โรงพยาบาลกระบี่มีระบบการค้นหาผู้เสี่ยงต่อการเป็นวัณโรคในกลุ่มเจ้าหน้าที่ โดยใช้การทดสอบปฏิกิริยาผิวหนังแทนการถ่ายภาพรังสีวิทยาปอดมานานเกินกว่า 5 ปี ด้วยมาตรการดังกล่าว ทำให้ค้นหาเจ้าหน้าที่ที่เริ่มติดเชื้อวัณโรคได้รวดเร็วกว่าเดิม
โดยส่วนตัว ฉันเชื่อว่า หลายคนไม่เคยเห็นปฏิกิริยาผิวหนังที่เกิดขึ้น ปีนี้มีเจ้าหน้าที่หลายคนที่มีปฏิกิริยาสวยๆให้เห็น ความหมายของคำว่า ปฏิกิริยาสวยๆของฉันในที่นี้ หมายถึง ผลทดสอบชัดเจน อ่านผลได้ง่าย ตั้งใจเก็บภาพมาให้รู้จัก เผื่อใครที่ทำทดสอบแล้วบวกจะได้ไม่ตีตนไปก่อนไข้ จนทำให้นอนไม่หลับ กลัว หรือเครียด
การเจอปฏิกิริยาอย่างนี้ แปลได้ว่า ให้ผลบวก ไม่ได้มีความหมายว่า เป็นวัณโรค ความหมายของมันบอกว่า “คุณยังไม่ป่วยด้วยวัณโรค แต่มีเชื้อวัณโรคติดเข้ามาในร่างกายคุณ และร่างกายคุณกำลังต่อสู้เพื่อจัดการข่มมันให้อยู่ ”
ถ้าพบแบบนี้แปลว่า วันวารที่ผ่านมาคุณประมาท และไม่ดูแลสุขภาพ วันนี้ จึงมีความไม่แข็งแรงแฝงอยู่ ต้องรีบปรับปรุงสุขภาพเพื่อไม่ให้แพ้พ่ายจนกลายเป็นวัณโรคของจริง
ส่วนคนที่พบปฏิกิริยาบวกมากๆ ก็ควรกินยาเพื่อช่วยคุมโรค จะดีกว่าปล่อยไว้ให้เป็นของจริง เพราะอวดดี
ภาพที่นำมาแสดง เป็นปฏิกิริยาในคนที่ให้ผลบวกในระดับเกินธรรมดา
ปฏิกิริยาหลังทำทดสอบ 18 ชั่วโมง - สังเกตว่ามีรอยนูนบวมรอบนอกรอยบวมแดงที่อยู่ด้านใน
ความรู้สึกของผู้ถูกทดสอบบอกว่า คันยิบๆ อยากเกา รู้สึกปวดนิดหน่อย
หลังการทดสอบครบ 3 วัน รอยนูนโดยรอบนูนมากขึ้น ปวดมากขึ้น และหนาวๆร้อนๆ
ปฏิกิริยาหลังทดสอบ 5 วัน - รอยนูนแดงเดิมกลายเป็นถุงน้ำ รอยนูนเลยดูชัดขึ้น เจ็บแบบถุงน้ำที่โดนน้ำร้อนลวก
ปฏิกิริยาหลังทดสอบ 7 วัน - ถุงน้ำยุบตัวเหี่ยวลง รอยนูนรอบนอกหายไป ยังคงเจ็บอยู่บ้างแบบแผลถลอก หรือแผลไฟลวกที่มีรอยปริแตก ไม่คันแล้ว
หมายเหตุ
ขอบคุณเจ้าของแขนนี้ ที่เมตตาให้ทานความรู้ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนรุ่นหลัง
นี่คือความก้าวหน้าของการแพทย์ไทยใช่ไหมครับ
ความก้าวหน้าจะมีส่วนช่วยให้คนเราทราบล่วงหน้า และสามารถรักษาได้เร็วขึ้น น้องหมอเจ๊ครับ เท่าที่ติดตามระบบราชการของไทยเรานะครับ ระบบทางการแพทย์ของเรานี่ก้าวหน้าที่สุด ชื่นชมคณะแพทย์ทั้งหลายที่มีส่วนช่วยให้สุขภาพคนไทยดีขึ้นครับ