๗ คณะอนุกรรมการฯจะสรุปผลว่าควรเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ แต่ถ้าได้ความว่าเพิ่งเข้ามาในภายหลังจากที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับแล้ว แต่ก่อนมีกฎกระทรวงก็จะให้ความเห็นว่าควรให้เช่าทำประโยชน์ต่อไป)
ศาลฎีกาเห็นว่าที่จำเลยให้การอย่างนั้นไม่มีประเด็นว่าที่ดินพิพาทอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ (เพราะถ้าเห็นว่าอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยก็ชนะคดี) และยังเห็นต่อไปอีกว่านายเจริญฯเองก็ยอมรับว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพียงแต่อ้างว่าตนครอบครองและทำประโยชน์อยู่ก่อนเท่านั้น แต่ตามพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบไม่ปรากฏว่านายเจริญมีสิทธิในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ดังนั้นหากได้ความว่านายเจริญฯเสียสิทธิหรือเสื่อมเสียประโยชน์ กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า “ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าทดแทนให้ตามที่เห็นสมควร” หาได้มีสิทธิในที่ดินที่ตนครอบครองทำประโยชน์อยู่ไม่ ดังนั้นแม้นายเจริญฯจะได้ยื่นคำร้องไว้ตามกฎหมายแล้วก็มิทำให้นายเจริญฯมีสิทธิในที่ดินพิพาท ที่ดินพิพาทย่อมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยรับโอนที่ดินพิพาท(มาจากนายเจริญฯ)ภายหลังจากมีกฎกระทรวงฯประกาศกำหนดป่าสงวนแห่งชาติแล้ว ย่อมต้องห้ามมิให้จำเลยยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ ดังนั้นโจทก์(สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม)จึงมีอำนาจนำมาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น
๒.โจทก์มีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน(ส.ป.ก.๔-๐๑ก.)เนื่องจากจำเลยไม่ใช่เกษตรกรหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.๔-๐๑ ก.)เนื่องจากจำเลยไม่ใช่เกษตรกรเพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๒ ลงมติเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.๔-๐๑ ก.)ที่ออกให้แก่จำเลยได้และโจทก์ไม่อาจอาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏรูปที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๖ ข้อ ๙ มาออกคำสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.๔-๐๑ก)ของจำเลยได้เช่นกัน
ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดิน จึงได้ออกระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วย การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๖ ซึ่งตามระเบียบข้อ ๙ กำหนดให้เลขาธิการมีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตได้.....ซึ่งตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ ๑๑(๓) ให้เกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับมอบจาก ส.ป.ก. ในกรณีขาดคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกร...ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในสาระสำคัญดังต่อไปนี้....
“ข.มีที่ทำกินเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ก่อนดำเนินการคัดเลือกเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน”
ซึ่งก็ได้ความว่าจำเลยมีที่ดินก่อนได้รับการคัดเลือกหลายร้อยไร่ จึงถือว่ามีที่ดินเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ขาดคุณสมบัติตามระเบียบดังกล่าว ดังนั้น เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดภูเก็ตของจำเลยได้ตามระเบียบดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ.
เป็นอันว่าคดีนี้ อัยการชนะคดี ขาวสะอาด ค่าทนายแต่ละศาลก็ไม่ให้ เพราะศาลชั้นต้นจำเลยชนะ ทนายโจทก์ไม่ได้ค่าทนายอยู่แล้ว พอศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะ ค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายความเป็นพับเสียอีก ก็คือค่าทนายศาลไม่สั่งจ่ายให้..อด พอมาถึงศาลฎีกาสู้กันมาแทบเป็นแทบตาย ศาลฎีกาให้โจทก์ชนะ แต่ฤชาธรรมเนียมเป็นพับอีกที อัยการถูกด่าตั้งแต่ศาลชั้นต้นตัดสิน ถูกสังคมตราหน้าว่าเข้าข้างจำเลย โดนด่าฟรี...... แม้แต่ในคดีอาญาที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องจำเลยก็ถูกคลางแคลงใจ ถูกพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับประชาธิปัตย์ตั้งข้อสงสัย แต่ต่อมาท่านก็เข้าร่วมเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย แล้วก็ต้องถอนตัวออกมาในภายหลัง
เราเคยสงสัยไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคดี ส.ป.ก.๔-๐๑ ก.ที่ภูเก็ต ผมมองว่าการแก้ไขปัญหาผิดพลาดตั้งแต่ระดับนโยบายแล้วครับ จะแก้ปัญหาบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ กับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน มันคนละเรื่องต้องแยกออกจากกัน แต่รัฐบาลในยุคนั้นเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องเดียวกัน โดยการออก ส.ป.ก ๔-๐๑ ก. เท่านั้นยังไม่พอ เวลากรอกข้อมูลของผู้เข้าไปทำกินในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติอยู่ก่อนประกาศเขต ส.ป.ก.(เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกป่าสงวนเพิ่มเติม) กับข้อมูลของผู้ประสงค์จะได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน ก็ไม่มีการแยกแบบ ไม่มีการแยกคุณสมบัติ สองเรื่องนี้จึงมาตีกันเป็นเรื่องเดียว มั่วกันไปหมด
ในพื้นที่จริง เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ลงไปบอกชาวบ้านที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติว่าให้ไปยื่นคำร้องเหอะ เพราะจะได้เอกสารเร็วกว่าไปขอออกหลักฐานอย่างอื่น แถมเวลาไปลงพื้นที่รังวัดส่องกล้องแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักหลักเอง ส่งหลักเขตให้เจ้าของที่ดินหลักหนึ่งยาวไม่ถึงฟุตไปปักเอาเอง ชาวบ้านรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่งหมายเลขหลักสลับกันมั่วไปหมด ก็เข้าใจว่าทำตามนโยบายรัฐบาลที่เร่งให้แจก ส.ป.ก. ๔-๐๑ อย่างเร่งรีบ ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็ไม่ทัน จนรัฐบาลพังก็เพราะเรื่อง ส.ป.ก.นั่นแหละ ผมยังสงสัยว่าเพราะเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านมาเป็นนโยบายหาเสียงหรือเปล่า แล้วมาถึงปัจจุบันก็เอาความเดือดร้อนของชาวบ้านมาหาเสียง จนเกิดปัญหาไปทั่วประเทศอีกเหมือนกัน เฮ้อ....
