"ให้มี สติและอดทนแนบใจ"

จากการต่อยอดความคิดกับคุณกานต์   ปั่นเกลียวความรู้แลกเปลี่ยนกันเรื่องของความเหงา ในบันทึกบางทีเรามีแต่บอกตนเองว่า "ทำไม่ได้"

*******************************************************

พอคุณเอ่ยถึงความเหงา....อืม

มันเป็นความแปลกประหลาดที่ปรากฏข้อในใจของติ๋วค่ะ ตั้งแต่รู้จักครู ท่านเพียรสอนให้หนูภาวนา ทำความรู้จักตนเอง หันมามองตนเอง แก้ไข ปรับปรุงตนเอง ดัดนิสัยตนเอง

แม้ตัวติ๋วเองภาวนาแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ สติปัญญาไม่ค่อยมี
ที่มั่นใจว่าตนเองมีคู่ใจคือ ความอดทน อดทนในความบีบคั้นในใจของตนเอง อดทนในความอยากไหลไปตามกิเลส ตามโลก ตามความเคยชินเดิม ๆ สู้กับมัน เพื่อทำความเข้าใจ จนมารู้สึกตัวอีกทีกลับพบว่า

อ้าวเฮ้ย ความเหงาหล่นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่

เพราะถ้าได้อ่านบันทึกนี้ ของติ๋ว

คงพอจะทราบว่า ติ๋วเป็นคนที่ทุกข์ทรมาร กับความเหงามาก ๆ มาก่อน เป็นความเจ็บปวดทรมาร ที่ใครไม่เคยเป็นก็คงไม่มีทางเข้าใจได้เลย

 

 

อืม........ทำไมตอนนี้มันหล่นหายไปนะ?

ไม่ใช่หนูตั้งใจเขวี้ยงความเหงาไปนะคะ หนูคงโชคดี

ที่มีครูคอยสอน คอยประคับประคอง ฝึกฝน อบรม ให้เจริญสติ อดทนกับความทุกข์บีบคั้นที่เกิดขึ้น

ประมาณว่า

"ถ้ายังโง่อยู่ ไม่มีปัญญาก็ต้องอดทน"

คำ ๆ นะ ติ๋วเอาไว้เตือนตนเอง ตอนที่ใจมันดิ้นรน

ก่อนหน้านี้ ใจติ๋วมักจะดูถูกตนเอง ว่าอันนี้หนูทำไม่ได้หรอก แต่ครูท่านก็ให้โอกาสเรื่อย ๆ จาก ที่ไม่ค่อยจะได้เรื่อง แต่พอฝึกฝน อดทน ทำไปเรื่อย ๆ กลับพบว่า หนูทำได้และก็ทำได้ดีอีกด้วยค่ะ

 

อืมจากที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้ความเหงาหล่นหายคือ

  • ความเมตตาสั่งสอนของครู
  • การเจริญสติ
  • ความอดทน

 

อย่างนี้นี่เองครูถึงเคี่ยวเข็น และบอกเสมอ ๆ

"ให้มี สติและอดทนแนบใจ"