ที่ยังสงสัยในเรื่องความเป็นธรรมในสังคมคือ ใครที่นำที่ดินที่ตนครอบครองในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นเขตปฏิรูปที่ดินไปขอออก ส.ป.ก.แล้วได้ความว่าขาดคุณสมบัติเป็นเกษตรกร ต้องถูกขับไล่ออกไปจากที่ดิน ทั้งๆที่เขาสับสร้างมานาน แต่ใครที่มีที่ดินติดกันแต่ไม่นำที่ดินไปขอออก ส.ป.ก.อยู่เฉยๆ ก็ไม่มีคำสั่งขับไล่ออกไปจากที่ดิน ยังทำมาหากินได้ตามปกติผมก็ยังงงอยู่ว่ารายการใครผิดกันแน่....อิอิ
อ้อ ผมไม่ติดใจคนที่ว่าอัยการแกล้งแพ้ให้มาขอโทษผม เพราะไปมาลำบาก อิอิอิอิ
เรื่องมันยาวจริง ๆ ครับ :)
สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ มาขอศึกษาหาความรู้ครับ ขอบคุณ มีของดีมาฝากจากบึงฉวากครับ
อิอิ..แกล้งแพ้ทำไมละคะ
ต้องชนะทุกเรื่อง555
เข้ามาตามต่อ อิอิอิ
สวัสดีครับ อ.ขจิต
สู้กันยาวมาก ผมถูกเฉ่งทั้งภายนอกและภายใน(ระดับบริหาร) แต่ดีที่อัยการสูงสุดสมัยนั้นท่านให้ความเป็นธรรมกับผม ผมไปชี้แจงแทนอัยการจังหวัดต่อหน้าอัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุด อธิบดีต่างๆ (เรียกว่าต่อหน้าเจ้ายุทธจักร์เลยแหละ..อิอิ)พอผมชี้แจงเสร็จ ท่านอัยการสูงสุดท่านก็บอกว่า เท่าที่ฟังมา น้องเขาทำงานรอบคอบถูกต้องแล้ว เราไม่ใช่คนตัดสิน ทำไมมาสงสัยแต่อัยการ ท่านบอกว่าผมให้สัมภาษณ์สื่อเอง แล้วท่านก็ออกมายืนยันว่าอัยการทำงานรอบคอบแล้ว ชื่นใจครับที่มีนายแบบนี้...
แม้มันจะยาวแต่ก็จบลงแล้ว ความจริงผมตั้งใจจะทำรายงานเรื่องนี้ส่งสถาบันพระปกเกล้าด้วยซ้ำไป ครับ เพราะความขัดแย้งที่เกิดมันไม่ได้เกิดที่ตัวบุคคลเพิ่งบุกรุก แต่มีการบุกรุกมาก่อนประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีเยอะหลายราย แถมเขาก็ป้องกันสิทธิของเขาแล้ว ได้ยื่นคัดค้านไว้แล้วด้วยครับ
โอ้โฮ ท่านผอ.ประจักษ์ ชื่อพันธุ์ไม้น่าหวาดเสียวทั้งนั้นเลย อิอิ
คุณวลาวัณย์ครับ
พอชนะเรื่องที่ดินรัชดาด้วย จะไม่พอใจอีกไหมนี่ อิอิ
ขอบคุณคุณสุขสมที่เข้ามาตามและเข้ามาต่อครับ อิอิอิ
...
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการ
มาด้วยความระลึกถึงค่ะ
ขออภัยนะคะ ไว้ปะหน้า
ที่ป่าคอนกรีต ต้นเดือนหน้านะคะ
...
รักษาสุขภาพนะคะ
อ่านแล้ว ก็อึดอัดเหมือนกันค่ะ
ถูกผิด... หากเอาความเป็นธรรมของมหาชนเป็นหลัก ก็พอสบายใจ
แต่เรื่องความถูกใจของอำนาจนั้น... ทำใจลำบาก
ชีวิตนักกฎหมายนั้น ก็เหมือนนั่งรถไปหลีผีค่ะ กระเด็นกระดอนไปตลอดชีวิต บางที รถก็เสีย ลงมาเดินเท้ากัน
ทำในสิ่งที่เราเชื่อ..ดีแล้ว...แพ้หรือชนะในศาล..ก็ไม่เป็นไร
ชัยชนะ ก็คือ ทำตามความเชื่อได้สำเร็จ
สวัสดีน้อง poo
เจอกันต้นเดือนหน้านะ อือื
ขอบคุณ อ.แหวว มากครับ ที่มาให้กำลังใจและเอาภาพมาให้
กำลังจะหาภาพประกอบการเดินทางไปน้ำตกหลี่ผี แต่ไม่ได้สังเกตว่ามีใครถ่ายภาพไว้มั่ง เจอแล้ว อิอิ
ขอบประโยคนี้ครับ ชีวิตนักกฎหมายนั้น ก็เหมือนนั่งรถไปหลีผีค่ะ กระเด็นกระดอนไปตลอดชีวิต บางที รถก็เสีย ลงมาเดินเท้ากัน เข้าถึงความรู้สึกเลยครับ อิอิ
สวัสดีคะ..ท่านอัยการ
ชนะที่ดินรัชดานะสุดยอด..แต่ยังไม่จุใจนะคะ..อิ๊บคืนไม่ได้คะ
ไม่อาว.ไม่พูด..เด๋วจะโดน.แก๊สน้ำตา
ได้ประโยชน์นะคะ..ถ้าจะแนะแนววิธีอ่านกฏหมายให้สอบผ่านด้วยก็ดีนะคะ
รับรอง..เพื่อนๆๆมาอ่านกันเพียบ..
อิอิ.เด็กโข่งเรียนกฏหมายคะ
เป็นกำลังใจให้ลุงอัยการเสมอครับ
สวัสดีครับคุณวลาวัณย์ ถ้าจะแนะนำให้อ่านหนังสือกฎหมายให้สอบได้ มีข้อแนะนำดังนี้.. อ่านทีละหน้า...แฮ่ๆๆ ผมเป็นคนเรียนหนังสือแบบขี้เกียจนั่งฟังเลคเชอร์ ไม่รู้เป็นไร(สมัยนั้น)ก็เลยนั่งอ่านเองที่บ้านเสียส่วนใหญ่ ไปมหาวิทยาลัยก็ไปนั่งโม้กับเพื่อน ชวนไปดูหนัง (คิดแล้วมันก็บ้าบออีกนั่นแหละ) ส่วนใหญ่อ่านก่อนสอบสามวัน อ่านละเอียดสองรอบ แต่ตอนนั้นความจำดี ก็โอเค พอมาเรียนเนติ์ อ่านเอาเป็นเอาตาย อิอิ ก่อนสอบจะบันทึกมาตราสำคัญไว้ในเทป ขับรถไปไหนก็ฟังไปเรื่อยเข้าหูมั่งไม่เข้าหูมั่งก็ชั่งมัน ทำกับข้าวก็ฟัง ซักผ้าก็ฟัง และก่อนสอบ ๑๕ วันลางานอ่านหนังสืออย่างเดียว ง่วงตอนไหนนอนตอนนั้น ตื่นตอนไหนอ่านตอนนั้น แต่มาเดี๋ยวนี้แก่ตัวขึ้น มานั่งเรียนสถาบันพระปกเกล้าจดเลคเชอร์ได้เป็นวรรคเป็นเวร ไม่รู้เป็นอะไร เอิ้กๆๆ แถมเวลาเรียนมีวิธีทำให้เข้าใจง่ายๆไม่ต้องอ่านหนังสือมะงุมมะงาหราก็ทำ mind mapping ครับ ทำเส้นโยงจากหลักกระจายออกไป ลองไปอ่านบันทึกของ อ.แหวว ครับ
http://learners.in.th/blog/notes-of-archanwell-on-private-international-law/83282
หรือจะอ่านน้ำจิ้มที่นี่ก็ได้ครับแล้วตามไปที่ อ.แหวว ทำ link ไว้ตอนทะเลาะกับนักศึกษาครับ อิอิ
เป็นนักเรียนสถาบันพระปกเกล้าตอนที่๑๖(แผนที่ความคิด๑)
เป็นนักเรียนสถาบันพระปกเกล้าตอนที่๑๗(แผนที่ความคิด๒)
ขอบคุณ อ.พิสูจน์ ที่ตามมาให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับท่าน ศน.เอื้องแซะ
อยากไปเที่ยวทุ่งบัวตองจริงๆครับ อยากไปถ่ายภาพ กำลังจัดวันอยู่ครับว่าจะไปได้ช่วงไหน อย่างไร อาจจะไปขอความช่วยเหลือนะครับ อิอิ